ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทักษะการทำงาน ( Hard Skills ) เดิมๆ อาจลดความสำคัญลง เพราะถูกทดแทนโดยเครื่องจักรกับ AI แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามนุษย์จะถูกแทนที่ 100% ตราบใดที่ยังมี และไม่หยุดพัฒนาทักษะอีกประเภท ที่เรียกกันว่า Soft Skills

Soft Skills คือทักษะที่ใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับคน เป็นกลุ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมและอารมณ์เป็นหลัก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน หรือในอนาคตอันใกล้ เป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้

เชลลี ออสบอร์น รองประธานฝ่ายการเรียนรู้ที่ Udemy เว็บไซต์คอร์สออนไลน์อันดับต้นๆ ของโลก เผยว่าทุกวันนี้ ผู้เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ กำลังให้ความสนใจกับทักษะด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมรับมือกับโลกยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง

คำถามถัดมาคือทักษะในกลุ่มนี้ มีอะไรบ้างที่จำเป็น?

รายงาน 2020 Workplace Learning Trends Report ทำการจัดอันดับ 10 ทักษะทางสังคมที่จำเป็นสำหรับการทำงานไว้ ดังนี้

#10
ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

ผลวิจัย 90% พบว่า ผู้นำที่ดีมักมีความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งสามารถสร้างขึ้นได้โดยฝึกการควบคุมและการแสดงออกทางอารมณ์ของคุณเอง รวมถึงหมั่นสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ภายในที่ทำงาน

#9
ภาวะผู้นำ (Leadership)

ภาวะผู้นำ (Leadership) เป็นเรื่องของบุคลิกภาพ ต่างจาก ผู้นำ (Leader) ซึ่งเป็นเรื่องของตำแหน่งที่มีการแต่งตั้ง คุณไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งสูงๆ ก็สามารถมีภาวะผู้นำในตัวได้ ผ่านการพัฒนาวิธีคิด ทั้งในแง่ความกล้า การนำเสนอหรือให้คำแนะนำ การให้ความช่วยเหลือ หรือมีความรับผิดชอบ ฯลฯ

นอกจากนี้ คนที่มีพื้นฐานความเป็นผู้นำ จะเพิ่มโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานได้มากกว่าคนที่ไม่มี

อ่านเพิ่มเติม: สำรวจคุณสมบัติผู้นำแบบ Perfect 10 จากงานวิจัยของ Google

#8
การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

เป็นกระบวนการคิดเพื่อพิจารณาหรือตัดสินเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้ยึดติดกับความเชื่อเดิมๆ หรือข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่อาศัยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องแบบรอบด้าน นำข้อมูลเหล่านั้นมาประเมินหาข้อดีข้อเสียอีกครั้ง ก่อนหาข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งอาจเหมือนหรือต่างไปจากคำตอบเดิมๆก็ได้

#7
เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม (Culture Awareness)

Culture Awareness หรือ Social Awareness การตระหนักรู้ เข้าใจ และยอมรับว่าบนโลกนี้ มีความแตกต่างที่หลากหลาย ทั้งจากการเลี้ยงดูของครอบครัว สังคม หรือวัฒนธรรมนั้น

คนที่เรียนรู้และฝึกฝนให้มีทักษะด้านนี้ จะสามารถตอบสนอง ทำงาน และพัฒนาความสัมพันธ์กับคนในองค์กรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์กรใหญ่ๆระดับโลกอย่าง Facebook หรือ Google ในปัจจุบัน ก็มักแสดงออกว่าความหลากหลาย (diversity) คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆด้วย

#6
ทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling)

การเล่าเรื่อง เป็นทักษะที่มนุษย์สร้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้งอดีตแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อบอกเล่าสิ่งที่ได้พบเห็นไปจนถึงเรื่องราวจากจินตนาการให้คนอื่นได้รับรู้

การเล่าเรื่องที่ดี จึงต้องจัดระบบความคิด และข้อมูล เพื่อนำมาใช้ในการเล่า และบรรยายได้ครบถ้วนและครอบคลุมทุกประเด็น รวมถึงโน้มน้าวให้อีกฝ่ายคล้อยตามได้

