การควบคุมโรคระบาดไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะโรคใหม่ที่เราไม่รู้จักมากพอ และเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อย่างไวรัสโควิด-19

เสียน-เฉิง หัว ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI สายสาธารณสุขของ Alibaba มองว่า การนำเทคโนโลยีช่วยติดตามการเดินทางของประชากรในประเทศ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขควบคุมการระบาดของไวรัสได้ง่ายขึ้น

จึงเป็นที่มาของ Health Code ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว และไม่เสียเวลาพัฒนานานอย่าง QR code ให้เกิดประโยชน์ในสถานการณ์นี้

Health Code คืออะไร?

Health Code คือ QR code สำหรับยืนยันตัวตนว่าผู้ถือสมาร์ทโฟนรายนั้น ป่วยหรือไม่ป่วยจากเชื้อโควิด-19 และมีสิทธิ์เดินทางหรือไม่ หรือต้องถูกกักตัวเพื่อรับการรักษา

การจะได้ Health code มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟน ผู้ใช้งานต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด ทั้ง ชื่อ เลขบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เบอร์โทรศัพท์ ประวัติการเดินทาง และข้อมูลว่าได้ติดต่อกับผู้ป่วยในรอบ 14 วันที่ผ่านมาหรือไม่ รวมถึงระบุว่ามีปัญหาสุขภาพ เช่น อาการเหนื่อยล้า ไอแห้ง หายใจไม่สะดวก น้ำมูก เจ็บคอ หรือท้องร่วง

ข้อมูลที่กรอกไว้ จะถูกนำไปตรวจสอบ เพื่อออก QR code สำหรับจำแนกประเภท โดยแบ่งเป็นสามสี คือ แดง เหลือง และเขียว

คนที่ได้สีแดง จะต้องเข้ารับการกักตัวโดยหน่วยงานสาธารณสุข หรือรอดูอยู่ที่บ้าน 14 วัน คนที่ได้สีเหลือง จะต้องกักตัว 7 วัน คนที่ได้สีเขียว สามารถใช้ีชีวิตได้อย่างอิสระ

ส่วนคนที่ไม่มี QR code นี้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน หรืออยู่ในที่สาธารณะ

นอกจากจะใช้จำกัดจำนวนคนที่เดินทาง ทุกครั้งที่มีการสแกน QR code เพื่อเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ ให้หน่วยงานรัฐใช้ติดตัวผู้มีโอกาสรับเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

เข้าถึงคนทั่วประเทศ ผ่านแอพที่ทุกคนใช้งาน

วิธีที่เร็วที่สุดที่จะผลักดันให้ Health Code ไปถึงคนทั่วประเทศในเวลาอันสั้น คือการพึ่งโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว นั่นคือแอปพลิเคชั่นที่คนทั้งประเทศใช้งาน อย่าง Alipay และ Wechat

ระบบดังกล่าว พัฒนาและดำเนินงานโดยหน่วยงานรัฐทั้งหมด ส่วน Alipay ให้ความร่วมมือในการเปิดแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมต่อ และความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีบางอย่างเท่านั้น

ขณะที่ฝั่ง Wechat นั้น เป็น Health Code ที่พัฒนาโดย Tencent เองและเริ่มนำมาใช้ในเมืองเซินเจิ้น ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ไล่เลี่ยกับที่ Alipay เริ่มทดลองใช้ระบบนี้ในเมืองหางโจว

หนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว Health Code ของ Alipay ก็ถูกนำไปใช้ในอีกกว่า 100 เมืองทั่วประเทศ และเพิ่มจำนวนเป็นกว่า 200 เมือง เมื่อถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์

ขณะที่ระบบของ Tencent ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในเมืองอื่นๆกว่า 300 เมืองแล้ว จากการเปิดเผยโดย Science and Technology Daily สื่อด้านเทคโนโลยีของรัฐ

และเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ระบบ Health Code ที่พัฒนาโดยรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง ก็ถูกนำมาใช้ โดยเชื่อมโยงกับทั้งระบบของ Alipay และ Wechat

ที่สำคัญคือมีความรัดกุมเพิ่มอีกระดับ เพราะผู้ใช้ทุกคนต้องลงทะเบียนผ่านระบบตรวจจับใบหน้าเท่านั้น

ส่วนในเหอเป่ย จุดเริ่มต้นของการระบาด ที่เพิ่งมีคำสั่งยกเลิกการล็อคดาวน์ที่กินเวลานานเกือบสามเดือน ก็มีการออก Health Code สำหรับเดินทางภายในตัวจังหวัดแล้ว

