โรโบแท็กซี่ เริ่มเปิดทดลองให้บริการในเขตเจียติง นครเซี่ยงไฮ้แล้ว โดยความร่วมมือระหว่าง AutoX สตาร์ทอัพผู้พัฒนารถไร้คนขับ และ Autonavi บริการเทคโนโลยีด้านแผนที่ของ Alibaba

ชาวเมืองเซี่ยงไฮ้ สามารถทดลองใช้บริการนี้ได้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยสามรถเลือกได้ว่าจะใช้บริการแท็กซี่ธรรมดาที่มีคนขับ หรือแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชั่น Amap ของ Autonavi หรือกรณีที่ไม่ได้ระบุ อัลกอริทึมของตัวแอปจะคำนวณและหารถคันที่ใกล้ที่สุดแทน

ความร่วมมือนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกในจีน ที่โรโบแท็กซี่เปิดให้บริการบนแพลตฟอร์มเรียกรถขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดย Amap เป็นแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้งานสูงถึง 478 ล้านคน เฉพาะในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

และยังเป็นครั้งแรกที่โรโบแท็กซี่ได้รับอนุญาตให้ใช้ความเร็วสูงสุดที่ 80 กม./ชม. บนถนนทั่วไปที่ไม่ใช่ไฮเวย์ด้วย ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยี V2X ที่พัฒนาต่อจาก 5G ให้โรโบแท็กซี่แต่ละคัน สามารถสื่อสารกันได้ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานแบบ IoT ที่ติดตั้งอยู่บนถนน ป้ายจราจร สัญญาณไฟ ฯลฯ

ดร. เซียว เจี้ยนเสียง ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง AutoX กล่าวว่าบริการแท็กซี่ ที่มีทั้งสองรูปแบบให้ผู้โดยสารเลือกใช้ จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้รถขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการต่อไป

ข้อดีของโรโบแท็กซี่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการระบาดของโควิด-19 คือสามารถไปรับและส่งผู้โดยสารได้ในทุกพื้นที่ เนื่องจากไม่มีพนักงานขับรถ จึงช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายออกไปได้

การทดสอบครั้งนี้ จะจำกัดการใช้งาน เฉพาะเขตเจียติง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีประชากรอาศัยราว 1.5 ล้านคน โดย AutoX จะให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับทั้งหมด 100 คัน และจะร่วมกับทาง AutoNavi จัดแคมเปญนั่งฟรี เพื่อกระตุ้นให้ผู้สนใจทดลองใช้ในวันแรงงนนี้ด้วย

ชมตัวอย่างการให้บริการโรโบแท็กซี่ของ AutoX โดยสำนักข่าว South China Morning Post ในเครือ Alibaba

AHEAD TAKEAWAY

รถไร้คนขับ ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งได้รับการประเมินว่าจะมีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมโลก และได้รับการประเมินจาก Market Research Future ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 65,300 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2027 (2.1 ล้านล้านบาท)

(อ่านเพิ่มเติม 180 มหาวิทยาลัยในจีน เร่งดันหลักสูตร AI เป็นวิชาเอก)

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำในด้านนี้ ได้เริ่มทดสอบโครงการรถไร้คนขับของตนเองแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญ อย่าง Alphabet, Tesla และ General Motors

รวมถึงผู้นำในธุรกิจเรียกรถ อย่าง Uber ที่มองว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการจ้างงานคนขับลง และพลิกให้ธุรกิจนี้กลับมาทำกำไรได้ในที่สุด

ขณะที่จีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมรถยนต์ และธุรกิจเรียกรถ ก็พยายามเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IoT และเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เพื่อรองรับเรื่องนี้เช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติม จีนเปิดเลนพิเศษสำหรับรถไร้คนขับบนทางหลวงสายใหม่)

เร็วๆนี้ AutoX เพิ่งเปิดสำนักงานใหญ่บนพื้นที่กว่า 80,000 ตารางฟุตในนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการ โรโบแท็กซี่ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นฮับสำหรับข้อมูลรถไร้คนขับที่ใหญ่ที่สุดในจีน

และการจับมือกับสตาร์ทอัพที่หนุนหลังโดย Alibaba ก็น่าจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับ AutoX มากขึ้น

ด้าน Baidu หนึ่งในสามผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศ และคู่แข่งของ Alibaba ก็เพิ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลท้องถิ่นฉงชิ่ง สำหรับพัฒนาพื้นที่ทดสอบรถไร้คนขับ เมื่อเดือนมีนาคม

(อ่านเพิ่มเติม Baidu เตรียมเปิดบริการบัสไร้คนขับในจีน,ญี่ปุ่น)

ขณะที่ Apollo สตาร์ทอัพพัฒนารถไร้คนขับในเครือ ก็ทดลองให้บริการโรโบแท็กซี่ จำนวน 45 คันในฉางชา เมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 100 ภายในปีนี้

นอกจากสองรายที่กล่าวมา ยังมี WeRide ที่ทดลองให้บริการโรโบแท็กซี่ของตัวเองแล้วในกว่างโจว โดยร่วมมือกับ Baiyun Taxi Group บริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในจีนตอนใต้

ส่วน Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ก็มีแผนเปิดให้บริการโรโบแท็กซี่ ในนครเซี่ยงไฮ้เช่นกัน หลังจากได้ลองทดสอบแบบให้บริการฟรีเพื่อรวบรวมข้อมูลผ่านโรโบแท็กซี่ 30 คันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

(อ่านเพิ่มเติม Didi เตรียมประเดิมให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในเซี่ยงไฮ้)

เรียบเรียงจาก

Alibaba’s map product allows riders to hail RoboTaxis

AutoX, Alibaba’s AutoNavi roll out robotaxis in Shanghai’s ride-hailing services market

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า