#5
ทักษะการสื่อสาร (Communication Skills)

การสื่อสารคือทักษะพื้นฐานของมนุษย์ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะทำได้ดี เราถึงเจอกับการสื่อสารสารพัดแบบ ทั้งพูดไม่รู้เรื่อง พูดห้วนๆ พูดมากเกินไป ฯลฯ

หัวใจของการสื่อสารที่ดี คือต้องตั้งต้นที่ผู้รับสารว่าเป็นใคร เพื่อหาวิธีสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ง่ายที่สุด แทนที่จะยึดผู้พูดเป็นตัวตั้ง

กลับกันในฐานะผู้ฟังเอง ก็สามารถพัฒนาการตีความข้อมูลที่ได้รับ ผ่านการพูด การฟัง และการสังเกตได้เช่นกัน

#4
นวัตกรรม (Innovation)

ในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นโดยอาศัยพลังของเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้น ในการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องเดิมๆ หรือเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น

ทักษะด้านนวัตกรรม คือการมองหา และพัฒนาสิ่งต่างๆที่มีอยู่แล้ว เช่น ไอเดีย แนวคิด กระบวนการ หรือวิธีการ เพื่อให้ได้ผลตามต้องการ

#3
การควบคุมจิตและสมาธิ (Focus mastery)

ประโยชน์ของการทำสมาธิเป็นเรื่องที่พูดกันในโลกตะวันออกมานานแล้ว จนมาในระยะหลังที่เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นทางซีกโลกตะวันตก หลังมีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามันมีส่วนช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับผลบวกทางด้านสุขภาพจิต เพราะการควบคุมความคิดให้สงบได้นั้น ส่งผลดีต่อการตัดสินใจทั้งระยะสั้นและระยะยาวดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผูกโยงกับความเชื่อทางศาสนาใดๆแต่อย่างใด

#2
ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ความคิดสร้างสรรค์ กับ นวัตกรรม นั้นเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงกันอยู่

อธิบายให้สั้นที่สุดคือ ความคิดสร้างสรรค์ คือ “กระบวนการคิด” ส่วน นวัตกรรม คือ “การดำเนินการหรือลงมือปฏิบัติ” ตามที่ ธีโอดอร์ ลิววิตต์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน กล่าวไว้ว่า “Creativity is thinking up new things. Innovation is doing new things.”

การจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะไม่เกิดผลหรือสามารถแก้ปัญหาได้ ทักษะทั้งสองประเภทนี้ จึงต้องมีอยู่ควบคู่กัน หรืออาจต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นๆ เพื่อให้มีครบทั้งสองข้อ

อ่านเพิ่มเติม: ทักษะที่คนยุคมิลเลนเนียลต้องมี ในยุคออฟฟิศ 4.0

#1
กรอบความคิดเปิดกว้างและยืดหยุ่น (Growth Mindset)

ความสามารถในการเรียนรู้ต่อเนื่อง และความตั้งใจที่จะเปิดรับการเปลี่ยนแปลง คือทักษะที่ได้รับเลือกว่า “สำคัญที่สุด” สำหรับทศวรรษนี้ รวมถึงอนาคตจากนี้ไปด้วย

เพราะอะไร Growth Mindset ถึงสำคัญ?

ในรายงานของ McKinsey & Company ระบุว่าภายในปี 2030 แรงงานไม่น้อยกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก จะถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์และ AI

เมื่องานที่เราเคยทำอยู่นั้น อาจถูกแทนที่โดยเครื่องจักร มนุษย์เราจึงต้องมีกรอบความคิดที่กว้างและยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ เพื่อกระตุ้นตัวเองไปสู่ระดับที่สูงกว่า (แทนที่จะยึดติดกับทักษะเดิมๆ) ด้วยการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ซึ่งเครื่องจักรยังไม่สามารถทำตามได้

อ่านเพิ่มเติมแนวทางการสร้าง Growth Mindset ได้ ที่นี่

เรียบเรียงจาก

The 10 most in-demand soft skills to master if you want a raise, promotion or new job in 2020

2020 Workplace Learning Trends Report: The Skills of the Future

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า