บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เผยผลประกอบการปี 62 รับรู้รายได้ 26,300 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 20% พร้อมเผยยุทธศาสตร์ สำหรับปี 63 ภายใต้ชื่อ “Made for Life…Made for Everyone” ตั้งเป้าเป็น “ แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ”

มุ่งสู่ผู้นำตลาดแนวราบ

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI กล่าวถึง ภาพรวมความต้องการที่อยู่อาศัยในปีที่ผ่านมา มีดีมานด์ในตลาด Real Demand โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ แสนสิริ จึงรุกตลาดเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดนี้เป็นหลัก

ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดขาย 21,000 ล้านบาท ยอดโอน 31,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ที่ 26,300 ล้านบาท และกำไร 2,400 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20%

ยอดขายกว่า 62% ของปี 2562 มาจากความสำเร็จของยอดขายแนวราบ อาทิ แบรนด์ทาวน์โฮม ‘สิริ เพลส’, แบรนด์บ้านเดี่ยว ‘บุราสิริ’, ‘คณาสิริ’ ราชพฤกษ์-346 และ ‘เศรษฐสิริ’ จรัญฯ – ปิ่นเกล้า 2

ขณะที่กลุ่มคอนโดมิเนียม ได้รับการตอบรับที่ดีจากการโอนคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอน อาทิ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101, เดอะ ไลน์ พหล-ประดิพัทธ์, เดอะ เบส สุขุมวิท 50, เดอะ เบส เพชรเกษม, ทากะ เฮาส์, ดีคอนโด แคมปัส โดม รังสิต และดีคอนโด หาดใหญ่

แสนสิริ ยังมุ่งมั่นพัฒนาโครงการคุณภาพ ด้วยมาตรฐานการก่อสร้าง วัสดุที่เลือกใช้ และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย ทำให้แบรนด์ และโปรเจกต์ต่างๆ มีความแข็งแกร่ง และเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ จนประสบความสำเร็จด้านผลประกอบการในปี 2562

สำหรับในปี 2563 แสนสิริตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่ 18 โครงการ รวมมูลค่า 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ารวม 8,800 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 6 โครงการ มูลค่ารวม 8,600 ล้านบาท ทาวน์โฮม และมิกซ์ โปรเจกต์ 6 โครงการ มูลค่ารวม 6,600 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ อยู่ในเซกเมนต์ Medium และ Affordable เป็นหลัก เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย

ส่วนลูกค้าในเซกเมนต์ Luxury และ Super Luxury จะมีการขยายฐานออกไปเช่นกัน ด้วยคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ภายใต้ Sansiri Luxury Collection อาทิ 98 ไวร์เลส, เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ, คุณ บาย ยู และบ้านแสนสิริ

คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขาย 29,000 ล้านบาทในปี 2563 เติบโตขึ้น 40% จากปีก่อนที่มียอดขาย 21,000 ล้านบาท รวมทั้งวางเป้าหมายการโอนไว้ 33,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ แสนสิริยังมียอดขายรอโอน รองรับการเติบโตระยะยาวในอีก 4 ปี อีกถึง 47,500 ล้านบาท สร้างความมั่นใจให้กับบริษัทฯได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

มุ่งสู่ตำแหน่ง ” แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ “

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ แสนสิริได้วางยุทธศาสตร์ “Made for Life…Made for Everyone” เพื่อสร้างภาพแบรนด์ที่จับต้องง่ายขึ้น และเป็น “แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” พร้อมมุ่งมั่นมอบไลฟ์สไตล์ที่มากกว่า ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน”

กลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์ ได้แก่ การพัฒนาโครงการคุณภาพ ครอบคลุมความต้องการหลากหลาย และโฟกัสในตลาด Mass Market ผ่านแบรนด์ ‘ดีคอนโด’ – ‘เดอะเบส’ – ‘สิริ เพลส’ – ‘อณาสิริ’ – ‘สราญสิริ’

