ไรอัน คาจิ เจ้าหนูวัย 8 ขวบ แห่ง Ryan ToysReview และ Ryan’s World ยังรักษาตำแหน่ง ยูทูบเบอร์ ทำรายได้สูงสุดจากการจัดอันดับโดย Forbes ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ขณะที่อันดับ 3 เป็นเด็กหญิงจากรัสเซียวัยแค่ 5 ขวบ ‘นาสเทีย’ ตอกย้ำความแรงคอนเทนต์สำหรับเด็ก

การจัดอันดับยูทูบเบอร์ทำรายได้สูงสุดของปี เป็นการคำนวณจากรายได้ระหว่างเดือนมิถุนายน 2018 ถึงมิถุนายน 2019 จากค่าโฆษณา คอนเทนต์ที่สปอนเซอร์จ้างผลิต ยอดขายสินค้า การออกทัวร์ ฯลฯ โดยยังไม่หักภาษีหรือส่วนแบ่งของเอเจนท์ ผู้จัดการส่วนตัว และทนาย ฯลฯ

สำหรับอันดับ 1 ได้แก่ ไรอัน คาจิ ซึ่งเริ่มทำรายการแนวแกะกล่องรีวิวของเล่นตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ขณะที่ปัจจุบัน เจ้าตัวเริ่มขยายไปสู่คอนเทนต์อื่นๆ เช่นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ (อ่านเพิ่มเติม Ryan ToysReview กวาด 700 ล้านบาท ขึ้นแท่น ยูทูบเบอร์ รวยสุดในโลก)

และยังต่อยอดธุรกิจอื่นๆ อาทิ ของเล่น เสื้อผ้า สินค้าอุปโภค ไปจนถึงรายการทีวีทางช่อง Nickelodeon กับ Hulu รวมรายได้กว่า 26 ล้านดอลลาร์ (ราว 785 ล้านบาท)

นอกจาก ไรอัน คาจิ แล้ว ในลิสต์ท็อปเทนยังมีครีเอเตอร์อายุไม่ถึง 10 ขวบอีกราย คือ อนาสเทเชีย ราดซินสกายา เด็กหญิงชาวรัสเซีย วัย 5 ขวบ เจ้าของแชนแนล Like Nastya Vlog

ในปีที่ผ่านมา อนาสเทเชีย หรือ “นาสเทีย” ทำรายได้ไปถึง 18 ล้านดอลลาร์ (543 ล้านบาท) และเพิ่งเซ็นสัญญากับแบรนด์ดังอย่าง Legoland และ Dannon เป็นตัวเลขหกหลักเมื่อเร็วๆนี้ และมีกำหนดวางตลาดของเล่นและเกมบนสมาร์ทโฟน รวมถึงหนังสือภายในปีหน้า

นอกจาก ไรอัน กับ นาสเทีย แล้ว ในลิสต์ท็อปเทนที่ทำรายได้รวมกันถึง 162 ล้านดอลลาร์ (4,888 ล้านบาท) ยังมีอีก 5 รายที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมยอดนิยมในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น อย่าง Minecraft และ Fortnite อีกด้วย อาทิ เพรสตัน อาร์สเมนท์ (TBNRFrags อันดับ 6) แดเนียล มิดเดิลตัน (DanTDM อันดับ 9) อีวาน ฟง (VanossGaming อันดับ 10) ฯลฯ

สรุป 10 อันดับยูทูบเบอร์ทำรายได้สูงสุด ปี 2019

  1. ไรอัน คาจิ (Ryan ToysReview – 26 ล้านดอลลาร์)

2) โคบี คอททอน, คอรี คอททอน, การ์เร็ต ฮิลเบิร์ท, โคดี โจนส์ และ ไทเลอร์ ทันนีย์ (Dude Perfect – 20 ล้านดอลลาร์)

3) อนาสเทเชีย ราดซินสกายา (Like Nastya – 18 ล้านดอลลาร์)

