จิม เครเมอร์ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ เจ้าของรายการ Mad Money ทาง CNBC ชี้การที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุน เทขายหุ้นทั้งหมดในสายการบินขนาดใหญ่ที่สุด 4 แห่งของสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน เป็นการบอกอนาคตกลายๆของอุตสาหกรรมนี้แล้ว หลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่จากการระบาดของโควิด-19

บัฟเฟตต์ เผยถึงเรื่องนี้ในการประชุมประจำปีของ Berkshire Hathaway ว่าทางบริษัทฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของสายการบินทั้ง 4 แห่ง ได้ขายหุ้นทิ้งทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย 11% ในสายการบิน Delta Air Lines, 10% ในสายการบิน American Airlines, 10% ในสายการบิน Southwest Airlines และ 9% ใน United Airlines

ที่ผ่านมา กิจการของสายการบินต่าง ๆ ได้รับผลกระทบโดยตรง จากการระบาดของโควิด-19 จากปริมาณการเดินทางที่ลดลงและมาตรการปิดประเทศ ขณะที่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าจะกลับมาให้บริการได้เมื่อไหร่

ขณะที่ บัฟเฟตต์ ก็มองว่าหลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินโลกก็จะเปลี่ยนไป ทำให้ตนตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนรายอื่นๆทยอยเทขายหุ้นของสายการบินทั้งสี่แห่งเช่นกัน ขณะที่ เครเมอร์ ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ในรายการ ระหว่างพูดถึงหุ้นกลุ่มที่ยังทำผลงานได้ดีในตลาดในสถานการณ์ปัจจุบัน

“สำหรับผม สิ่งที่ วอร์เรน ทำ…มันคือสิ่งที่คุณเองก็ต้องทำ” เครเมอร์ กล่าว

ในการประชุมประจำปี ทาง Berkshire Hathaway ยังเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี ว่าขาดทุนสุทธิเกือบ 50,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากราคาหุ้นต่าง ๆ ที่บริษัทฯถือไว้ลดลงในช่วงที่ผ่านมา

(อ่านเพิ่มเติม หุ้น (และอาหาร) โปรด ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์)

AHEAD TAKEAWAY

เครเมอร์ ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ บัฟเฟตต์ ทำในครั้งนี้ ต่างจากแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ที่เลือกใช้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อปี 1987 และ 2008

ในสองครั้งนั้น Berkshire Hathaway มักเลือกช้อนซื้อหุ้นสำคัญๆที่นักลงทุนเทขายในราคาถูก และรอทำกำไรเมื่อตลาดรีบาวด์กลับสู่ภาวะปกติ

“ปกติ เขามักพร้อมเสียเงินในระยะสั้น ถ้าเขาเชื่อว่ามันมีโอกาสในระยะยาวรออยู่ แต่คราวนี้เขาไม่ได้กระตือรือล้นที่จะทำแบบนั้นกับหุ้นสายการบินเลย” เครเมอร์ อธิบาย “เขารู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป การที่เขาตัดสินใจเทขายหุ้นในกลุ่มนั้นทิ้งทั้งหมด เพราะเขารู้ว่ามันไม่มีทางทำกำไรได้”

(อ่านเพิ่มเติม 10 คัมภีร์สำหรับนักลงทุน รับประกันโดยจารย์ปู่ และ 7 เรื่องที่นักลงทุนมือใหม่ ต้องปรับทัศนคติ โดย ‘จารย์ปู่’)

เครเมอร์ ยังกล่าวเสริมในรายการว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน การซื้อขายหรือถือหุ้นในพอร์ทที่นักลงทุนเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง อาจเหมาะกว่าในลักษณะกองทุน เพราะหุ้นที่กำลังประสบปัญหานั้นมีจำนวนมากกว่าที่คนในตลาดคิด

เครเมอร์ ยังแนะนำหุ้น 17 กลุ่มที่ยังสามารถทำผลงานได้ดีในช่วงเวลานี้ โดยเน้นไปที่กลุ่มเฮลธ์แคร์ อาหารสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะคลาวด์ซอฟต์แวร์ ที่จะเป็นนิวนอร์มอลของการทำงานในอนาคตอันใกล้

อ่านเพิ่มเติม

4 อุตสาหกรรมที่ต้องเร่งปรับตัวท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

การคมนาคมและเดินทาง จะเปลี่ยนไปแค่ไหนและอย่างไร ในโลกยุคหลังโควิด

โควิด ทำพฤติกรรมการใช้จ่ายคนอเมริกันเปลี่ยน อุปโภคบริโภคพุ่ง ท่องเที่ยวดิ่ง

เรียบเรียงจาก
Warren Buffett’s exit from airline stocks is a wake-up call for index investors, Jim Cramer says

Warren Buffett’s Berkshire swings to massive $50 billion net loss after coronavirus pummels stock investments

Jim Cramer reveals his ‘Mad Covid-19 Index’ of stocks for this ‘tricky environment’

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า