การที่โลกเราถูกขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ว่าต่อให้เป็นบริษัทซึ่งเคยประสบความสำเร็จสูงสุด เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ก็อาจไม่ได้เหลือรอด หรือคงความสำเร็จในระดับเดียวกันมาถึงปัจจุบัน

สถิติพบว่ามีแค่ 50% ในลิสต์ #Fortune500 หรือ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune เมื่อปี 2000 ที่ยังอยู่รอดมาถึงปัจจุบัน

ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีบริษัทเกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนมากมาย โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษหลัง ซึ่งส่วนใหญ่มาพร้อมกับแนวคิดในการทำธุรกิจที่ต่างไปจากเดิม

ทำไมต้องเปลี่ยน?

ที่น่ากลัวคือความเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกัน จะเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าเดิมในยุคนี้

จอห์น แชมเบอร์ส จาก Cisco Systems มองว่า 40% ของธุรกิจในปัจจุบัน จะล้มหายตายจากไปภายใน 10 ปีข้างหน้า เพราะยึดมั่นกับแนวทางเดิม ๆ

หรือแม้แต่กลุ่มที่พยายามเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ก็น่าจะมีแค่ 30% ที่ทำสำเร็จ

ถ้าคุณไม่อยากเป็น 70% ที่ล้มเหลวในการสู้เพื่อความอยู่รอด

มาลองฟังคำแนะนำจาก โมนิกา โรซาลสกา-ลิโล ซีอีโอของ CREATORS บริษัทที่ปรึกษา ซึ่งอยู่เบื้องหลังการสร้างนวัตกรรมให้องค์กรต่างๆ ของ อิสราเอล ชาติที่ได้ชื่อว่าเป็น Startup Nation กัน

#1
โรดแมพที่มุ่งสู่อนาคต แต่ไม่ไกลเกินจริง

วิธีที่ดีที่สุดในการทำ Digital Transformation คืดวางโรดแมพที่ “ทะเยอทะยาน แต่เป็นไปได้”

คำแนะนำจาก โมนิกา คืออย่าเพิ่งคิดว่าแผนงานที่เขียนขึ้น จะต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก เพราะมันจะถูกประเมินเป็นระยะเมื่อเวลาผ่านไป

เพราะระหว่างที่คุณมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่วางไว้ แผนงานต่าง ๆ จะต้องผ่านกระบวนการ Build-Measure-Learn (สร้าง วัดผล และเรียนรู้) ตลอดเวลา

#2
วิสัยทัศน์ของ ซีอีโอ

การเปลี่ยนแปลงสำคัญในทุกองค์กร ต้องเกิดขึ้นจากยอดพีระมิด คนที่ต้องมีบทบาทมากที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วและได้ผลดี คือ ซีอีโอ

ซีอีโอหรือใครก็ตามที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ จำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน และมองออกว่าทิศทางธุรกิจข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และพร้อมปรับตัวตลอดเวลา เพราะนี่คือยุคที่เทคโนโลยี มีบทบาทสำคัญในธุรกิจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อ่านเพิ่มเติม พลิกตำราคุณสมบัติผู้นำเต็มสิบจาก Google

#3
บทบาทและอำนาจคือกุญแจสำคัญ

ข้อนี้สอดคล้องกับ #2 เพราะหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีหรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องได้รับการสนับสนุนทั้งเรื่องงบประมาณ และอำนาจจาก ซีอีโอ เพื่อให้ดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ได้จริง

#4
ปรับ KPI ให้เหมาะกับโรดแมพ

การทำ Digital Transformation ในองค์กรใหญ่ มักมีปัญหาจุกจิก เพราะมีการแยกแผนกและแต่ละแผนก ก็มีรูปแบบการทำงานต่างกัน

การจะเปลี่ยนผ่านได้ จึงต้องแทรกความเป็นดิจิทัลลงไปในทุกแผนก (เช่น เปลี่ยนเอกสารกระดาษเป็นไฟล์ดิจิทัล หรือประชุมผ่านวิดีโอคอลแทน ฯลฯ) เพื่อปรับ mindset จากภายใน

ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับ KPI ของแต่ละแผนก ให้สอดคล้องกับโรดแมพที่วางไว้ด้วย เพื่อวัดผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

#5
สื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจ

ถึงการเปลี่ยนแปลงจะขับเคลื่อนจากบนสุด แต่การจะให้ได้ผลดี คนทั้งองค์กรก็ต้องเข้าใจ และเห็นภาพทิศทางที่กำลังมุ่งหน้าไปด้วย เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ และพร้อมปรับตัวตาม

#6
ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีก็จบ

หนึ่งในความผิดพลาดของการทำ Digital Transformation คือคิดว่าแค่นำเทคโนโลยีมาใช้ ก็บรรลุเป้าหมายแล้ว

การเปลี่ยนผ่านที่ได้ผล คือปรับตั้งแต่เป้าหมาย วิธีคิด และวิธีทำงาน เพราะเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่จะมารองรับ และช่วยให้การทำงานไหลลื่นขึ้น

เพราะถ้าคนใช้งานเทคโนโลยี ยังมีกรอบความคิดแบบเดิม ก็ไม่เพียงพอจะแข่งขันกับบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรเป็นดิจิทัลจริง ๆ อยู่ดี

#7
ประสบการณ์ของลูกค้าคือสิ่งสำคัญ

ผู้บริหารองค์กร ต้องเชื่อว่า “ลูกค้า” ของตนในการทำ Digital Transformation มีอยู่สองกลุ่ม

กลุ่มแรก คือ “ภายนอก” หรือ ลูกค้าทั่วไปที่บริษัทกำลังพยายามมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพื่อมัดใจให้คนเหล่านั้นใช้สินค้าและบริการของคุณต่อไป

ส่วนกลุ่มที่สอง คือ “ภายใน” ซึ่งก็คือคนในองค์กร ที่คุณต้องพยายามขายไอเดียของการเปลี่ยนแปลงให้เขาเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ดีอย่างไร ทั้งกับองค์กรและตัวเขา

อ่านเพิ่มเติม 8 เหตุผลที่ทำให้จารย์เจฟฟ์รวยที่สุดในโลก

#8
สร้าง-วัดผล-เรียนรู้-แก้ไข

อย่างที่ระบุไว้ในข้อ #1 ว่าโรดแมพ ต้องถูกประเมินผลเป็นระยะ เพื่อหาว่ามีอะไรที่จำเป็นต้องปรับตามสถานการณ์

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจับต้องได้ สิ่งที่ต้องทำแผนงานว่าทำอย่างไรจึงจะไปถึง โดยระหว่างนั้น ก็ต้องใช้เครื่องมืออย่าง KPI (ในข้อ #4) ช่วยตรวจสอบว่ายังมุ่งหน้าไปทางนั้นรึเปล่า ถ้าไม่ ก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด และแก้ไขเพื่อกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องต่อไป

อ่านเพิ่มเติม เจาะ 3 แนวคิดวิทยากรระดับโลก สู่การสร้างนวัตกรรมองค์กร

เรียบเรียงจาก
Why is Digital Transformation so Difficult?

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า