ยูนิโคล่ ( Uniqlo ) แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากญี่ปุ่น เตรียมแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานมนุษย์ ด้วยการจับมือกับสตาร์ทอัพ พัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถหยิบและพับเสื้อผ้าใส่กล่อง สำหรับใช้งานในคลังสินค้าหลักที่โตเกียว

รายงานจาก The Financial Times ระบุว่า Fast Retailing บริษัทแม่ของ ยูนิโคล่ ได้ร่วมกัน มูจิน (Mujin) สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม พัฒนาหุ่นยนต์ติดตั้งแขนกล ซึ่งสามารถหยิบและพับเสื้อผ้าลงกล่องได้เหมือนพนักงาน ตามแผนการใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานมนุษย์ในคลังสินค้าหลักที่กรุงโตเกียว ซึ่งปัจจุบันก้าวหน้าไปแล้วกว่า 90%

ทาคุยะ จิมโบะ รองประธานบริหารของ Fast Retailing ชี้แจงถึงการนำเครื่องจักรมาใช้ในคลังสินค้าของบริษัทฯ ว่าเป็นเพราะปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาด้านแรงงานอย่างหนัก เมื่อประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว

“ตอนนี้เป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับเราที่จะจ้างแรงงานมนุษย์ ซึ่งมันเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าที่หลายคนคิด เราจำเป็นต้องเป็นผู้นำและลองผิดลองถูกต่อไป เพราะบริษัทที่จะอยู่รอดต่อไปได้ ก็ต้องยกระดับโมเดลธุรกิจของตัวเองได้ด้วย”

AHEAD TAKEAWAY

ขณะที่หลายๆแห่งบนโลกกำลังหวั่นเกรงกันเรื่องเครื่องจักรจะเข้ามาแย่งงานของมนุษย์ แต่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างญี่ปุ่น สถานการณ์กลับตรงกันข้าม

กระทรวงมหาดไทยของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้ว่าปัจจุบัน 1 ใน 5 ของประชากรในประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 20 มีอายุเกินกว่า 70 ปี

ขณะที่สถาบันประชากรและประกันสังคมแห่งชาติ ก็คาดการณ์ว่าหากอัตราการเกิดของญี่ปุ่นยังคงลดลงต่อเนื่องแบบนี้

จำนวนประชากรในประเทศ จะลดลงจาก 127 ล้านคน เหลือเพียง 88 ล้านคนภายในปี 2065

ผลกระทบที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการขาดแคลนแรงงาน จนทั้งภาครัฐและเอกชนต้องหาวิธีรับมือด้วยกลยุทธ์ต่างๆ

อาทิ หนึ่ง ขยายอายุการเกษียณออกไปอีก จากเดิมที่ 65 ปี สองคือการเปิดรับแรงงานต่างด้าว เช่นการประกาศความร่วมมือกับรัฐบาลเวียดนาม เพื่อเปิดทางให้พยาบาลจำนวน 10,000 คนเข้ามาทำงานในประเทศได้ โดยได้รับค่าแรงเท่ากับคนท้องถิ่นด้วย

และสาม คือการใช้เครื่องจักรทดแทน เหมือนที่ Uniqlo เลือกทำ รวมถึงในอุตสาหกรรมอื่นๆ

เช่น ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มีการรวมตัวของบริษัทต่างๆ 13 ราย ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐ ในโครงการ i-construction เช่นการพัฒนาระบบควสบคุมการก่อสร้างด้วยคนเพียงคนเดียวผ่านแท็บเล็ท ฯลฯ (อ่านเพิ่มเติม i-Construction จักรกลก่อสร้าง)

หรือในเรื่องการขนส่งและคมนาคม ที่ โตโยต้า และ นิสสัน สองผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศ เร่งพัฒนารถยนต์ไร้คนขับสำหรับเตรียมทดลองใช้งานจริงในช่วงโอลิมปิก 2020 เช่นเดียวกับ SoftBank ที่จับมือ Baidu จากจีนในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับรถบัสไร้คนขับ

(อ่านเพิ่มเติม โตเกียวเตรียมให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในโอลิมปิก และ SoftBank จับมือ Baidu ให้บริการรถบัสไร้คนขับในญี่ปุ่น)

ที่จริง ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ที่อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยก็ได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นชาติกำลังพัฒนารายแรกที่เข้าสู่สภาวะสังคมผู้สูงอายุ ในอีกสองปีข้างหน้า โดยอ้างอิงข้อมูลจาก ธปท. ว่าเราจะมีประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไป สูงถึง 14% ภายในปี 2022 แซงหน้า จีน ไปเป็นที่เรียบร้อย

(อ่านเพิ่มเติม นักวิเคราะห์เตือนสังคมผู้สูงอายุทำเศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามรอยญี่ปุ่น)

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือในช่วงเวลาที่เหลืออีกสองปีนับจากนี้ เราพร้อมแค่ไหนสำหรับรับมือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อเทียบกับชาติที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น

เรียบเรียงจาก

Uniqlo’s robots have already replaced 90% of its human workers at its flagship warehouse, now they’ve cracked the difficult task of folding T-shirts

The next Japan is not China but Thailand

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า