คุณรู้หรือไม่ ว่าค่าเฉลี่ยอายุ (lifespan) ของบริษัทหรือองค์กรกำลังสั้นลงเรื่อยๆ?

ร้อยปีที่แล้ว ค่าเฉลี่ยอายุของบริษัทอยู่ที่ 67 ปี หรือเกือบๆหนึ่งชั่วอายุคน ส่วนในปัจจุบัน ตัวเลขนี้เหลือเพียง 15 ปี

เพราะปัจจุบัน นวัตกรรมใหม่ๆ ส่งผลให้การแข่งขันทางธุรกิจยิ่งเข้มข้นขึ้น และจะมีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่ได้ไปต่อ

AHEAD ASIA เชื่อว่าการสร้าง นวัตกรรมองค์กร ให้เกิดขึ้น คือทางออกของเรื่องนี้ และนี่คือแนวคิด 3 ด้านที่น่าสนใจในการนำพาองค์กรของคุณมุ่งสู่เป้าหมายนั้น

นำองค์กรสู่วิถีแห่งสตาร์ทอัพ ไปกับ เอริค รีส์

แนวคิด The Lean Startup ของ เอริค รีส์ แม้ชื่อจะเป็นสตาร์ทอัพ แต่ที่จริงแล้ว แก่นของมันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ด้วยการเดินตามหลัก Build-Measure-Learn หรือ “สร้าง วัดผล และเรียนรู้”

ในการทำธุรกิจแบบเก่า เรามักคาดการณ์ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ จากนั้นก็เริ่มเขียนแผนธุรกิจ ระดมทุน สร้างทีม พัฒนาสินค้า ผลิตและส่งเข้าสู่ตลาด แล้วรอดูยอดขาย แต่ในปัจจุบัน แนวทางแบบนี้ อาจใช้เวลานานเกินไป ทำให้สินค้าและบริการล้าสมัย หรือถูกคู่แข่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปแล้ว

ขณะที่แผนธุรกิจแบบ Lean Startup ขอเพียงมีเป้าหมายชัดเจนว่าคืออะไร (วิสัยทัศน์) ส่วนเส้นทางที่จะไปให้ถึงนั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ (กลยุทธ์) ขณะที่ตัวผลิตภัณฑ์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค

ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ คือการใช้หลัก Build-Measure-Learn

1) “สร้าง” ผลิตภัณฑ์ที่พอใช้งานได้ หรือ Minimum Viable Produc (MVP) ให้ผู้บริโภคใช้งาน
2) “วัดผล” จากฟีดแบ็กของผู้ใช้งาน ว่าผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์หรือไม่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ฯลฯ
3) “เรียนรู้” ว่าควรพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ตัวนี้อย่างไรต่อไป

ความสำเร็จของแนวคิดนี้ ทำให้องค์กรระดับโลกอย่าง General Electric ดึง เอริค รีส์ ไปร่วมงานด้วยในฐานะที่ปรึกษา และมีส่วนร่วมพัฒนาเฟรมเวิร์คที่เรียกว่า FastWorks

เปลี่ยนองค์กรจากเดิมที่จะยกเครื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกห้าปี มาใช้ทีมขนาดเล็ก งบประมาณไม่สูง สร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเวลาไม่เกิน 12 เดือน ทำให้ GE มีความคล่องตัวในการแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นๆ

และที่สำคัญ ผลตอบรับที่ได้ คือองค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดลงถึงครึ่งหนึ่ง โดยใช้เวลาที่เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว เช่นเดียวกับยอดขายที่สูงเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับอัตราเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง

เมื่อองค์กรของคุณเกิดความคล่องตัวในการทำงานแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะละทิ้งความเคยชินแบบเดิมๆ เพื่อเดินหน้าต่อยอดธุรกิจใหม่ๆในฐานะ “ฝ่ายรุก” บ้าง

ละทิ้งความเคยชินเดิมๆ เปลี่ยนจากรับเป็นรุก กับ แบร์รี โอไรลลีย์

ใน Unlearn ตำราธุรกิจที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน Best Business Books ประจำปี 2019 แบร์รี โอไรลลีย์ ผู้เขียนอธิบายว่า การยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ คือเหตุผลที่ทำให้องค์กรใหญ่หลายแห่งถดถอย

การเลือกอยู่ในคอมฟอร์ทโซนขององค์กรด้วยการลดค่าใช้จ่าย แทนการสร้างหรือต่อยอดธุรกิจออกไป ท้ายที่สุด มีแต่จะส่งผลเสียกับบริษัท เพราะผู้บริโภคย่อมหันไปหาตัวเลือกใหม่ที่ดีกว่า และตอบโจทย์ความต้องการมากกว่า

โอไรลลีย์ แนะนำว่าเมื่อผลตอบแทนจากระบบหรือธุรกิจของคุณเริ่มถดถอย ทางออกคือการเข้าสู่วัฎจักรของละทิ้งความรู้เดิม (Cycle of Unlearning) 3 ขั้นตอน

