ขณะที่บ้านเราพยายามเปลี่ยนผ่านการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล ด้วยแนวคิด เรียนออนไลน์ โดยมีเสียงทัดทานถึงความไม่พร้อมทั้งของผู้เรียน หรือแม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่มีความพร้อมกว่าในหลายๆด้าน ก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการ เรียนออนไลน์ อย่างอินเทอร์เน็ต

ลดหรือเพิ่มความเหลื่อมล้ำ?

ข้อมูลจาก Broadband Now ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต เผยว่ามีชาวอเมริกันถึง 42 ล้านคน หรือเกินกว่า 10% ของประเทศ ไม่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์

ขณะที่ Pew Research Foundation พบว่าชาวอเมริกัน 1 ใน 10 คน เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ผ่านทางสมาร์ทโฟนเท่านั้น

ในงานวิจัยของ เดวิด เดมิง ศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะของฮาวาร์ด เพื่อหาว่าโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้น ส่งผลต่อความไม่เท่าเทียมอย่างไรบ้างนั้น

ประเด็นหนึ่งที่ เดมิง ค้นพบ คือโอกาสในการศึกษา

“เราจะเห็นว่าความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาจะยิ่งถ่างกว้างขึ้น และยิ่งยืดยาวออกไปจนไม่มีที่่สิ้นสุด”

เพราะแม้ในทางทฤษฎี ความรู้ในโลกออนไลน์น่าจะเป็นตัวช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้

แต่ในความเป็นจริง ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ ขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลาง หรือมีฐานะสูงขึ้นไป ที่มีความพร้อมกว่าในเรื่องเหล่านี้ ก็จะยิ่งก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกโรงเรียนต้องปิดทำการแบบไม่มีกำหนดเพราะโควิด-19

ครอบครัวที่พอมีฐานะ จะยังคงหาวิธีให้ลูกได้เรียนออนไลน์ผ่านวิธีต่างๆ เช่นวิดีโอ หรือแอปพลิเคชั่นด้านการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับครอบครัวที่พ่อแม่ยังหาเช้ากินค่ำ

“รายได้คือตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่คาดไม่ถึง”

เพราะแม้แต่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งสร้างนวัตกรรมของโลกอย่าง ซิลิคอน วัลลีย์ ก็ยังมีนักเรียนที่นั่นราว 1.2 ล้านคน (ราว 20% ของทั้งหมด) ที่ขาดโอกาสเข้าถึงความรู้ในโลกออนไลน์ ทั้งจากการขาดแคลนอุปกรณ์ และไม่มีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรพอ

ทิม ดักลาส ครูโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในโอ๊คแลนด์ เล่าว่าแม้เขาจะพยายามสร้างแชนแนลบน YouTube และจัดคอร์สสอนผ่าน Zoom แต่มีนักเรียนแค่ไม่กี่คนที่ตามมาเรียนได้

เพราะบางครอบครัวอาจมีลูกหลายคน แต่มีคอมพิวเตอร์แค่เครื่องเดียว การใช้งานจึงต้องแชร์กันระหว่างพี่น้อง ยังไม่นับเรื่องอินเทอร์เน็ตที่มักจะล่มเมื่อเด็กๆต้องใช้งานแอปพลิเคชั่นที่กินแบนด์วิธสูงๆ อย่าง Zoom หรือ YouTube

ทางเลือกของ ดักลาส คือหาวิธีติดต่อกับครอบครัวเหล่านั้นผ่านโทรศัพท์แทน “ผมคุยกับพ่อแม่ของเด็กๆ แทบทุกเรื่อง อะไรก็ได้ที่ทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น บางครั้งผมก็โทรไปคุยกับเด็กๆบ้าง”

ประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องนี้เคยถูกยกขึ้นมาพูดถึงแล้วในงานวิจัยของ ฌอน แรร์ดอน นักเศรษฐศาสตร์จากสแตนฟอร์ด เมื่อปี 2013 ที่พบว่าช่องว่างระหว่างเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกัน จะยิ่งถ่างกว้างขึ้นเป็นพิเศษในช่วงปิดเทอม

เหตุผลคือเด็กๆจากบ้านที่มีฐานะดีกว่า ได้เรียนหรือทำกิจกรรมอื่่นๆเพิ่มเติมในช่วงปิดเทอม จึงมีความพร้อมกว่า ขณะที่เด็กๆอีกกลุ่มขาดโอกาสแบบเดียวกัน ทักษะบางอย่างที่ไม่ได้ใช้ในระหว่างนั้น จึงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะฟื้นฟูกลับมา

ผู้ใหญ่ต้องพร้อมก่อน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีบทบาทสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

เปรียบเทียบกับเเมืองอื่นๆในสหรัฐที่มีขนาดและจำนวนประชากรในระดับเดียวกัน ดีทรอยท์ คือเมืองที่อยู่ในลำดับท้ายสุด ในแง่ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์ ด้วยจำนวนนักเรียนที่มีดีไวซ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพียง 10-15% เท่านั้น

แต่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพราะคาดว่าจะเกิดการล็อคดาวน์ มูลนิธิโรงเรียนรัฐในดีทรอยต์ (DPS Foundation) ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรอื่นๆในเมือง สามารถระดมทุนได้ถึง 23.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 600 ล้านบาท)

เงินจำนวนนั้นถูกเปลี่ยนเป็นแท็บเลทพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ฟรี 6 เดือน พร้อมการสนับสนุนด้านเทคนิคอื่นๆ สำหรับเด็กทุกคนในโรงเรียน

หลังจากนั้น แต่ละครอบครัวยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อได้ในราคา 9.99 ดอลลาร์ (300 บาท) ต่อเดือน หรือใครที่มีปัญหาด้านการเงิน ก็สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอความช่วยเหลือได้

ขณะที่ครูในโรงเรียน ก็จะคอยช่วยติดตามเด็กๆเหล่านี้ เพื่อไม่ให้พลาดการเรียนออนไลน์ ระหว่างที่ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ

บรอดแบนด์คือกุญแจสำคัญ

ความสำเร็จของดีทรอยต์ ที่ก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องความพร้อมไปได้ เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นในวงกว้าง

ในความเห็นของ เดมิง วิธีที่ดีที่สุดที่จะเปิดโอกาสให้เด็กๆในทุกครอบครัวมีโอกาสทางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงเรื่องฐานะ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อให้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลายเป็นเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ได้เหมือนน้ำประปาและไฟฟ้า

“บรอดแบนด์ กลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ในยุคใหม่ และควรถูกผลักดันให้เป็นสาธารณูปโภครูปแบบหนึ่ง”

อ่านเพิ่มเติม

วิถีชีวิตชาวจีนที่เปลี่ยนไปด้วยโควิด-19

จับตา 10 เทรนด์ผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนหลังวิกฤตโควิด-19

คุณครูจักรกล Squirrel AI สตาร์ทอัพจีนปฏิรูปการศึกษาด้วยปัญญาประดิษฐ์

เรียบเรียงจาก
The children being left behind by America’s online schooling

Internet providers asked to do more for California students without access

The Widening Income Achievement Gap

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า