McDonald’s, Starbucks และ Subway ฟาสต์ฟู้ดเชนดัง เป็น 3 บริษัทอเมริกัน ที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการนำร่องเงิน ดิจิทัลหยวน ของธนาคารกลางจีน ในเขตเมืองใหม่สงอัน จากการเปิดเผยโดย Securities Times สื่อด้านธุรกิจของรัฐบาลกลาง

จีน กำลังจะเป็นชาติแรกที่ผลักดันการนำสกุลเงินหลักของประเทศ มาใช้งานในรูปของเงินดิจิทัล หลังได้ทำการพัฒนาและทดสอบระบบชำระเงินด้วยเงินดิจิทัล โดยอาศัยการเข้ารหัสบนเทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ DCE มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเพิ่งปรากฎภาพสกรีนชอตตัวแอปพลิเคชั่นสำหรับใช้งานบนโซเชียลมีเดียในประเทศ เมื่อสัปดาห์ก่อน

(อ่านเพิ่มเติม จีนจ่อเป็นชาติแรกใช้เงินดิจิทัลในระบบ หลังไฟเขียวโครงการนำร่องใน 4 เมือง)

ขณะที่ลำดับต่อไป จะเข้าสู่โครงการนำร่องใช้งาน ซึ่งธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) จะลองใช้งานระบบนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งานจริงในอนาคต รวมถึงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวในอีกสองปีข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ ได้มีการทดสอบใช้เงิน ดิจิทัลหยวน ในการชำระค่าโดยสาร ภายในเมืองซูโจวมาแล้ว ส่วนในโครงการนำร่องที่เมืองใหม่สงอัน จะเน้นไปที่ธุรกิจค้าปลีกและอาหาร โดยมีบริษัทต่างๆเข้าร่วมทั้งสิ้น 19 ราย ที่น่าสังเกตคือมี 3 รายที่เป็นบริษัทอเมริกันอยู่ด้วย คือ McDonald’s, Starbucks และ Subway

หลังรายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ตัวแทนของทั้งสามบริษัท รวมถึงหน่วยงานกลางที่ดูแลโครงการนี้ ก็ได้รับการติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด

AHEAD TAKEAWAY

การแข่งขันเพื่อขึ้นเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี ระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นในทุกๆด้าน

ทั้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง หวังว่าจะแซงขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งได้ภายในปี 2030 (อ่านเพิ่มเติมใน AI ยุทธศาสตร์ชาติยุคใหม่ของจีน) หรือ 5G ที่เห็นได้ชัดจากท่าทีของสหรัฐฯ ในการบีบให้พันธมิตรของตน หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์และระบบของ Huawei ที่มีรัฐบาลจีนหนุนหลัง (อ่านเพิ่มเติมใน อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ แนะกวาดล้างบริษัทเทคโนโลยีจีนให้หมด)

แต่ในด้านเงินดิจิทัล รัฐบาลสหรัฐฯ กลับค่อนข้างอนุรักษ์นิยมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ใช่แค่ความพยายามกดดัน ไม่ให้ Libra เงินดิจิทัล ที่ริเริ่มโดย Facebook ถูกนำมาใช้งาน แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัล สำหรับสกุลเงินดอลลาร์ด้วย

คริสโตเฟอร์ จานคาร์โล อดีตประธานองค์กรกํากับดูแลการซื้อขายอนุพันธ์ของสหรัฐอเมริกา (CFTC) นิยามเมื่อตอนต้นปีว่า ผู้ใช้เงินดอลลาร์ยังคงถูกจำกัดให้อยู่ในสภาพอนาล็อก ในโลกปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิทัลแล้ว

ขณะที่ เนฮา นารูลา ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาเงินดิจิทัลของ MIT ก็สนับสนุนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ควรจะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ได้แล้ว

กลับกัน ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ดูจะกระตือรือล้นในเรื่องนี้มากกว่า ทั้งพันธมิตร Libra Association ที่มีแผนจะนำ Libra มาใช้ภายในปีนี้ หรือกระทั่งการตอบรับข้อเสนอของทางการจีน โดยสามบริษัทฟาสต์ฟู้ดอเมริกัน

จากแนวโน้มในปัจจุบัน โอกาสที่ สหรัฐฯ จะเป็นชาติแรกที่นำเงินดิจิทัลเข้าสู่ระบบคงเป็นไปได้ยากแล้ว เพราะแม้แต่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือสหราชอาณาจักร ยังมีความเคลื่อนไหวในด้านนี้มากกว่า

ถึงอย่างนั้น จานคาร์โล ก็ยังเชื่อว่าต่อให้ไม่ได้เป็นรายแรกที่ผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ควรมองข้ามโครงการนี้ไปอยู่ดี เพราะนั่นหมายถึงการปล่อยให้เงินหยวนของจีน ยกระดับขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกของทุนสำรองระหว่างประเทศแทนดอลลาร์สหรัฐฯนั่นเอง

เรียบเรียงจาก
McDonald’s and Starbucks are reportedly part of China’s digital currency trial

Calls for a US ‘digital dollar’ rise as China powers ahead with a digital yuan

China’s virtual currency could be launched ‘quite soon,’ says fund manager

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า