AI

180 มหาวิทยาลัยในจีน เร่งดันหลักสูตร AI เป็นวิชาเอก

กระทรวงศึกษาธิการจีน (MOE) เผยในรอบปี 2019 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติคำร้องของมหาวิทยาลัยในประเทศ กว่า 180 แห่ง ในการยื่นเรื่องขอวางหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) เป็นวิชาเอกสำหรับนักศึกษา

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดของหลักสูตรด้าน AI ของจีน เมื่อเทียบกับในปี 2018 ที่มีมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรวิชาเอกด้านปัญญาประดิษฐ์เพียง 35 แห่ง

ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการจับตาในฐานะรากฐานของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ซึ่งมีการประเมินกันว่าอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีนี้ เป็นแกนหลัก จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านหยวน (ราว 675,000 ล้านบาท) ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาจมีมูลค่ารวมถึง 1 ล้านล้านหยวน (4.5 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว

เพื่อให้พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทางการจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ภายในปี 2030 ด้วยการวางเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้ว

(อ่านเพิ่มเติม ปัญญาประดิษฐ์: ยุทธศาสตร์ชาติยุคใหม่ของจีน)

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับผู้นำในปัจจุบันอย่างสหรัฐฯแล้ว จีน ยังมีข้อจำกัดอยู่มากโดยเฉพาะในด้านทรัพยากรบุคคล และการศึกษา โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ระบุว่า จีน ยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านบิ๊กดาต้ามากถึง 1.5 ล้านคน ทำให้มีการเพิ่มหลักสูตรดังกล่าวเป็นวิชาหลักในระดับมหาวิทยาลัย

ขณะที่ในปี 2018 จึงเริ่มมีการเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนในหลักสูตรวิชาเอกด้านปัญญาประดิษฐ์เป็นครั้งแรก โดยมีมหาวิทยาลัยกลุ่มแรกที่ได้รับอนุมัติจาก MOE จำนวน 35 แห่ง รวมถึงการตั้งศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ภายในประเทศ พร้อมดึงที่ปรึกษาจากบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Google มาร่วมงานด้วย

AHEAD TAKEAWAY

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังนับเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของโลก ทั้งในแง่ของจำนวน data scientist การจดสิทธิบัตร หรือแม้แต่คนที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้

(อ่านเพิ่มเติม ผลสำรวจชี้สหรัฐฯยังนำโด่งด้านปัญญาประดิษฐ์ แต่จีนมีสิทธิ์ไล่ทันใน 5-10 ปี)

แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าจีนมีศักยภาพพอจะลดช่องว่างที่ตามหลังอยู่ได้ภายในทศวรรษนี้ หลังจากเริ่มวางโรดแมพสู่การเป็นผู้นำด้านนี้ ตั้งแต่ปี 2017

และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ เริ่มวางหลักสูตรใหม่ทั้งการเน้นเจาะลึกในรายละเอียด รวมถึงการมุ่งเน้นไปทางสหวิทยาการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆได้

ความได้เปรียบของจีน คือการมีคลังข้อมูลมหาศาลในมือ เนื่องจากยูสเซอร์ในจีนไม่มีปัญหากับการยอมมอบข้อมูลส่วนตัวให้ผู้พัฒนา เพื่อแลกกับความสะดวกในชีวิต เมื่อเทียบกับประชากรในชาติตะวันตกที่ให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลมากกว่า

จนมีการประเมินว่าภายในห้าปีนับจากนี้ จีน น่าจะยกระดับในด้านการนำเทคโนโลยีนี้ มาประยุกต์ใช้งานให้เหนือกว่าสหรัฐฯได้ในที่สุด

(อ่านเพิ่มเติม ศึกมหาอำนาจ AI Super Powers ฉบับรวบรัด โดย พงษ์ธร ถาวรธนากุล)

เรียบเรียงจาก

Artificial Intelligence is the fastest expanding discipline in China’s universities

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
106
Shares
Previous Article
ธุรกิจคอนเทนต์

คุยกับ 3 ผู้บริหาร LINE ในวันที่ธุรกิจคอนเทนต์ไม่มีเส้นแบ่งออนไลน์-ออฟไลน์

Next Article
MyShop

LINE ดันฟีเจอร์ใหม่ MyShop หนุน SME ไทย แข่งขันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts