จีน คือหนึ่งในชาติแรกๆของโลกที่ต้องรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 เราจึงได้เห็นการระดมความคิดและความพยายามจากคนมากมายในชาติ เพื่อเอาตัวรอดและฝ่าฟันวิกฤตดังกล่าวมาได้ บทเรียนทางธุรกิจ จากจีน ในสถานการณ์นี้จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ และน่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่อื่นๆบนโลกได้เช่นกัน

เพื่อการนี้ ทีมงานของ Harvard Business Review สื่อจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ได้ขอสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ 20 ราย พร้อมหาข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านการส่งแบบสำรวจให้ตอบคำถาม 350 ราย เพื่อหาคำตอบว่าโลกธุรกิจของจีน ปรับตัว สร้างนวัตกรรม ฝ่าฟันและเติบโตจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

และนี่คือ 11 บทเรียนทางธุรกิจ ในยามวิกฤต ที่คนทั้งโลกควรเรียนรู้จากจีน

#1
ให้ข้อมูลที่โปร่งใสตรงไปตรงมากับคนในองค์กร

จุดร่วมอย่างหนึ่งขององค์กรส่วนใหญ่ที่ผ่านพ้นวิกฤตนี้มาได้ คือคอยอัพเดทสถานการณ์ต่างๆแบบตรงไปตรงมา ให้พนักงานรับรู้เป็นระยะ รวมถึงให้ไกด์ไลน์เรื่องหลักการและลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจในทุกระดับการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะยังคงใช้ต่อไป แม้จะผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วก็ตาม

กรณีศึกษาของบทเรียนนี้ เกิดขึ้นกับผู้นำด้านวิศวกรรมแห่งหนึ่ง ที่ตัดสินใจปิดศูนย์ R&D ซึ่งเปรียบเสมือนอนาคตของธุรกิจประเภทนี้ ซีอีโอขององค์กรตอบแบบไม่อ้อมค้อมว่าที่ตัดสินใจปิด เพราะสามเดือนจากนี้ต่างหาก คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าผ่านไปไม่ได้ ก็คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องอนาคต

ปัญหาคือการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพนักงานบางคนก็ยอมรับไม่ได้กับเรื่องนี้ แต่กุญแจสำคัญคือต้องโน้มน้าวให้คนส่วนใหญ่เข้าใจ ว่าจะผ่านเวลานี้ไปด้วยกัน

#2
ใช้รูปแบบและเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ

แม้การล็อคดาวน์จะทำให้คนในองค์กรต้องแยกย้ายกันไปทำงาน แต่องค์กรที่ดีสามารถเชื่อมโยงคนเหล่านั้นเข้าด้วยกันได้

ในการตอบแบบสอบถาม หลายองค์กรอธิบายว่าให้เลี่ยงการติดต่อผ่านอีเมล แต่หันมาใช้แอปพลิเคชั่นส่งข้อความอย่าง Dingtalk กับ WeChat หรือโปรแกรมสื่อสารภายในองค์กรแทน

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการประชุมผ่านวิดีโอกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่นั่นไปแล้ว แม้รัฐจะคลายมาตรการล็อคดาวน์ลง แต่หลายองค์กรยังคุยกันด้วยวิธีนี้ แม้จะนั่งอยู่ในออฟฟิศเดียวกันก็ตาม

เพราะหลายแห่งเห็นว่ามันได้ผล ตรงประเด็น และรวบรัดมากกว่า ขณะเดียวกัน มันก็เปิดโอกาสให้พนักงานหลายรายที่ปกติไม่ค่อยได้แสดงความเห็นในการประชุมรูปแบบเดิม มีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น ซึ่งส่งผลในเชิงบวกถึงความสัมพันธ์ภายในองค์กรด้วย

อ่านเพิ่มเติม 6 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อน ให้การประชุมผ่านวิดีโอคอลราบรื่น

#3
เร่งการเกิด Digital Transformation เร็วขึ้น

คำสั่งล็อคดาวน์แบบกะทันหัน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้หลายองค์กรต้องปรับตัวสู่ความเป็นดิจิทัลในเวลาสั้นๆ จากเดิมที่คาดว่าจะใช้เวลาเป็นปี หรือหลายปี

วิกฤตที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็มีผลดี ในแง่ที่มันช่วยเปลี่ยนความคิดผู้บริโภคจำนวนมากที่เคยต่อต้านนวัตกรรมใหม่ๆ ให้หันมาใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆมากขึ้น

แต่ละองค์กรจึงจำเป็นต้องหาโซลูชั่น เพื่อตอบรับความต้องการใหม่ๆของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ลดข้อจำกัดจากการที่คนส่วนใหญ่ออกจากบ้านไม่ได้ พร้อมลดค่าใช้จ่ายลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

กรณีศึกษาของเรื่องนี้คือ New Oriental Group ผู้นำด้านการศึกษาในจีน ที่พยายามมาตลอดสองปี เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ปกครองยอมรับแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งสำหรับการเรียนออนไลน์ ที่สามารถรองรับนักเรียนได้พร้อมกันถึงหนึ่งล้านคน

