หลายเดือนมานี้ โลกของเรามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จากการถูกเร่งปฏิกิริยาด้วยผลกระทบของโควิด-19 จนทำให้หลายองค์กรต้องเร่งทบทวนหลายสิ่ง เพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เทคโนโลยีที่เราใช้ สถานที่ทำงาน รูปแบบการทำงาน หรือแม้แต่งานของแต่ละคน จนนำไปสู่คำถามว่าจากนี้ไป New Normal ของ งานแห่งอนาคต จะเป็นอย่างไร

และนี่คือคุณลักษณะของ งานแห่งอนาคต 17 ข้อ ที่ เจค็อบ นอร์แมน ผู้เขียนหนังสือ The Future Leader ซึ่งกลั่นกรองจากประสบการณ์พูดคุยและสัมภาษณ์ซีอีโอระดับโลกนับร้อยคน รวบรวมไว้

#1
UX ของคนในองค์กร

หลายปีมานี้ องค์กรต่างๆเน้นหนักไปที่การมีส่วนร่วมของพนักงาน (มาตอกบัตรเข้าออกตามเวลา นั่งประจำที่โต๊ะไม่ลุกไปไหน ฯลฯ) แต่ให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า

แต่จริงๆแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ “เหตุ”

ส่วน “ผล” จริงๆ คือประสบการณ์ที่พนักงานได้รับ และความรู้สึกที่มีต่อองค์กร ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบสามข้อ คือ วัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยี และพื้นที่ในการทำงาน

สิ่งที่องค์กรต้องปรับ เพื่อการมุ่งสู่อนาคต คือปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่กระตุ้นความรู้สึกให้พนักงานต้องการทำงานให้

#2
Soft Skills สำคัญกว่า Hard Skills

ทักษะการเขียนอ่าน คำนวณ และการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ อาจเคยมีความสำคัญสำหรับการทำงานในองค์กร ขณะที่ทักษะด้านอารมณ์หรือ Soft Skills ไม่ถูกให้ความสำคัญมากนัก

แต่ความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ทำให้ทักษะประเภท Hard Skills ถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ความเครียด โรคระบาด หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้บทบาทของ Soft Skills ถูกดันขึ้นมา เพราะสำคัญต่อการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม 10 Soft Skills ที่คุณต้องมี เพื่อเอาตัวรอดในโลกยุคใหม่

#3
ทำงานโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่

การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คนค่อนโลกต้องเปลี่ยนมาทำงานจากบ้าน เป็นจุดเริ่มของการทลายข้อจำกัดเดิมๆ เรื่องสถานที่และเวลาทำงานที่ถูกกำหนดตายตัว ให้กลายเป็นว่าคุณจะทำงานอย่างไร เมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ เพื่อให้งานเสร็จ

ในอนาคต งานจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องมุ่งหน้าไปทำ แต่เป็นสิ่งที่อยู่กับคุณตลอดทุกที่ทุกเวลา

อ่านเพิ่มเติม 10 เทรนด์เทคโนโลยี ที่จะพลิกโฉมธุรกิจยุคหน้า

#4
บทบาทของผู้นำในฐานะ “คนสอน” ไม่ใช่ “คนสั่ง”

ผู้นำและผู้บริหารในอนาคต จะไม่ใช่คนที่คอยสั่งให้คนอื่นทำงาน แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ว่าบทบาทของตัวเองคือการช่วยสร้างผู้นำใหม่ๆขึ้น ผ่านการสนับสนุน สอน และแนะนำ แม้ว่าบทบาทนี้ อาจจะเป็นการส่งให้ผู้มาใหม่เติบโตไปได้ไกลกว่าก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม 4 แนวคิดผู้นำองค์กรยุคใหม่ ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง

#5
ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และ AI

ตอกบัตรเข้างานเวลาเดียวกัน แต่งตัวในชุดยูนิฟอร์มเหมือนกัน ทำงานแบบเดียวกัน พักกินข้าวเวลาเดียวกัน เลิกงานเวลาเดียวกัน ซ้ำไปซ้ำมาสัปดาห์ละ 5 หรือ 6 วัน ทำให้มนุษย์เราแทบไม่ต่างจากหุ่นยนต์เลย

