SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ชวนทุกคนร่วมหาทางออกวิกฤตโควิด-19 ร่วมกับผู้นำและผู้บริหาร ผ่าน Virtual Strategic Discussion Series ในบรรยากาศเป็นกันเอง เรียนรู้วิธีที่องค์กรอื่นทั่วโลกกำลังทำ

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC กล่าวว่า “เราพูดเสมอว่าองค์กรต้องปรับเปลี่ยน แต่ไม่มีใครคาดว่าเราจะเข้าสู่ยุคการปรับเปลี่ยนอย่างฉับพลัน โดยมี โควิด-19 เป็นตัวเร่ง ทำให้ผู้นำต้องรีบมองหาวิธีที่จะทำให้ธุรกิจเดินต่อ และพาคนในองค์กรไปด้วย

ด้วยความที่ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรคือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) สิ่งที่เราเรียนรู้ได้คือศึกษาการปรับตัวขององค์กรทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่พลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้ อะไรก็คือสิ่งที่พวกเขาทำ ทักษะและวิธีคิดอะไรที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

เราสามารถประยุกต์ใช้ และลงมือทำอะไรได้บ้างตั้งแต่ตอนนี้ เพราะหัวใจหลักยังคงไม่พ้นความสามารถในการปรับตัวรับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว (agility) ที่จะนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ (innovation) ให้องค์กรได้ไปต่อหรืออาจจะพลิกเกมธุรกิจไปเลย (transformation)”

สิ่งที่ผู้บริหารจะได้ร่วมเรียนรู้จาก Virtual Strategic Discussion Series นอกจากกรณีศึกษาจากนานาประเทศยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แนวทางการรับมือทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวของแต่ละองค์กร การสร้างความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบ ทิศทางการดูแลคน รวมถึงการ Upskill & Reskill พนักงานให้คนในองค์กรเปลี่ยนแปลง mindset เรื่อยไปจนถึงรูปแบบการทรานส์ฟอร์มองค์กร เพื่อนำไปสู่บทบาทใหม่ๆ ในอนาคต

เบื้องต้น SEAC ได้หยิบยกกรณีศึกษาของธุรกิจทั้งขนาดใหญ่จนถึงเล็ก ที่ต้องปรับตัวในช่วงนี้ จนนำไปสู่โมเดลใหม่ที่อาจเกิดเป็นธุรกิจใหม่ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคอาจปลี่ยนไปจนไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก (new normal)

กรณีศึกษา #1 ไลฟ์สดขายเครื่องสำอาง

Lin Qingxuan หนึ่งในธุรกิจเครื่องสำอางที่จำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ. 2003 ดำเนินธุรกิจผ่านหน้าร้านกว่า 300 ร้าน มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ถือเป็นธุรกิจระดับ SME ในจีน

การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อดีมานด์ของตลาดผู้บริโภคหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนต้องปิดสาขาลงกว่า 50% และยอดขายลดลงกว่า 90% แต่ผู้บริหารของบริษัทพยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยมองหาการ Transformation แบบถาวร โดยไม่ยึดติดกับการขายของผ่านหน้าร้านอีกต่อไป

แนวทางของ Lin Qingxuan คือการมองหาพาร์ทเนอร์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “DingTalk Platform” ของ Alibaba และ TaoBao เพื่อสร้าง Online Engagement กับกลุ่มลูกค้าผ่านการโปรโมตคูปองสินค้า พร้อมส่งพนักงานกลุ่ม Shopping Advisor เข้าเรียนวิธีการพูดและให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (Personalized Customer Service Online) ซึ่งเป็นรื่องใหม่และท้าทายพนักงานทุกคนมาก

จุดแข็งของแนวทางนี้ คือการที่สินค้าทุกชิ้นไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพนักงานขายหน้าร้านเอง และยังเป็นการสร้างแรงฮึกเหิมให้กับพนักงานในการร่วมมือร่วมใจต่อสู้ไปด้วยกัน โดยกำหนดเปิดแคมเปญวันแรกในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผ่านการ Live Streaming ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เสนอขายสินค้าเพียงตัวเดียว คือ Camelia Oil มียอดขายจากพนักงานขายเพียงคนเดียวมากกว่า 4 แสนชิ้น เทียบเท่ากับยอดจำหน่ายหน้าร้านถึง 4 สาขาทีเดียว

กรณีศึกษา #2 เดลิเวอรี่ชุดยังชีพ

อีกหนึ่งกรณีศึกษา เป็นของ Guerrilla Tacos ร้านอาหารที่จำหน่ายทาโก้เพียงสาขาเดียวในลอสแอนเจลิส

ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส ทางร้านไม่ได้พึ่งแต่การเดลิเวอรี่อาหาร แต่เพิ่มช่องทางการสื่อสาร เพื่อทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ว่าในสถานการณ์นี้ ลูกค้าต้องการสินค้าและการบริการแบบไหน และมีอะไรที่ต้องการเพิ่มเติมหรือเปล่า จนได้คำตอบว่า ลูกค้าไม่ต้องการเสียค่าส่งบ่อยๆ ไม่ต้องการให้คนส่งอาหารมาส่งที่บ้านตลอดเวลา และต้องการสินค้าอุปโภคที่จำเป็น อย่าง ม้วนทิชชู่ ไข่ไก่ ฯลฯ

จนเป็นที่มาของ Emergency Taco Kits ชุดอาหารทาโก้ขนาดใหญ่สำหรับทานได้หลายมื้อ พร้อมสินค้าอุปโภคอื่นๆลูกค้าอยากได้หรือต้องการในราคา 150 เหรียญสหรัฐต่อชุด ซึ่งหลังจากที่เปิดขายเพียงวันแรกก็สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 60 ออเดอร์

กรณีศึกษา #3 Repurpose เพื่อสังคม

กรณีศึกษาสุดท้าย คือ กลุ่ม LVMH สินค้าแบรนด์กลุ่มลักชัวรี่ระดับโลก ที่พลิกวิกฤต ผ่านการเปลี่ยนตัวเอง (Repurpose) สร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้ากลุ่ม LVMH เพื่อจับตลาดแมส (Mass Market) มากขึ้น ผ่านการผลิตหน้ากากและเจลล้างมือ

นับเป็นแบรนด์ลักชัวรี่แรกๆ ของโลกที่ปรับเปลี่ยน และมียอดการผลิตหน้ากากอนามัย 10 ล้านชิ้นต่ออาทิตย์ และเจลอนามัยที่ผสมกลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton

นอกจากจะเป็นโอกาสทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการทำดีให้สังคมแล้ว ยังทำให้พนักงานของ LVMH เปลี่ยนวิธีคิด ทัศนคติแบบดั้งเดิมที่ยึดติด อยู่ในกรอบเดิมๆ (fixed mindset) กับสินค้าในเครือ มาเป็นวิธีคิดแบบเปิดกว้างที่จะเรียนรู้ พร้อมปรับเปลี่ยน (growth mindset) ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้บริหาร

Reframe – Refocus – Repurpose

นางอริญญา กล่าวสรุปว่า “จะเห็นว่า โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ได้ทุกขนาดและทุกรูปแบบเปลี่ยนแปลงได้แบบคาดไม่ถึง ในกรณีศึกษานี้อาจพอสรุปเป็นคีย์เวิร์ดได้ 3 ตัว คือ “Reframe – Refocus – Repurpose”  เพื่อให้ธุรกิจขององค์กรได้ไปต่อ และพนักงานเกิดความอยู่รอด

กรณีของ Lin Qingxuan ใช้กลยุทธ์ Reframe องค์กรและธุรกิจใหม่ โดยไม่ได้มองในแง่ของการแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่มองไปถึงการ Transformation สู่ดิจิทัลอย่างถาวรและสมบูรณ์แบบ

ส่วน Guerrilla Tacos เลือก Refocus กลุ่มเป้าหมายและธุรกิจอาหาร ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียว เพราะการที่เราจะสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ การทำความเข้าใจลูกค้าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทำให้ครองใจลูกค้าผ่าน Win-Win Situation

กลุ่ม LVMH เลือกที่จะ Repurpose องค์กรและพนักงานเพื่อพร้อมปรับเปลี่ยน Mindset ของพนักงานที่แต่เดิมเป็น Fixed Mindset สู่การเป็น Growth Mindset เพื่อให้เข้าถึงชีวิตประจำวันของลูกค้าให้มากขึ้น

เราเชื่อว่าทางออกมีมากกว่า 1 ทางเสมอสำหรับคนที่ขยันคิด ขยันเรียนรู้ และพร้อมที่จะลงมือทำทันที SEAC อยากเป็นอีกช่องทางในการรวบรวมองค์ความรู้มาแบ่งปันและร่วมกันคิดหาทางออก ต่อยอดไปพร้อมๆ กับผู้นำในองค์กรชั้นนำของประเทศไทย เพื่อให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตไปได้สู่การเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด

SEAC Virtual Strategic Discussion Series ธุรกิจต้องผ่านพ้น คนต้องรอด จะจัดขึ้นทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 09.30 – 10.30 น. ผู้ที่สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/seasiacenter

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า