แต่แทบไม่ได้รับการตอบสนอง กระทั่งเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกคนหันมาใช้บริการนี้ จนแม้แต่ในเมืองที่บริษัทฯไม่ได้เปิดให้บริการ ก็ยังได้รับการติดต่อจากผู้ปกครอง

อ่านเพิ่มเติม 8 คำแนะนำ ทำ Digital Transformation ยังไง ไม่ให้ล้มเหลว

#4
โครงสร้างองค์กรแนวราบเพื่อการตัดสินใจที่ง่ายกว่า

จีน ก็เหมือนหลายๆชาติในเอเชีย ที่การตัดสินใจยังมาจากยอดพีระมิดเป็นหลัก ซึ่งกว่าที่เรื่องจะถูกส่งขึ้นไปถึงตรงนั้นก็ต้องผ่านกระบวนการและคนหลายระดับก่อน

แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายองค์กรเลือกลดบทบาทของผู้จัดการระดับกลางลง ปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นแนวราบมากขึ้น

ธนาคารผิงอัน (Ping An Bank) คือหนึ่งในตัวอย่างที่ปรับแนวคิดการทำงานใหม่ เลิกรอคำสั่งจากยอดพีระมิด มาให้น้ำหนักกับผู้บริหารระดับสูง ที่มีความเข้าใจในเรื่อง Digital Transformation และไอที

ด้วยแนวทางนี้ ธนาคารไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนผู้จัดการระดับกลาง แม้องค์กรจะเติบโตขึ้น แต่หันไปเน้นจำนวนทีมที่ลงพื้นที่การตลาด และให้ผู้บริหารระดับซีเนียร์เป็นผู้ดูแล ผ่านเครื่องมือดิจิทัลต่างๆแทน ภายใต้แนวคิด “บริหารด้วยข้อมูล” ไม่ใช่ยึดจากประสบการณ์เหมือนในอดีต

การปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่นี้ ช่วยให้ธนาคารฯ ทำยอดได้เป็นสถิติใหม่ๆในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งที่เป็นช่วงวิกฤต

ผู้บริหารหลายรายในองค์กรที่ปรับไปใช้แนวทางใหม่นี้ มีความเห็นคล้ายๆกันว่าโครงสร้างองค์กรในแนวราบ ช่วยให้เกิดความร่วมมือภายในมากขึ้น และยังเป็นจุดเริ่มต้นของวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆที่ช่วยให้การทำงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเติบโตกว่าเดิม

อ่านเพิ่มเติม 17 คุณลักษณะของงานแห่งอนาคต สำหรับองค์กรยุคใหม่

#5
มองหาความร่วมมือรูปแบบใหม่ๆ

การต้องบรรลุเป้าหมายในเวลาที่จำกัด มักนำไปสู่ความร่วมมือรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะจากคนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ซัพพลายเออร์ หน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่คู่แข่ง

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว นั่นหมายถึง Huanxi Media Group สตูดิโอผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Lost in Russia ที่มีกำหนดฉายในช่วงตรุษจีน ต้องสูญรายได้มหาศาลไป

ทางออกคือการจับมือกับ Bytedance ซึ่งนอกจาก TikTok แล้ว ยังมีแอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่งภาพยนตร์ด้วย เพื่อนำ Lost in Russia ออกฉายแบบออนไลน์แทน

ในเวลาเพียงสองวัน ภาพยนตร์เรื่องนี้มียอดผู้ชมกว่า 600 ล้านครั้ง ช่วยให้ Huanxi มีรายได้เข้าสตูดิโอราว 91 ล้านดอลลาร์ เป็นการก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมๆว่าแอปสตรีมมิ่งเป็นคู่แข่งของธุรกิจภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านการตัดสินใจของผู้บริหารสองฝ่ายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

#6
เปลี่ยนการทำงานจากบ้านให้เป็นเรื่องปกติ

ก่อนการระบาดของโควิด การทำงานจากบ้านหรือนอกออฟฟิศ ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมจีนเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพนักงานบางคนยังคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ที่ต้องถูกกระตุ้นจากหัวหน้างานเป็นระยะ

ผู้บริหารของ Bosch ผู้นำด้านเทคโนโลนีและเซอร์วิสซัพพลายเออร์ สาขาจีน พยายามแก้ด้วยการปลูกฝังแนวคิดเรื่องความไว้วางใจให้กับพนักงาน เพื่อให้บริหารและจัดการงานต่างๆได้โดยไม่ต้องอยู่ใกล้กัน โดยเน้นเรื่องผลงานมากกว่าการมาปรากฎตัวที่ออฟฟิศ

อ่านเพิ่มเติม คุยกับ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก : ยกเครื่อง Facebook สู่องค์กร Work From Home

#7
สนับสนุนให้คนไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

ผู้บริหารส่วนใหญ่ในการสัมภาษณ์เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่อง growth mindset หรือการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนในองค์กร