1) Unlearn ตั้งเป้าหมายและระบุความท้าทาย จากนั้นลองวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา พฤติกรรมไหนที่ช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้า เพื่อก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน
2) Relearn เปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ลองผิดลองถูก เริ่มต้นแก้ไขจากเรื่องเล็กๆที่คุณทำได้ก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและนิสัยใหม่ๆ และอย่าลืมให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้
3) Breakthrough ทบทวนทุกครั้งว่าคุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากการทดลองเหล่านั้นบ้าง และก้าวเข้าสู่รอบต่อไปของ Cycle of Unlearning ที่จะนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างไม่สิ้นสุด

เมื่อองค์กรกล้าที่จะเป็นฝ่ายรุกไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ โดยใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรที่มีอยู่แล้วในมือ เท่ากับเป็นการสร้างโอกาสเติบโตได้อย่างไม่มีสิ้นสุด

ขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด กับ ดรอร์ ชาคิด แห่ง Wix.com

ธรรมชาติของสตาร์ทอัพ มักลงเอยที่ทีมผู้ก่อตั้งเลือก exit ด้วยการขายธุรกิจให้องค์กรใหญ่ๆ เพื่อไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

แต่ไม่ใช่สำหรับ Wix.com ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์บนคลาวด์ ที่ใช้เวลาเพียง 7 ปี พาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2013 และยังคงบริหารงานโดยทีมผู้ก่อตั้งชุดเดิม

ตัวเลขที่น่าสนใจคือในช่วงห้าปีที่ผ่านมา รายรับของ Wix เติบโตขึ้นถึง 49.6% และยังคงมีผู้ใช้งานใหม่เพิ่มขึ้นราว 8 หมื่นคนในแต่ละวัน

ปีเตอร์ โคห์น จาก Forbes วิเคราะห์แนวทางความสำเร็จในการขยายธุรกิจของ Wix ว่าเกิดจากการใช้ทรัพยากรเดิมๆที่มี เช่น ทีมนักพัฒนา คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ฯลฯ ต่อยอดธุรกิจในมือในแนวดิ่ง (vertical) ไปสู่บริการอื่นๆ ที่ผู้บริโภคต้องการใช้งาน เช่น แอพพลิเคชั่น ระบบจองโรงแรม หรือแม้แต่แพลตฟอร์มด้านดนตรี ฯลฯ

ขณะเดียวกัน ก็มีรายละเอียดปลีกย่อย ที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น อาทิ

  • แยกบริษัทที่ดูแลธุรกิจต่างๆ เช่น โรงแรม ภัตตาคาร อีคอมเมิร์ซ ออกจากกัน
  • ในแต่ละบริษัท จะมีทีมดูแลเทคนิคเฉพาะด้าน ที่เรียกว่ากิลด์ (guild) เป็นของตัวเอง คอยทำหน้าที่เป็นทั้งฟรอนท์เอนด์ และทีมพัฒนา UI โดยไม่สลับหน้าที่กัน
  • ภายในกิลด์ จะจัดแฮคกาธอนเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาทดสอบ (ตามแนวทางเดียวกับ Lean Startup)
  • ให้สิทธิ์พนักงานเกือบทุกคนเข้าไปแก้ไขโค้ดของบริษัทฯ ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘If they break it, they will fix it.) เพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้น (มีสถิติระบุว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีการแก้ไขถึง 720 ครั้งต่อวัน)

AHEAD TAKEAWAY

นี่เป็นเพียงแนวคิดคร่าวๆ ในการสร้าง นวัตกรรมองค์กร เท่านั้น แต่ถ้าคุณอยากเข้าใจให้ลึกซึ้งกว่าเดิม นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้ใกล้ชิด เพื่อพูดคุยสอบถามโดยตรงจากวิทยากรและผู้นำทางความคิดระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปสหรัฐ อเมริกา หรือ อิสราเอล ด้วยตัวเอง

ทั้ง เอริค รีส์ ในเวิร์คชอป Lean Startup In-depth for Practitioners

เรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่ ใน Unlearn : Let Go of Past Success to Achieve Extraordinary Results กับ แบร์รี โอไรลลีย์

ทำความเข้าใจการสเกลอัพธุรกิจ ด้วย Wix.com: A Billion Dollars Company, How to Scale and Innovate โดย ดรอร์ ชาคิด รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Wix.com

ทั้ง 3 หัวข้อนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ 240 เวิร์คชอป ในงาน Corporate Innovation Summit 2020 งานคอนเฟอเรนซ์ที่ไม่ได้แค่สร้างแรงบันดาลใจ แต่เปิดโอกาสให้คุณได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างใกล้ชิดจากคนระดับผู้นำ ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง 1-3 เมษายนนี้

พิเศษ สำหรับผู้อ่าน AHEAD ASIA ที่สนใจ เรามีส่วนลดพิเศษให้ เพียงใส่โค้ด AHEAD รับส่วนลด US$100 จนถึงวันที่ 15 มีนาคมนี้เท่านั้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ cis.riseaccel.com

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า