แต่ประชากรทั้งในเหอเป่ย และอู่ฮั่น รวมถึงคนที่เดินทางเข้ามาในตัวจังหวัด จำเป็นต้องมี QR code สีเขียวเท่านั้น จึงจะสามารถเดินทางเข้าออกได้

ปัญหาในการใช้งาน

พนักงานออฟฟิศ แสดงโค้ดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจ เพื่อเข้าสู่ตัวอาคาร (ภาพจาก cnn.com)

ข้อเสียของระบบนี้ คือการลงทะเบียนเพื่อรับตัวโค้ดยังมีช่องโหว่อยู่ แปลว่าคนที่ไม่ป่วยอาจถูกกักตัว ส่วนคนที่มีเชื้ออาจหลุดไปแพร่ให้คนอื่นๆได้

ตัวอย่างที่เกิดคือในหางโจว คนที่ระบุว่ามีอาการอ่อนเพลีย หรือน้ำมูกไหลในการลงทะเบียนใช้งาน จะได้รับ QR code สีแดงทันที

ทั้งที่อาการเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยไข้หวัดทั่วไป จนทางการต้องเปิดช่องทางเพิ่มเติมให้คนกลุ่มนี้ทำเรื่องขอทบทวนได้ในเวลาต่อมา

อีกปัญหาคือการที่แต่ละเมืองและจังหวัดไม่ได้ใช้ข้อมูลจากดาต้าเบสตัวเดียวกัน และไม่ได้แชร์ข้อมูลให้แก่กันด้วย การเดินทางระหว่างเมืองของผู้ใช้งานจึงเกิดปัญหา โดยเฉพาะคนที่มี QR code สีเขียวจากเมืองอื่น อาจถูกปฏิเสธการเข้าเมือง หรือต้องเข้ารับการกักตัวอีก 14 วันก่อน

รัฐบาลกรุงปักกิ่ง แก้ปัญหานี้ เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่่ผ่านมา ด้วยการออก Health Code กลาง ที่มีดาต้าเบสผู้ป่วยและผู้อยู่ในข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นนำไปใช้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะการจะได้ QR code นี้ ผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลต่างๆ รวมถึงประวัติการเดินทาง ทำให้นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้รัฐบาลกลางปฏิบัติกับข้อมูลเหล่านี้ ตามเป้าหมายแรกในการรวบรวม นั่นคือการควบคุมการระบาด โดยไม่นำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอื่น

เรื่องนี้ หลิว หยู่เหวิน ผู้เชี่ยวชาญบิ๊กดาต้าของสำนักงานตำรวจในยูนนาน ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้ง เมื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้แล้ว

AHEAD TAKEAWAY

ตามความเห็นของทีมงาน AHEAD ASIA จากที่ได้รับโอกาสไปเยือนสำนักงานใหญ่ของ WeChat ที่กว่างโจว เมื่อต้นปี

(อ่านเพิ่มเติม นวัตกรรมที่ดี ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี บทเรียนจาก Wechat Pay)

นี่เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมที่ดี ไม่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เป็นการเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้บริโภค

เหมือนที่ QR code ถูกนำมาใช้ในการชำระเงินของ Alipay และ Wechat เพราะมันไม่ซับซ้อน และราคาถูกกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ แม้อาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็ตาม

การนำไอเดียนี้มาประยุกต์ใช้กับ Health Code ก็เช่นกัน

เพราะการจะเร่งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาใช้ อาจไม่ทันการ เพราะโควิด-19 นั้นแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วมาก วิธีที่จะใช้รับมือจึงต้องรวบรัดตามไปด้วย ทั้งการพัฒนา และการกระจายเข้าถึงคนจำนวนมาก ผ่านซูเปอร์แอพที่คนทั้งประเทศใช้กันอยู่แล้ว อย่าง Wechat และ Alipay ซึ่งหน่วยงานรัฐในบ้านเรา ก็น่าจะลองพิจารณานำแนวคิดนี้ไปใช้เช่นกัน

เพราะหลังพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าได้ผล เราก็เริ่มเห็นว่ารัฐบาลของชาติอื่นๆ เริ่มเดินตามรอยจีนแล้ว เช่น สิงคโปร์ และ รัสเซีย หรือ ญี่ปุ่น ก็กำลังพิจารณานำไปใช้เช่นกัน

เรียบเรียงจาก
China is fighting the coronavirus with a digital QR code. Here’s how it works

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อร้านค้าในจีนเตรียมรับชำระเงินด้วยระบบจดจำใบหน้า

ถอดบทเรียน 4 เคล็ดไม่ลับของ Wechat Pay ที่เปลี่ยนธุรกรรมการเงินของจีนไปตลอดกาล

3 บทเรียนจากจีน เมื่อเทคโนโลยีถูกใช้รับมือวิกฤตโควิด

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า