พันธมิตรซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) เผยไทยขึ้นเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียน เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย สำหรับผลการดำเนินงานในแคมเปญ Legalize and Protect รณรงค์แก้ไขปัญหาการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายในระดับองค์กร ซึ่งเป็นผลจากการสนับสนุนจากรัฐบาล และความร่วมมือจากผู้นำองค์กรต่างๆในประเทศ

โครงการ Legalize and Protect เป็นโครงการนำร่องของบีเอสเอที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ซีอีโอ เกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางโลกไซเบอร์

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา บีเอสเอได้เปิดตัวแคมเปญ Clean Up to the Countdown เพื่อชักชวนและกระตุ้นให้เหล่าซีอีโอตรวจสอบและปรับเปลี่ยนองค์กรให้ใช้แต่ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย ก่อนจะถึงปี 2563 โครงการดังกล่าวมีการเปิดตัวในสี่ประเทศหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ ประเทศไทย และเวียดนาม

บีเอสเอ รายงานเพิ่มเติมว่าเกือบ 400 องค์กรใน 11 จังหวัดของไทย ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย ขณะที่จังหวัดที่มีการเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และชลบุรี ส่วนประเภทขององค์กร ได้แก่ โรงงานผลิต บริษัทด้านวิศวกรรม และบริษัทด้านการออกแบบอุตสาหกรรม

“แคมเปญนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในไทย เพราะองค์กรธุรกิจตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย และเป็นการดีกว่าถ้าเลือกดำเนินการเชิงรุกในวันนี้ แทนที่จะรอให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และปัญหาทางกฎหมาย” นายดรุณ ซอว์เนย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บีเอสเอ I พันธมิตรซอฟต์แวร์ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าว

“เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำให้องค์กรธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย นอกจากนี้ เรายังเชื่อว่าซีอีโอในประเทศไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายเป็นอย่างดี และยังมีการดำเนินการในเชิงรุกที่ดีกว่าในบางประเทศ”

องค์กรธุรกิจกว่า 1,000 แห่งได้ทำการจัดซื้อซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์ประมาณ 6,000 เครื่อง ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการทำให้สินทรัพย์ซอฟต์แวร์ที่ใช้นั้นถูกต้องตามกฎหมายและลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเผชิญ

อย่างไรก็ตาม ในรายงานของ บีเอสเอ ยังระบุว่า องค์กรธุรกิจในเวียดนามและอินโดนีเซียยังคงตามหลังประเทศอื่นๆในเรื่องนี้ แม้จะมีองค์กรธุรกิจแห่งหนึ่งในอินโดนีเซียได้เปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายจำนวนหลายพันเครื่องแล้วก็ตาม

“เราพอใจกับความคืบหน้าของการดำเนินงานในปีนี้ แต่ซีอีโอบางรายจะเปลี่ยนการใช้งานซอฟต์แวร์ในองค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อเมื่อถูกกดดันอย่างจริงจังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เป็นหน่วยงานรัฐอย่างจริงจัง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับซีอีโอของบริษัทที่ไม่ยอมปฎิบัติตามกฎหมายต่อไป” นายดรุณกล่าวเพิ่มเติม

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

“ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่เปราะบาง” Reuven Aronashvili ซีอีโอ Prosecs