ในอดีต เราออกแบบงานให้เป็นลักษณะนี้ เพราะเรายังไม่มีหุ่นยนต์ไว้ใช้งาน แต่ตอนนี้เทคโนโลยีหลายๆอย่างพร้อมทำงานแทนเราแล้ว มนุษย์จึงควรใช้เครื่องจักรเหล่านี้เป็นเครื่องมือสนับสนุน เพื่อยกระดับตัวเองไปทำในสิ่งที่สร้างสรรค์กว่า

อ่านเพิ่มเติม 7 เทคโนโลยีช่วยคนทำงานกับหุ่นยนต์

#6
ให้ความสำคัญกับกระบวนการน้อยลง

กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเพื่อให้การทำงานของมนุษย์เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ข้อเสียคือมันเป็นการจำกัดความคิดของเราให้เหมือนกับหุ่นยนต์

การจะก้าวไปข้างหน้าได้ จึงต้องเปลี่ยนมาเน้นที่กลยุทธ์ (strategic focused) แทน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ จินตนาการ การมองเห็นภาพกว้าง และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น

อ่านเพิ่มเติม 5 วิธีทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดย อีลอน มัสก์ และกูรูชั้นนำ

#7
โครงสร้างองค์กรที่เสมอภาค ไม่มีลำดับขั้น

องค์กรในอนาคต จำเป็นต้องปรับลดลำดับขั้นต่างๆในองค์กร เพื่อตัดปัญหาความซ้ำซ้อนในการทำงานลง และเปิดกว้างให้ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็นมากขึ้น แทนที่จะจำกัดไว้เฉพาะบางคนหรือบางกลุ่ม

โครงสร้างองค์กรที่เปิดกว้างขึ้น จะทำให้เกิดความร่วมมือมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแบ่งฝ่ายหรือแผนกอีกต่อไป

#8
ไม่มี “พนักงาน” มีแต่ “คนทำงาน”

ระบบอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ เป็นการตีกรอบว่าคนที่จะทำงานให้องค์กรได้ ต้องเป็น “พนักงาน” หรือ “คนใน” เท่านั้น

แต่องค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์และผลลัพธ์ จะให้ความสำคัญกับ “คนทำงาน” ซึ่งเป็นได้ทั้ง พนักงานเต็มเวลา พาร์ทไทม์ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานสัญญาจ้าง หรือคนและวิธีทำงานรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

#9
โรงงานสู่ห้องทดลอง

วิธีคิดของการทำงานแบบโรงงาน คือมีสินค้าที่ตายตัว กระบวนการผลิตที่เป็นเส้นตรง ซ้ำเดิม และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ก่อความผิดพลาด แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป สินค้าหรือบริการบางอย่างอาจไม่เป็นที่สนใจอีก

ทางออกขององค์กรคือเปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็นห้องทดลอง ที่เปิดกว้างสำหรับความผิดพลาด แต่ก็เป็นประตูสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่ต่างไปจากแนวทางเดิมๆ

อ่านเพิ่มเติม ห้องทดลองของ เจฟฟ์ เบโซส

#10
มากกว่างานและเงิน

คนในปัจจุบัน ไม่ได้ทุ่มทั้งชีวิตเพื่องานและเงินเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ปัจจัยอื่นอย่างคุณภาพชีวิต และเป้าหมายในการทำงานที่สอดคล้องกับองค์กร ก็เป็นอีกสิ่งที่คนจำนวนมากกลับมาให้ความสำคัญอีกครั้ง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมประสบการณ์ที่พนักงานได้รับ (ในข้อ 1) ถึงมีความสำคัญ

