DeeMoney หนึ่งในบริษัท Fintech ชั้นนำของไทยที่ให้บริการการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบดิจิตอลและได้รับการยอมรับในระดับสากลให้เป็นผู้เชี่ยวชาญของวงการการเงิน เข้ารับรางวัล ‘Most Promising New Fintech Start-up – Thailand 2019’ จาก International Finance Awards

“เราได้รับเกียรติโดย International Finance Awards ในฐานะ ‘Most Promising New FinTech Start up’ ในยุคสมัยที่การธนาคารและ FinTech มาบรรจบกัน  ความสำเร็จในครั้งนี้ย้ำให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราในการสร้างแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับเหล่าธุรกิจและบุคคลทั่วไป และให้นิยามแก่อนาคตของการโอนเงินและแลกเปลี่ยนเงินตรา” คุณอัศวิน พละพงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กล่าว

ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2561 DeeMoney เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงของฐานลูกค้าและการร่วมมือกับพันธมิตรที่เพิ่มขึ้น  ในปีแรกของการก่อตั้ง บริษัทสามารถทำยอดจำนวนการโอนได้มากกว่า 30,000 รายการ รวมเป็นเงินมูลค่าทั้งหมด 40 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากลูกค้าที่ผ่านการลงทะเบียนจำนวนเกือบ 15,000 คน บริษัทยังคงเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องจากการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ที่เพิ่มเข้ามาถึง 24 ราย จากทั่วโลก นอกเหนือจากนั้นยังมีการพัฒนาการใช้งานในแอพพลิเคชั่นเพื่อมอบบริการการโอนเงินที่สะดวกสบายและปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ

คุณอัศวินกล่าวเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายหลักของความทุ่มเทให้กับเรื่องนวัตกรรมของเราคือความเชื่อที่ว่า ผลประโยชน์ทุกรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออมเงินที่มากขึ้น ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น หรือข้อได้เปรียบอื่นๆ จำเป็นจะต้องถูกส่งต่อให้กับลูกค้าของเรา”

DeeMoney เป็นบริษัทแรกและเป็น non-bank แห่งเดียวที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ให้ดำเนินการการโอนเงินระหว่างประเทศและให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่วนกลุ่มผู้ใช้บริการประกอบไปด้วยบุคคลที่รับและส่งเงินเป็นประจำในประเทศไทย บริการการโอนเงินของบริษัทฯ เอื้อให้ธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SME หรือเจ้าของ start-up ในการโอนเงินในอัตราที่ถูกลงภายในเวลาที่เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2561 ยังเป็นบริษัทแรกที่บุกเบิกตลาดประเทศไทยด้วยแอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศ และยังเป็นครั้งแรกในแวดวงการเงินที่มีการคิดอัตราค่าบริการคงที่เพื่อการโอนเงินที่ราบรื่นจากประเทศไทย

คุณอัศวิน พละพงศ์พานิช และคุณรัศเมฆ ศรีเศรษฐี ผู้ก่อตั้งบริษัท ยังคงทำงานเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการ   ทางการเงิน (financial inclusion) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาอย่าง ประเทศไทย ทางบริษัทใช้จุดแข็งในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นทั้งหมดด้วยตนเอง และไม่หยุดหย่อนที่จะพัฒนาความสามารถทางธุรกิจ เพื่อสาธิตให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าอุตสาหกรรม Fintech สามารถนำอะไรมาสู่โลกได้บ้าง

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า