เมื่อพนักงานในกลุ่ม C-suite ลดการเดินทางลง และมีเครื่องมือในการสื่อสารกับลูกทีมที่ดีขึ้น ผู้บริหารกลุ่มนี้จึงสามารถเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเมนทอร์ให้กับสมาชิกในทีมได้

New Oriental ผู้ให้บริการด้านการศึกษา ตัดสินใจย้ายการเรียนการสอนทั้งหมดไปอยู่ในโลกออนไลน์ เปิดโอกาสให้ซีอีโอและผู้บริหารคนอื่นๆ ได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวกับพนักงานทั่วประเทศได้โดยตรง

การเปลี่ยนผ่านจากออฟไลน์มาสู่ออนไลน์ ยังเป็นการเคลียร์ข้อจำกัดเรื่องการเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ฝึกต่างๆของบริษัทที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ และยังช่วยเพิ่มความเร็วในการขยายธุรกิจให้เติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม 10 Soft Skills ที่คุณต้องมี เพื่อเอาตัวรอดในโลกยุคใหม่

#8
เปลี่ยนวิธีประเมินผลงานใหม่

ในทรรศนะผู้บริหารของหลายๆองค์กร วิกฤตโควิดเป็นโอกาสดี ในการสังเกตการณ์ ว่าพนักงานระดับผู้จัดการ ตั้งแต่ระดับซีเนียร์ไปจนถึงมิด-เลเวล จะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร เพื่อประเมินผลงานและศักยภาพ

ขณะที่ฝ่ายจัดการ ก็ต้องปรับแนวคิดในการทำงานใหม่ ว่าในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ เป้าหมายที่วางไว้ ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

#9
จุดพลังอาสา

ในบางสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ผู้บริหารหลายรายพบว่าคนที่ได้รับมอบหมาย มีความมุ่งมั่นน้อยกว่าคนที่อาสาทำงานนั้นด้วยตัวเอง

เห็นได้จากกรณีศึกษาของ Yum China เชนฟาสต์ฟู้ด ที่เลือกเปิดบางสาขาในเมืองอู่ฮั่นแทนที่จะปิดทั้งหมด เพื่อให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่นั่น แต่ผู้บริหารก็รู้ว่าพนักงานบางคนรวมถึงคนในครอบครัวอาจไม่สะดวกใจที่จะพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง จึงประกาศขออาสาสมัครโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ตามจำนวนที่ต้องการ

ผลลัพธ์ที่ได้กลับเกินคาด เพราะในเวลาแค่สองชั่วโมง กลับมีพนักงานที่อาสาทำหน้าที่นี้มากกว่า 900 ราย

#10
ช่วยพนักงานปรับตัวรับความไม่แน่นอน

จากแบบสอบถาม พบว่าพนักงานในหลายองค์กร มีความกังวลใจ และขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในกลุ่มมิลเลนเนียล เพราะที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ด้วยอานิสงส์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ต่อเนื่องมากว่าสามทศวรรษ

แต่การชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ทั้งจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และการระบาดของโควิด-19 ทำให้คนกลุ่มนี้เริ่มรู้สึกไม่มั่นคง หน้าที่ขององค์กรจึงต้องช่วยประคับประคองเพื่อดึงศักยภาพในตัวคนกลุ่มนี้กลับมา

#11
หล่อหลอมความสัมพันธ์ในองค์กร

สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆเห็นพ้องกันในการตอบแบบสอบถาม คือการมีประสบการณ์ร่วมกันในการรับมือปัญหาที่เกิดขึ้น ช่วยให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ ความอดทน และความผูกพันภายในองค์กร

การประชุมผ่านโปรแกรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กลายเป็นช่องทางทำให้คนในองค์กรได้เห็นอีกด้านของเพื่อนร่วมงานที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น การแต่งตัวเวลาอยู่บ้าน สมาชิกในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง

การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

นอกจากบทเรียนทั้ง 11 ข้อนี้ ทีมงานยังพบประเด็นที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งนี้ อีกสองเรื่อง

หนึ่งคือ บรรดาองค์กรที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตัวเอง และได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไม่มากนัก เลือกที่จะลงทุนต่อเนื่อง เพื่อกุมความได้เปรียบของตนเองไว้ต่อไป และยืดระยะห่างจากบรรดาผู้ตามที่มีความพร้อมน้อยกว่า

สองคือ องค์กรเหล่านี้ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในแง่กลยุทธ์ และระบบที่นำมาใช้ เพื่อให้คนในองค์กร ได้ซึมซับทักษะ แนวทางปฏิบัติ และสร้างรูปแบบพฤติกรรมใหม่ และยังวางกฎเกณฑ์ด้านวินัยที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้คนในองค์กรถอยกลับไปมีพฤติกรรมแบบเดิมอีก

เรียบเรียงจาก

Lessons from Chinese Companies’ Response to Covid-19

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า