4) เรทท์ แม็คลาฟลิน และ ลิงค์ นีล (Rhett and Link – 17.5 ล้านดอลลาร์)

5) เจฟฟรี สตาร์ (Jeffree Star – 17 ล้านดอลลาร์)

6) เพรสตัน อาร์สเมนท์ (TBNRFrags – 14 ล้านดอลลาร์)

7) เฟลิกซ์ เคลเบิร์ก (PewDiePie – 13 ล้านดอลลาร์)
มาร์ค ฟิสช์บาค (Markiplier – 13 ล้านดอลลาร์)

9) แดเนียล มิดเดิลตัน (DanTDM – 12 ล้านดอลลาร์)

10) อีวาน ฟง (VanossGaming – 11.5 ล้านดอลลาร์)

AHEAD TAKEAWAY

ความสำเร็จของ ไรอัน และ นาสเทีย คือหลักฐานสนับสนุนว่า YouTube คือแหล่งขุมทรัพย์มหาศาลสำหรับคนที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเด็กโดยเฉพาะ

ผลสำรวจของ Pew Research Center จากการสำรวจคลิปต่างๆบน YouTube ตลอดหนึ่งสัปดาห์แรกของปี 2019 พบว่า วิดีโอที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี คือกลุ่มที่มียอดวิวสูงสุดบนแพลตฟอร์ม

โดยคีย์เวิร์ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เพลงสำหรับเด็กวัยก่อนเข้าเรียน (nursery rhymes และ singalongs) และวิดีโอเกมกับของเล่น (video games และ toys)

(อ่านเพิ่มเติม ผลสำรวจพบคอนเทนต์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี มียอดวิวสูงสุดบน YouTube)

เหตุผลหลักๆคงไม่พ้นเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เหมือนอย่างที่ เอยัล บอเมล ซีอีโอของ Yoola ซึ่งเป็นตัวแทนคอยดูแลสัญญาให้กับอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์บนโลกออนไลน์ รวมถึง นาสเทีย ด้วย กล่าวว่า แพลตฟอร์มวิดีโอยักษ์ใหญ่รายนี้ คือ “พี่เลี้ยงเด็กที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก”

แม้คำแนะนำจากแพทย์ด้านพัฒนาการเด็กหลายราย จะยืนยันว่าไม่ควรให้เด็กๆใช้งานสมาร์ทดีไวซ์เหล่านี้ก่อน 3 ขวบ รวมถึงการจำกัด screen time ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

(อ่านเพิ่มเติม ผลวิจัยยืนยัน ยิ่งเด็กอยู่หน้าจอสมาร์ทโฟนนาน ยิ่งมีผลต่อโครงสร้างสมอง)

แต่ในความเป็นจริง มีพ่อแม่น้อยรายที่จะทำได้ตามคำแนะนำเหล่านั้น เพราะผลสำรวจจาก Pew Research ก็พบเช่นกันว่า 81% ของพ่อแม่ที่มีลูกอายุ 11 ขวบหรือต่ำกว่า อนุญาตให้ลูกๆดูรายการบน YouTube ผ่านแอคเคาท์ของตนเองอยู่ดี

ขณะที่พฤติกรรมของเด็กเล็ก มักจะเลือกดูคลิปที่ตนชื่นชอบซ้ำไปซ้ำมา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคลิปสร้างชื่อของ ไรอัน (GIANT Lightning McQueen Egg Surprise with 100+ Disney Cars Toys) ถึงมียอดวิวกว่า 1 พันล้านครั้ง นับแต่ถูกอัพโหลดขึ้นบนช่องเมื่อสี่ปีก่อน หรือนับเฉพาะในรอบปีที่ผ่านมา ก็ยังมีคนคลิกเข้าไปดูกว่า 100 ล้านครั้ง