#11
สมดุลระหว่างงานกับชีวิต สู่งานที่หลอมรวมกับชีวิต

เมื่อทุกคนเริ่มทำงานจากบ้านมากขึ้น ข้อจำกัดเวลาในการทำงานแบบ 9 to 5 จึงหมดไป ช่วงเวลาก่อน 9 โมงเช้า และหลัง 5 โมงเย็นที่เคยเป็น “เวลาส่วนตัว” ก็หมดไปเช่นกัน New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้น (หรือเกิดขึ้นแล้ว) คืองานกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และการพักผ่อนในช่วงระหว่าง 9 to 5 เดิม ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม ริชาร์ด แบรนสัน : ชีวิต 9 to 5 กำลังหายไป

#12
ความเชี่ยวชาญสู่การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

ความรู้และความชำนาญเฉพาะด้าน เคยเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคนในยุคหนึ่ง แต่เมื่อผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นผ่านอินเทอร์เน็ต คุณสมบัติที่จะทำให้คุณได้ไปต่อ คือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไม่สิ้นสุดในสภาวะแวดล้อมที่ต่างไปจากเดิม

อ่านเพิ่มเติม รู้จัก Exponential Technologies กับ Rob Van Alphen แห่ง School of Disruption

#13
มูฟออน ไม่ยึดติด

ในอนาคต เงินบำนาญหรือชีวิตหลังเกษียณจะไม่มีอีกต่อไป คนรุ่นใหม่เริ่มไม่คิดถึงการปักหลักอยู่กับองค์กรใดองค์กรหนึ่งนานเป็นสิบๆปี แต่จะมูฟออนไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสถานที่ใหม่ เมื่อถึงเวลา

#14
วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไฟล์ดิจิทัล และคลาวด์

โควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้องค์กรต่างๆ ต้องผลักดันตัวเองเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานจากบ้าน และหลายเรื่องอย่างการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ การส่งไฟล์งานต่างๆผ่านคลาวด์ ก็จะกลายเป็น New Normal ในอนาคตอันใกล้

อ่านเพิ่มเติม 6 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อน ให้การประชุมผ่านวิดีโอคอลราบรื่น

#15
ตัดสินใจด้วยข้อมูลแทนสัญชาตญาณ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การตัดสินใจด้านกลยุทธ์ หรือเรื่องสำคัญของผู้บริหารองค์กร เกิดขึ้นจากความกล้าหรือสัญชาตญาณเป็นหลัก

แต่ในอนาคต เมื่อเกือบทุกคนมีข้อมูลในมือ การเสี่ยงทายหรือเดิมพันกับโชคชะตาเพียงอย่างเดียวคงไม่เหมาะ ข้อมูลเชิงลึกจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้การตัดสินใจแต่ละครั้งมีความแม่นยำมากขึ้น

#16
เกษียณเมื่ออายุถึงเกณฑ์หรือทำงานตลอดชีวิต

การเกษียณเมื่ออายุถึงเกณฑ์ ไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับการทำงานในยุคนี้อีกแล้ว หลายองค์กรสามารถเลือกเก็บพนักงานสูงวัยที่มีความสามารถไว้ต่อไปได้โดยไม่ต้องปลดระวาง

เพราะประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกจากคนเหล่านั้น จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆในองค์กรได้ ในฐานะเมนทอร์หรือที่ปรึกษา แต่นั่นหมายความว่าสิ่งที่จะได้รับเมื่อแลกกับเงินที่จ่ายไปนั้น คุ้มค่าจริงๆ

#17
ทางเลือกสำหรับพื้นที่ทำงาน

ที่ผ่านมา เรามักเถียงกันว่าออฟฟิศควรเป็นโอเพ่นสเปซ เพื่อความเปิดกว้างและทันสมัย หรือพื้นที่ปิด เพื่อสมาธิของพนักงานดี?

ที่จริง องค์กรต้องสร้างทางเลือกเผื่อไว้สำหรับพนักงานด้วย เพราะแต่ละคนมีบุคลิกต่างกัน ประเภทของงานก็ต่างกัน พื้นที่ทำงานที่จะดึงส่วนดีที่สุดออกมา จึงต้องมีความหลากหลาย และยืดหยุ่นได้ เพื่อให้คนเหล่านั้นได้เลือก

เรียบเรียงจาก
This Is What The Future Of Work Looks Like

Why Employee Experience Matters Now More Than Ever

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า