สำหรับโครงการแรกในกลุ่มนี้ คือ ดีคอนโด รามคำแหง 40 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้

ส่วนคอนโดมิเนียม แสนสิริมีการเตรียมส่งมอบ 8 โครงการพร้อมอยู่ ในปีนี้ ได้แก่ ดีคอนโด ริน เชียงใหม่, ดีคอนโด บลิซ ศรีราชา, เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, เอ็กซ์ที เอกมัย, เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, คาวะ เฮาส์ และลา ฮาบาน่า หัวหิน ซึ่งทั้งหมดได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า มียอดขายแล้ว 60% จากมูลค่าโครงการรวม 24,000 ล้านบาท

สร้าง 4 กลยุทธ์หลักบุกแนวราบ

นายอุทัย กล่าวถึงเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำตลาดแนวราบใน 3 ปี ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

1) เปิดตัว Signature Function ในแบรนด์บ้านเดี่ยว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละเซกเมนต์ โดยดีไซน์ฟังก์ชั่นการใช้งานที่มาจาก Customer Centric ในโครงการ สราญสิริ ศรีวารี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บ้านเดี่ยวระดับราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท มี Double Volume Living Space และนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น

2) New Concept เน้นการพัฒนาและสร้างมูลค่าให้ Affordable brand ในเครืออยู่เหนือคู่แข่ง โดยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในแบรนด์ ‘อณาสิริ’ มิกซ์โปรดักส์ ที่รวม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ในโครงการเดียวกันเป็นครั้งแรก

3) New Location พัฒนาโครงการไปในทำเลใหม่ๆ อาทิ ย่านสุวรรณภูมิ ด้วยแบรนด์ “สราญสิริ” “ศรีวารี” ย่านป่าคลอก ภูเก็ต ผ่านแบรนด์ “อณาสิริ”

และ 4) WELL-BEING ดีไซน์ฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ อาทิ Healthy Home นวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น Elderly Care Solution ฟังก์ชั่นการใช้งานรับสังคมผู้สูงอายุ และ Smart & Convenient Home ใส่ โซลูชั่นใหม่ๆที่จำเป็นในการอยู่อาศัย

“แสนสิริยังมุ่งมั่นรักษาการเป็น The Most Powerful Real Estate Brand 2 ปีซ้อน ผ่านการสร้างความแตกต่างและการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยไปอีกขั้น

อาทิ LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ในทุกโครงการใหม่ของแสนสิริ และความร่วมมือกับ PlanToys และโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช สร้าง Educational Playground สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

รวมถึงบริการหลังการขายหรือ Sansiri Service ให้บ้านเป็นมากกว่าบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านในปัจจุบัน”

ต่อยอดธุรกิจด้วย 4 แหล่งรายได้ใหม่

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังต่อยอดจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ด้านอื่นๆด้วย

ได้แก่ การขยายการให้บริการ LIV-24 ระบบดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง สู่โครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารทั่วประเทศ

แผนต่อยอด และขยายขอบเขตการบริการของ Home Service Application โครงการอื่นๆ ที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหาร ในชื่อ YUU (อยู่) โดยวางแผนเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

การลงทุนในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ The Standard โรงแรมจากสหรัฐอเมริกา โดยมีแผนเปิดโรงแรมแห่งใหม่ 25 แห่งทั่วโลกภายใน 5 ปี หลังจากเปิดตัว The Standard London และ The Standard Maldives ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงการลงทุนใน JustCo โคเวิร์คกิ้งสเปซ ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึง 150% ในแต่ละปี และปัจจุบันมี 42 สาขา ใน 8 เมืองใหญ่ทั่วโลก

และสุดท้าย คือการขยายโรงงานพรีคาสต์แห่งที่ 3 และ 4 เสริมกำลังการผลิตเป็น 1,200,000 ตารางเมตร ให้สามารถรองรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยจาก 2,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเป็น 3,500 ยูนิต ได้ในอนาคต

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า