LINE ผู้นำองค์กรเทคโนโลยีระดับโลก เผยการแข่งขันทางธุรกิจในตลาด SMEs ไทยในปีนี้จะดุเดือดกว่าเดิม เมื่อทุกฝ่ายเข้าสู่โลกออนไลน์ พร้อมเปิดตัวเครื่องมือใหม่ล่าสุด MYSHOP ที่พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยจัดการร้านค้าบน LINE Official Account แบบครบวงจร ให้สามารถทำธุรกิจบน LINE ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คุณสกุลรัตน์ ตันยงศิริ หัวหน้าธุรกิจ SME, LINE ประเทศไทย กล่าวว่าภาพรวมของผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย มีจำนวนกว่า ล้านคน คิดเป็น 43.9% ของอัตราการเติบโต GDP ของประเทศไทย ซึ่ง 85% ของแรงงานถูกจ้างโดย SMEs

ปัจจุบัน SMEs ไทยส่วนใหญ่ ก็พร้อมปรับตัวรับเทรนด์ดิจิทัล โดยเริ่มผสมผสานธุรกิจออนไลน์ไปยังออฟไลน์ (OMO) เพื่อยกระดับร้านค้าของตนให้หลุดจากกรอบเดิมๆ

ด้วยวิสัยทัศน์ของ LINE ที่มุ่งสร้าง Life on LINE ตอบโจทย์ชีวิตของผู้ใช้งานได้ทุกเวลาทุกรูปแบบ ทั้งในเชิงธุรกิจ จึงพยายามนำเสนอโซลูชั่นต่างๆ เพื่อช่วยต่อยอดธุรกิจ SMEs โดยเน้นไปที่ช่องทางออนไลน์ ซี่งปัจจุบัน มีการซื้อขายสินค้าทางนี้กว่า 40% โดยเฉพาะ  Social Media ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนิยมใช้วิธีการ แชท’ เพื่อซื้อสินค้าเป็นพิเศษ

จาก LINE Official Account (LINE OA) ตัวช่วยผู้ประกอบการสร้างธุรกิจออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งาน SME กว่า 3 ล้านคน ในฐานะช่องทางสื่อสารหลักเพื่อปิดการขาย จึงมีการต่อยอด LINE OA ให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยิ่งขึ้น ด้วย MyShop เครื่องมือใหม่ล่าสุดสำหรับทำการค้าผ่าน LINE OA แบบครบวงจร

ให้ผู้ประกอบการควบคุมระบบจัดการทั้งหน้าร้านและหลังร้าน สต๊อกสินค้า การออกใบสรุปออเดอร์ให้ลูกค้าผ่านแชทได้ทันที ระบบจดจำที่อยู่ของลูกค้า ฯลฯ เป็นต้น ทำให้กระบวนการซื้อขาย ตั้งแต่พูดคุย จนถึงชำระเงินและตรวจสอบสถานะสินค้าจบในที่เดียว ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ

“ที่ผ่านมา เราได้เปิดอบรมการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่าง LINE ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงแนะนำการใช้งาน MyShop ให้ผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่มมาตลอด

“เพราะนอกจากจะต้องการให้ SME ไทยมาใช้งานแพลตฟอร์มเราในการประกอบธุรกิจแล้ว เรายังอยากให้ผู้ประกอบการทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องของการทำการค้าแบบ OMO ซึ่งทำควบคู่กัน ระหว่างออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และ loyalty ได้อย่างแท้จริง

“LINE พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันส่งเสริม SMEs ไทยให้เติบโตสู่โลก OMO ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งไม่หยุดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งานต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน” คุณสกุลรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า