อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla มีลุ้นรับรางวัลก้อนแรกมูลค่า 346 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,400 ล้านบาท) ตามที่ตกลงไว้กับบอร์ดบริหาร หลังมูลค่า market cap ของหุ้นบริษัทฯในตลาดหลักทรัพย์จ่อแตะหลัก 100,000 ล้านดอลลาร์ (3 ล้านล้านบาท)

สัปดาห์ที่แล้ว Tesla เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทยานยนต์ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ ที่ 81,390 ล้านดอลลาร์ (2.47 ล้านล้านบาท) ทุบสถิติเดิมของ Ford ที่ทำไว้ 80,810 ล้านดอลลาร์ (2.45 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 1999 และมีแนวโน้มจะไปถึงหลัก 1 แสนล้านดอลลาร์ (3 ล้านล้านบาท) ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ มัสก์ ได้รับโบนัสพิเศษจากข้อตกลงที่ทำไว้กับบอร์ดบริหารเมื่อต้นปีที่แล้ว

ครั้งนั้น บอร์ดบริหารของ Tesla ตกลงต่อสัญญาให้ มัสก์ ทำหน้าที่ซีอีโอต่อไปอีก 10 ปีด้วยกัน

พร้อมโจทย์สำคัญคือการสร้างมูลค่าบริษัทฯให้โตขึ้นจาก 59,000 ล้านดอลลาร์ (1.78 ล้านล้านบาท) เป็น 650,000 ล้านดอลลาร์ (19.6 ล้านล้านบาท) ภายในหนึ่งทศวรรษ เพื่อแลกกับส่วนแบ่งหุ้นบริษัท มูลค่า 55,800 ล้านดอลลาร์ (1.68 ล้านล้านบาท) โดยที่ระหว่างนี้เจ้าตัวจะไม่ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งซีอีโอเลย

ในข้อตกลงดังกล่าว มัสก์ ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นบริษัทอยู่แล้ว 20% จะได้รับโบนัสก้อนแรก จำนวน 346 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,400 ล้านบาท) หากมูลค่าหุ้นบริษัทในตลาดแตะหลัก 1 แสนล้านดอลลาร์ (3 ล้านล้านบาท) หรือเมื่อราคาหุ้นไปถึงระดับ 554.81 ดอลลาร์ต่อหุ้น

แม้ในรอบปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ Tesla จะผันผวนอย่างหนัก แต่ในช่วงสามเดือนหลังสุด ราคากลับเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว คือจาก 257.89 ดอลลาร์ (ราว 7,800 บาท) เมื่อกลางเดือนตุลาคม และเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 543.98 (ราว 16,500 บาท) เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นของบริษัทฯ จะไปถึงหลักแสนล้านดอลลาร์ได้จริง มัสก์ ก็ยังจะไม่ได้รับรางวัลดังกล่าวทันที

เพราะยังมีเงื่อนไขว่า ราคาดังกล่าวจะต้องคงไว้ไม่ต่ำกว่า 30 วัน และไม่หลุดจากค่าเฉลี่ยต่อเนื่องหกเดือน

นอกจากนี้ บริษัทจะยังต้องบรรลุเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ระหว่างทำรายได้ภายในปีนี้ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ (6 แสนล้านบาท) หรือมีกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าเสื่อมราคาต่างๆ (EBITDA) 1,500 ล้านดอลลาร์ (45,000 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีคดีฟ้องร้องจาก ริชาร์ด ทอร์เนตต้า หนึ่งในผู้ถือหุ้นที่ยื่นฟ้อง มัสก์ และบอร์ดบริหาร เพราะเห็นว่ามูลค่าของโบนัสสูงเกินไป และมติดังกล่าวของบอร์ดเป็นการกระทำเกินกว่าอำนาจที่มี

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะยังห่างไกลจากการเป็นบริษัทยานยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก (ปัจจุบันตำแหน่งนี้เป็นของ Toyota ที่มีมูลค่า market cap ราว 230,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.9 ล้านล้านบาท)

แต่การพา Tesla ก้าวมาถึงจุดนี้ ทั้งที่เคยถูกปรามาสจากคนในวงการ ว่าน่าจะประสบปัญหากระแสเงินสด และล้มละลาย จนมูลค่าหุ้นเติบโตเกิน 100% ในช่วงสามเดือนหลังสุด ก็ถือเป็นความสำเร็จที่นักวิเคราะห์และคนในวงการยกย่องความพยายามของ อีลอน มัสก์ และทีมงาน

อเลน คอร์นเฮาเซอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มองว่าเหตุผลหลักที่พลิกชะตาของ Tesla ให้มีวันนี้ได้ ก็คือการเข้าสู่ตลาดแมสอย่างเต็มตัวด้วย Model 3

เพราะแม้การตัดสินใจเร่งเข้าสู่ตลาดแมส จะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่เมื่อ Gigafactory และสายการผลิตของ Model 3 เริ่มเข้ารูปเข้ารอย

ผลประกอบการของบริษัทฯก็เป็นบวกอย่างต่อเนื่องในช่วงหกเดือนหลังสุด ทั้งที่ติดลบมาตลอด นับแต่ทำ IPO เข้าสู่ NASDAQ เมื่อสิบปีที่แล้ว

(อ่านเพิ่มเติม หุ้น Tesla ทุบสถิตินิวไฮ 2 วันติด มูลค่าแตะ 2.2 ล้านล้านบาท)

ทีมงาน AHEAD ASIA มองว่าประเด็นเรื่องโบนัสก้อนโตนั้น อาจเป็นเจตนาของ มัสก์ และบอร์ดบริหารเพื่อสร้าง awareness มากกว่า จะเป็นเป้าหมายจริงจัง

เพราะแม้ราคาหุ้น TSLA จะพุ่งสูงขึ้นกว่า 100% ในเวลาสั้นๆ แต่การจะรักษาระดับนี้ไว้ให้ต่อเนื่องได้ยาวนานเป็นเดือน หรือมีค่าเฉลี่ยสูงถึงครึ่งปี เพื่อให้เข้าเกณฑ์ที่บริษัทฯต้องจ่ายโบนัส คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายเรื่องที่ส่งผลต่อราคาได้

เห็นได้จากการที่ราคาหุ้นของบริษัทหลุดไปต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ทันที เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพียงแค่มีความเห็นจาก อดัม โจนาส จาก Morgan Stanley แนะให้นักลงทุนลดระดับการลงทุน (underweight) ลง เพราะไม่เชื่อมั่นว่าจะรักษาระดับราคานี้ได้นานนัก

ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว เป้าหมายหลักของ มัสก์ ในการบริหาร Tesla ก็ไม่น่าจะอยู่ที่การทำกำไรในระยะสั้นเพียงไม่กี่ปีด้วยซ้ำ

แต่เป็นการปรับพฤติกรรมผู้บริโภค และอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมดให้เปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็นรถพลังงานไฟฟ้า (EV) เหมือนที่ สตีฟ จ๊อบส์ เคยสร้างให้ iPhone เป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟน หรือ เจฟฟ์ เบโซส สร้างให้ Amazon และอีคอมเมิร์ซ เป็นมาตรฐานใหม่ของการค้าปลีก

และถ้ามองจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ผลิตยานยานต์รายใหญ่ต้องปรับกลยุทธ์ตามด้วยแล้ว น่าจะพอเห็นเค้าโครงว่า มัสก์ กับ Tesla มาถูกทางแล้ว

เรียบเรียงจาก
Tesla stock surge positions Elon Musk for $346 million payout

How Elon Musk Made Tesla the Most Valuable Car Company in the World

Morgan Stanley slaps Tesla with its first ‘sell’ rating in 7 years, arguing it lacks upside after spiking 100% in just 4 months (TSLA)

TESLA, INC.

Tesla Inc (TSLA:NASDAQ)

TESLA IS NOW THE MOST VALUABLE AUTO COMPANY IN US HISTORY

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า