UPS ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เตรียมเริ่มทดสอบการใช้ รถไร้คนขับ ในการส่งพัสดุในเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับ Waymo ผู้พัฒนารถไร้คนขับในเครือ Alphabet

ในการทดสอบซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และกินเวลานานหลายเดือน Waymo จะใช้ Chrysler Pacifica รถแวนขนาดเล็กที่ดัดแปลงให้ขับเคลื่อนอัตโนมัติ บรรทุกพัสดุจากสาขาต่างๆของ UPS ในเมืองฟินิกซ์ ไปยังสถานีคัดแยกพัสดุในเมืองเทมพี รัฐแอริโซนา โดยยังไม่มีการนำพัสดุไปส่งที่บ้านของลูกค้าแต่อย่างใด ขณะที่บนรถก็จะยังมีพนักงานของ Waymo นั่งอยู่ด้วย เพื่อเก็บข้อมูลรวมถึงเข้าควบคุมการวิ่งของรถเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

ทั้ง UPS และ Waymo ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดด้านการเงินของความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากระบุว่า Waymo เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด

ขณะเดียวกัน UPS ก็ประกาศซื้อรถตู้ขนสินค้าพลังไฟฟ้าจาก Arrival สตาร์ทอัพผู้ผลิตรถ EV ของสหราชอาณาจักร จำนวน 10,000 คัน สำหรับใช้ส่งพัสดุในสหราชอาณาจักร ยุโรป และสหรัฐฯ ตลอดสี่ปีข้างหน้า ขณะที่กองทุน VC ในเครือของ UPS ก็จะลงทุนเพิ่มเติมใน Arrival โดยไม่เปิดเผยจำนวนเงินด้วย

AHEAD TAKEAWAY

ขณะที่ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ลดการเอาท์ซอร์สบริการส่งพัสดุ และหันไปพัฒนาเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ด้วยตนเอง UPS และ FedEX สองผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจนี้ ก็หันมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งรถไร้คนขับ และโดรนส่งสินค้า

ที่ผ่านมา UPS Flight ซึ่งแยกตัวออกมาให้บริการด้านโดรนโดเฉพาะ ก็ร่วมมือกับ Matternet ผู้ให้บริการโดรนโลจิสติกส์ ทดลองส่งเวชภัณฑ์และพัสดุน้ำหนักเบาต่างๆให้กับ CVS Pharmacy ไปบ้างแล้ว และมีแผนทดสอบการส่งสินค้าด้วยโดรน ในซาน ดิเอโก เป็นเป้าหมายต่อไป หลังได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐฯ ในการให้บริการโดรนแล้ว ซึ่งจะยังเน้นหนักไปที่ยาและเวชภัณฑ์เหมือนเดิม

การที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ เริ่มให้ความสำคัญกับ รถไร้คนขับ และ โดรน ในการส่งของมากขึ้น ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของธุรกิจนี้ ที่ต้องแข่งขันกันทั้งเรื่องคุณภาพ ความรวดเร็ว รวมถึงค่าใช้จ่าย

ในทางกลับกัน ก็จะส่งผลกระทบถึงพนักงานในองค์กร ซึ่งมีแนวโน้มถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร แม้โฆษกของ UPS จะยืนกรานว่ายังให้ความสำคัญกับพนักงานที่เป็นมนุษย์เสมอ และมองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเติมเต็มเท่านั้น

บาลา กาเนช หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ UPS กล่าวว่าการนำรถไร้คนขับของ Waymo มาช่วยรับส่งพัสดุจากสาขาต่างๆไปยังสถานีคัดแยก จะช่วยลดเวลาที่สูญเปล่าในกระบวนการลงได้ เพื่อให้พนักงานสามารถนำพัสดุที่คัดแยกไปส่งมอบให้ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน การนำรถไร้คนขับมาใช้บริการส่งของ ก็เป็นโอกาสใหม่ๆสำหรับ Waymo และผู้พัฒนารายอื่นๆ ในการผลักดันให้เทคโนโลยีเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากขึ้น

การขนส่งพัสดุแทนการเป็นรถโดยสาร ยังมีข้อได้เปรียบตรงที่ผู้พัฒนาสามารถระบุได้ชัดเจนว่าปัญญาประดิษฐ์ต้องตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะไม่ต้องพะวงเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร

และในปัจจุบัน ก็มีการทดสอบใช้รถไร้คนขับส่งสินค้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทั้ง Waymo ที่ร่วมงานกับ Autonation ส่งพัสดุในเมืองฟีนิกซ์ หรือ UPS ที่ทั้งลงทุนและใช้บริการของ TuSimple สตาร์ทอัพที่พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับรถบรรทุกไร้คนขับ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม
รู้จักเทรนด์เทคโนโลยีค้าปลีก 2020

Amazon เปิดตัวโดรนแห่งอนาคต ส่งไวใน 30 นาที

Waymo รถยนต์ไร้คนขับ บนหนทางสู่อนาคต

เรียบเรียงจาก
UPS teams up with Waymo to test self-driving delivery vans

UPS is buying thousands of electric vans and teaming up with Waymo to accelerate the future of delivery

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า