WeChat Pay ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 หรือราว 3 ปี หลังจาก WeChat ก่อตั้งขึ้น โดยระบบการชำระเงินในซูเปอร์แอพเจ้านี้ เริ่มต้นจากไอเดียง่ายๆ เมื่อพนักงาน WeChat กลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งกินอาหารเช้าในคาเฟ่ที่ไม่ไกลจากสำนักงานใหญ่เท่าไหร่ คุยกันว่า

“ถ้าต่อไปทุกคนที่ซื้ออาหารเช้า จ่ายเงินผ่าน WeChat ก็คงดีนะ”

นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของ WeChat Pay ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยคนเพียง 10 คน

และหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้ง ก็ยอมรับกับ AHEAD ASIA ว่า แม้แต่เขา และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่พวกเขาฝันกัน จะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

เพราะปัจจุบัน มันเติบโตขึ้นมาเป็นระบบการชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile Payment) ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในจีน มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (Monthly Active User) กว่า 800 ล้านแอคเคาท์ และเมื่อปลายปี 2018 ก็มียอดการชำระเงินผ่านระบบในหนึ่งวัน (Daily Transaction) เกินกว่า 1,000 ล้านครั้ง

แม้แต่ร้านค้าใกล้ๆตัวเราอย่าง 7-Eleven ก็รับชำระเงินด้วย WeChat Pay สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนแล้วเช่นกัน

แต่อะไร คือบทเรียนจากความสำเร็จที่มาไวกว่าที่คิดนี้

ทีมงาน AHEAD ASIA จัดการถอดรหัสจาก 4 บทเรียนที่ถ่ายทอดจากปากหนึ่งใน 10 ผู้ร่วมก่อตั้ง ไว้ดังนี้

#1
Social : สร้างสังคม

ระบบการชำระเงินจำเป็นต้องมีผู้ใช้งานจำนวนมาก แม้ในปี 2013 หนุ่มสาวชาวจีนจะเริ่มคุ้นกับการชำระเงินออนไลน์แล้ว แต่คนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่เป็นเช่นนั้น

ทาง WeChat เลยใช้วัฒนธรรมหนึ่งที่สังคมจีนคุ้นเคยกันดี เป็นตัวจุดระเบิด นั่นคือ “ซองอั่งเปาสีแดง”

ซึ่งก็ได้การตอบรับอย่างล้นหลาม เป็นการสร้างสังคมการเงินออนไลน์ ผ่านวัฒนธรรมการเงินที่สังคมจีนคุ้นเคยกันดี และข้อดีสำคัญของการให้อั่งเปา คือการส่งต่อ นั่นทำให้ระบบนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว

และเมื่อมีคนให้เงินคุณมา …คุณก็ต้องลองใช้ นั่นนำไปสู่เคล็ดลับที่สองคือ

#2
Scenario : สถานการณ์

เมื่อคนเริ่มนำเงินที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ (E-Wallet) ไปลองใช้ ทีมงาน WeChat Pay ก็ได้เรียนรู้ถึงรูปแบบ และสถานการณ์ในการใช้เงินต่างๆ เปิดทางให้ทีมงานนำมาปรับโซลูชั่นให้ตอบ Scenario ที่หลากหลายให้ได้มากที่สุด

ซึ่งการสร้างโซลูชั่น ให้รองรับสถานการณ์ต่างๆ นั้น ต้องทำมากกว่าแค่พัฒนาโซลูชั่น หรือเขียนโค้ด แต่ต้องออกไปทำบนโลกออฟไลน์ด้วย เช่น คุยกับร้านค้า หาพาร์ทเนอร์เพิ่ม ฯลฯ

#3
Efficiency & Cost : ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เบากระเป๋า

เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก มีโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองสถานการณ์และรูปแบบการใช้งานแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อมาคือ จะทำอย่างไรให้ค่าใช้จ่ายไม่สูง และใช้งานได้จริง

นั่นจึงเป็นที่มาของการเลือก QR Code เพราะคนจีนทุกคนที่ใช้ WeChat ในการคุยกับเพื่อนหรืออ่านคอนเทนท์ รู้จักการสแกน QR Code อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแนะนำ และอธิบายแก่ผู้บริโภคใหม่

การใช้ QR Code ยังถูกและสะดวกสำหรับร้านค้าเล็กๆ เพราะราคาที่ถูกกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกัน อย่าง เครื่องรูดบัตร หรือ EDC (Electronic Data Capture) ที่ต้องเช่าหรือซื้อจากธนาคารในราคาสูง

ราคาที่ถูกลงจะช่วยเพิ่ม Scenario ในการใช้งานในข้อ 2

#4
Infrastructure & Ecosystem : โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศ

เมื่อร้านค้า พาร์ทเนอร์ และลูกค้ามากขึ้น ก็ทำให้เกิด Scenario ในการใช้งาน และความต้องการที่หลากหลายขึ้น

ถึงตรงนี้ WeChat ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด จึงเลือกสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดการเชื่อมต่อให้นักพัฒนาโปรแกรมเข้ามาสร้างโซลูชั่นใหม่ๆแทน ซึ่งก็มีการพัฒนาไปสู่ WeChat Mini Program ให้ร้านค้าทำได้มากกว่าชำระเงิน หรือสั่งซื้อของออนไลน์ แต่ยังทำ App ของร้านค้าตัวเอง ใน WeChat โดยใช้วิธีการ Drag & Drop เท่านั้น

ปัจจุบันนักพัฒนาที่อยู่ในระบบนิเวศของ WeChat น่าจะอยู่ระหว่าง 200,000 – 300,000 คน และพวกเขาหวังว่ามันจะมากขึ้นอีกเพื่อเติมเต็มความต้องการของทุกๆฝ่าย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า