ขณะที่ในซีกโลกตะวันตก มี FAANG (Facebook-Apple-Amazon-Netflix-Google) โลกตะวันออกก็มีผู้นำด้านเทคโนโลยีเช่นกัน นั่นคือกลุ่ม BAT จากจีน ที่ประกอบด้วย ไป่ตู้ (Baidu) อาลีบาบา (Alibaba) และ เทนเซนต์ (Tencent)

ผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งลุกลามไปสู่สงครามเทคโนโลยีในรอบปีที่่ผ่านมา ส่งผลต่อทิศทางของทั้งสามบริษัท ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาและฮ่องกงไม่น้อย

มาดูความเห็นของนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างๆว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับกลุ่ม BAT ในช่วงที่ผ่านมา และทิศทางข้างหน้าของทั้งสามบริษัท

อ่านเพิ่มเติม

ศึกมหาอำนาจ AI Super Powers ฉบับรวบรัด

Baidu
ปรับกลยุทธ์สู้ศึกซูเปอร์แอพ

เจ้าพ่อเสิร์ชเอ็นจินแผ่นดินใหญ่ ที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ต้องเจอมรสุมหนัก จนราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงกว่า 20% เมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุตสาหกรรมโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท เริ่มชะลอตัวลง หลังภาครัฐเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเจอกับคู่แข่งมาแรงอย่าง ByteDance สตาร์ทอัพเจ้าของแอพฮิต TikTok ซึ่งเริ่มขยายการให้บริการในรูปแบบอื่นๆ นอกจากวิดีโอสั้น ตามคอนเซปต์ “ซูเปอร์แอพ” เพื่อดึงยูสเซอร์ให้อยู่ภายในอีโคซิสเต็มให้นานที่สุด

และหนึ่งในบริการที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ เสิร์ชเอ็นจิน นั่นเอง

การปรับตัวของ Baidu คือการออกซูเปอร์แอพของตัวเองบ้าง ในชื่อ Baidu App พร้อมเพิ่มช่องทางใหม่ๆในการสร้างรายได้เข้าสู่บริษัทฯ นอกจากการโฆษณา เช่น คอนเทนต์บนทีวีสตรีมมิ่ง ในชื่อ iQiyi ซึ่งนับจนถึงไตรมาสที่สามของปีที่ผ่านมา ทำรายได้ให้บริษัทถึง 7,400 ล้านหยวน (ราว 3 หมื่นล้านบาท) สูงขึ้นจากปี 2018 ถึง 7% เช่นเดียวกับยอดสมาชิกที่โตขึ้นถึง 31% ภายในปีเดียว

แม้ธุรกิจใหม่ๆ จะช่วยให้ราคาหุ้นของบริษัทกระเตื้องขึ้น แต่ธนาคารเพื่อการลงทุน China Renaissance มองว่าในปีนี้ Baidu ยังมีงานหนักอีกมากในการชิงส่วนแบ่งตลาดซูเปอร์แอพ เพราะมีการแข่งขันกันสูง และระบบนิเวศภายในแต่ละแอพ มักเป็นระบบปิด ผู้มาใหม่จึงเจาะเข้าไปได้ยาก

ขณะที่ Jeffries Group เสริมว่าโอกาสเติบโตของ Baidu น่าจะอยู่ในระยะยาว หลังเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างเต็มตัว เช่น iOT คลาวด์เซอร์วิส และรถไร้คนขับมากกว่า

อ่านเพิ่มเติม

Baidu เตรียมเปิดบริการบัสไร้คนขับในจีนและญี่ปุ่น

Alibaba
ผู้นำอีคอมเมิร์ซ กับยุคใหม่ของการค้าปลีก

Alibaba คือบริษัทฯที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในกลุ่ม BAT เมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อราคาหุ้นของบริษัทฯขยับขึ้นถึง 55% แม้ก่อนนี้จะมีความกังวลว่าเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง จะกระทบกับการใช้จ่ายของคนในประเทศ