เช่นเดียวกับคลิปไปเที่ยวสวนสัตว์ของ นาสเทีย กับพ่อ ซึ่งปัจจุบัน มีคนกดชมไปแล้วกว่า 769 ล้านครั้ง ในเวลาแค่ปีเดียว

ขณะที่อัลกอริทึมของ YouTube ก็จะทำการคัดกรองคลิปที่คล้ายกันมาพรีวิวข้างๆ หรือเปิดต่อทันที เพื่อดึงผู้ใช้งานให้อยู่หน้าจอต่อไป ซึ่งกลุ่มที่จดจ่ออยู่หน้าจอได้นานแบบนี้ ก็มักจะเป็นเด็กเล็ก อายุ 3-4 ขวบ ที่มักนั่งดูคลิปแบบนี้ได้จนจบ ผิดกับผู้ใหญ่ที่จะเปิดดูแบบผ่านๆตา

นั่นทำให้ช่องทางเหล่านี้กลายเป็นพื้นที่โฆษณาชั้นดีสำหรับแบรนด์ต่างๆในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเกิดและโตมากับอุปกรณ์เหล่านี้ มากกว่าจอโทรทัศน์หรือสิ่งพิมพ์

ขณะที่ทางฝั่งครีเอเตอร์ที่เป็นเด็กเอง แม้จุดเริ่มต้นจะเกิดจากความบังเอิญ แต่เมื่อมันถูกจริตของผู้ชมที่เป็นเด็กด้วยกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจไปด้วย

อย่างในกรณีของ นาสเทีย นั้น เธอมีอาการของโรคสมองพิการ (cerebral palsy) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่เกิดในเด็กเล็ก จนแพทย์เกรงว่าเธออาจจะมีปัญหาเรื่องการพูด

คลิปวิดีโอแรกๆใน YouTube จึงเป็นการบันทึกพัฒนาการของเธอระหว่างการรักษา เพื่อให้เพื่อนๆและญาติๆได้ดู ซึ่งตัวคลิปก็เป็นกิจกรรมทั่วไปของพ่อแม่กับเด็ก เช่น กระโดดเล่นบนปราสาทเป่าลม เล่นกับแมว หรือออกไปเที่ยวกับพ่อ ฯลฯ

แต่กลับมีคนกดติดตามแชนแนลของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหนึ่งในคลิปที่มีคนกดเข้าไปชมมากที่สุด คือตอนที่เธอกับ ยูริ ผู้พ่อไปเที่ยวสวนสัตว์ เฉพาะคลิปนั้นคลิปเดียว มีคนกดชมกว่า 769 ล้านครั้งเลยทีเดียว

ปัจจุบัน นาสเทีย มีผู้ติดตามถึง 107 ล้านคน ทางแชนแนล ‘Like Nastya Vlog’ ทั้ง 7 ช่อง ซึ่งมียอดวิวรวมกว่า 42,000 ล้านครั้งเลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากถึงอยากเป็น ยูทูบเบอร์ มากกว่านักบินอวกาศ เพราะนี่คือวิถีที่พวกเขาเติบโตขึ้นมานั่นเอง

ปัญหาเดียวของเหล่ายูทูบเบอร์เด็กเหล่านี้ คือนโยบายใหม่ของ YouTube ในปีหน้า ที่จะแบนการยิงแอดถึงกลุ่มเป้าหมายสำหรับคอนเทนต์เกี่ยวกับเด็กโดยเฉพาะ (อ่านเพิ่มเติม ผู้แทนกดดัน YouTube ชี้แจง รวบรวมข้อมูลผู้บริโภคจากเด็ก) ซึ่งอาจส่งผลต่อการเสิร์ชหาวิดีโอเหล่านี้ผ่านเสิร์ชเอ็นจินของ Google และรวมถึงรายได้ของครีเอเตอร์เด็กเหล่านี้ด้วย

เรียบเรียงจาก

The Highest-Paid YouTube Stars of 2019: The Kids Are Killing It

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า