แต่สุดท้าย ฝ่ายค้าปลีกซึ่งทำรายได้เข้ากลุ่มบริษัทมากถึง 85% ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าอีคอมเมิร์ซยังเป็นส่วนสำคัญสำหรับชาวจีน ด้วยรายรับในไตรมาสที่สาม ซึ่งเพิ่มจากปีก่อนถึง 40%

ขณะที่ฝ่ายคลาวด์ ซึ่งถูกวางไว้ว่าจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ด้วยรายรับที่เพิ่มขึ้น 64% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

Jeffries วิเคราะห์ถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของ Alibaba ว่าเป็นผลจากการขยายตัวของกลุ่มชนชั้นกลาง และการเข้าถึงแพลตฟอร์มและโลกออนไลน์ในเมืองเล็กๆที่เพิ่มขึ้น ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ส่วนก้าวต่อไปของ Alibaba คือการดันกลยุทธ์ที่เรียกว่า นิวรีเทล ซึ่งเป็นการผสมผสานประสบการณ์ในการช้อปปิ้งแบบออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน

ด้านคู่แข่งในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่าง JD.com ก็ยังตามหลัง Alibaba พอสมควรในเรื่องมาร์เก็ตแชร์ ที่ 63.1% ต่อ 25.7% ขณะที่การแข่งขันเพื่อให้บริการส่งสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง กลับทำให้กำไรของ JD.com ในไตรมาสที่สามหายไปเกือบ 80% เลยทีเดียว

ศึกหนักของ Alibaba จริงๆ น่าจะอยู่ที่ธุรกิจเดลิเวอรี ที่บริษัทในเครืออย่าง Ele.me ต้องแข่งขันกับผู้นำในตลาด อย่าง Meituan

อ่านเพิ่มเติม

แดเนียล จาง ผู้นำคนใหม่แห่ง Alibaba “ผมอยากเห็นธุรกิจใหม่ของเราฆ่าธุรกิจเดิม”

Alipay เผยไทยรั้งอันดับ 2 ด้านธุรกรรมในช่วง Golden Week

Tencent
ต่อยอดจากเกมสู่ธุรกิจอื่นๆ

Tencent หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของรัฐบาล ในปี 2018 ที่ต้องการแบนเกมที่มีเนื้อหารุนแรงและไม่เหมาะสม รวมถึงต้องได้รับการตรวจสอบก่อนอนุญาตและวางจำหน่าย

แต่หลังจากได้รับใบอนุญาตจากทางการ ธุรกิจเกมออนไลน์ของ Tencent ก็กระเตื้องกลับมาอีกครั้ง และทำรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 11%

การเพิ่มฟีเจอร์ WeChat Moments ในแอพ WeChat ที่มีผู้ลงทะเบียนกว่าพันล้านคน ก็มีส่วนกระตุ้นให้รายได้จากการโฆษณาของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 32%

นอกจากธุรกิจหลักอย่างเกม และซูเปอร์แอพ WeChat แล้ว Tencent ก็อยู่ระหว่างการต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นๆด้วย เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีด้านการเงินประเภทต่างๆ เพื่อสนับสนุนแพลตฟอร์มชำระเงิน WeChat Pay

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จาก Guotai Junan Securities หนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีน มองว่าการที่ Tencent สามารถรักษาโมเมนตัมในการทำกำไรไว้ได้ในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากการควบคุมค่าใช้จ่าย มากกว่าจะเป็นการเติบโตของรายได้ เพราะปัจจุบันรายได้จากเกมบนพีซี มีแนวโน้มหดตัวลงเรื่อยๆ จนอาจฉุดภาพรวมของรายได้จากแผนกเกมทั้งหมดลงไปด้วย

อ่านเพิ่มเติม

โพนี่ หม่า ทำทุกอย่าง เพื่อสร้าง Tencent

มูลค่า Tencent แซงหน้า Facebook แล้ว

เรียบเรียงจาก
How China’s tech trio — Baidu, Alibaba and Tencent — could fare in 2020

China’s Baidu launches mobile payment app

Baidu shares jump 4% as video streaming helps results beat expectations

TikTok owner ByteDance launches new search engine in China

JD.com’s profit crashes 80% in race with Alibaba over rural China

Meituan posts surprise profit after pipping Alibaba in food

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า