Nikola

รู้จัก Nikola “Tesla แห่งรถบรรทุก” ที่มูลค่าแซง Ford แม้ยังไม่ผลิตรถซักคัน

ไม่ใช่แค่ Tesla ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์แซงหน้า Toyota เป็นบริษัทผู้ผลิตรถที่มีมูลค่าในตลาดสูงสุดในโลก เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Nikola อีกหนึ่งบริษัทผู้ผลิต EV ที่ใช้ชื่อซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก นิโกล่า เทสล่า เช่นกัน ก็ทำสถิติมี market cap แซงหน้าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันรายใหญ่อย่าง Ford ไปแล้วเช่นกัน ทั้งที่บริษัทยังไม่มีรถวางตลาดแม้แต่คันเดียว

Tesla แห่งวงการรถบรรทุก

Nikola Corp. ก่อตั้งขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน โดย เทรเวอร์ มิลตัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและผลิตรถบรรทุก class 8 (เช่นรถพ่วง หรือรถ 18 ล้อ) ทั้งรูปแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง และแบบที่ใช้ไฮโดรเจน โดยได้รับการสนับสนุนจาก Bosch และบริษัทอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายของ Fiat

เมื่อปีที่แล้ว มิลตัน ก็สามารถปิดดีลได้กรรมสิทธิ์ที่ดินในแอริโซนา พื้นที่เกือบ 400 เอเคอร์ (ประมาณ 1,000 ไร่) เพื่อเตรียมสร้างโรงงานผลิตรถบรรทุกของตัวเอง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะผลิตรถสำหรับส่งมอบได้ราว 35,000-50,000 คันต่อปี และปัจจุบัน ก็มียอดจองล่วงหน้าคิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ (3 แสนล้านบาท)

เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ก็เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในชื่อ NKLA ผ่านการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (RTO) กับ VectoIQ Acquisition Corp. ซึ่งมีการซื้อขายใน Nasdaq อยู่แล้ว

และเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ราคา market cap ของบริษัทฯ ก็พุ่งไปถึงระดับ 31,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 9 แสน 6 หมื่นล้านบาท) แซงหน้ายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่าง Ford (F) และ Fiat Chrysler (FACU) ไม่นานหลังประกาศผ่าน Twitter ว่าพร้อมเปิดรับออร์เดอร์รถกระบะ Badger ช่วงปลายเดือนนี้

ขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้ มิลตัน ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง กลายเป็นคนรวยอันดับที่ 188 ของโลกแล้ว ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 9 พันล้านดอลลาร์ (278,800 ล้านบาท)

เปิดตัวแรง เพราะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

นักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากการเลือกเจาะกลุ่มตลาดได้ถูกทาง เพราะมีงานวิจัยระบุว่ารถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป คือกลุ่มที่สร้างมลภาวะบนท้องถนนสูงสุดเป็นอันดับสอง

อย่างไรก็ตาม รถกลุ่มนี้ก็ยังจำเป็นต่อการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะยังไม่มีการขนส่งรูปแบบอื่นที่มาทดแทนได้ การผลักดันให้นำพลังงานสะอาด (ไฟฟ้าหรือไฮโดรเจน) มาใช้กับรถกลุ่มนี้จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ

อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้น NKLA พุ่งสูงถึง 104% ในเวลาสั้นๆ คือการประกาศว่าพร้อมรับออเดอร์ Badger รถกระบะไฮบริด ที่ถือเป็นคู่แข่งในตลาด สำหรับ Cybertruck ของ Tesla และเป็นเซกเมนต์ที่ยังได้รับความนิยมจากคนอเมริกันอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรถประเภทซีดานที่ขอบเขตการใช้งานน้อยกว่า และมีทางเลือกอื่นอย่างบริการเรียกรถ หรือขนส่งสาธารณะที่ทดแทนได้

AHEAD TAKEAWAY : Nikola vs Tesla

หลายปีมานี้ เรามักได้ยินคำว่า Tesla Killer บ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากสื่อมวลชนต่างๆที่พยายามหาคู่แข่งมาเปรียบเทียบกับเจ้าพ่อแห่งวงการ EV อยู่เสมอ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีใครดีพอจะโค่น Tesla ลงได้จริงๆอยู่ดี

ส่วนกรณีของ Nikola อาจไม่อยู่ในข่าย Tesla Killer โดยตรง แต่ก็ปฏิเสธไม้ได้ว่าผลิตภัณฑ์ของน้องใหม่รายนี้หลายตัวคาบเกี่ยวในตลาดที่ Tesla เล็งไว้เช่นกัน โดยเฉพาะหัวรถลาก รถบรรทุก และกระบะ นั่นทำให้ทั้งสองบริษัทถูกจับมาโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • market cap พุ่งแบบนี้ ดีจริงหรือไม่?

ประเด็นแรกคือการเปิดตัวแรงขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเข้าตลาดได้ไม่ถึงสัปดาห์ ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะไปได้สวยในระยะยาวเสมอไป

การที่ราคาในตลาดของ NKLA แรงขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งใจที่จะรอขายชอร์ต (short selling) ของนักเก็งกำไรทั้งหลาย คล้ายกับที่ Tesla เคยประสบมาแล้ว นั่นแปลว่าโอกาสที่ราคาจะดิ่งลงเพราะโดนทุบก็เป็นไปได้เช่นกัน

  • เดินตามรอย Tesla ไหวรึเปล่า?

ถัดมาคือการที่บริษัทใหม่ๆจะทำกำไรได้นั้นต้องใช้เวลา ในกรณีของ Nikola นั้น ถ้าเป็นไปตามที่ผู้บริหารว่าไว้ กว่าจะเริ่มต้นการผลิตได้จริง ก็คงต้องรอจนถึงปีหน้า ซึ่งกว่าจะถึงจุดคุ้มทุนและทำกำไรได้ก็คงไม่ง่าย เพราะแม้แต่ Tesla เองก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้ในระดับสม่ำเสมอ แม้จะอยู่ในตลาดมานานหลายปีแล้วก็ตาม

  • ตกลงเป็นคู่แข่งของ Tesla หรือเป็นอีกทางเลือก?

ในแง่นี้มองได้สองด้าน เพราะรถของ Nikola มีลักษณะของไฮบริด (ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและไฮโดรเจน) มากกว่าจะเป็น EV แบบ 100% เหมือน Tesla

ข้อดีของการเป็นไฮบริดคือทำให้รถมีทางเลือกหลากหลายขึ้นในการเลือกใช้ แต่การใช้ไฮโดรเจน ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะการผลิตไฮโดรเจนบางวิธียังคงใช้ฟอสซิลและพลังงานค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ยังต้องจัดเก็บและขนส่งภายใต้แรงดันที่กำหนดไว้ ซึ่งการจะสร้างสถานีสำหรับจ่ายไฮโดรเจนก็ยังยุ่งยากพอสมควร แม้ Nikola จะประกาศแผนการสร้างสถานีจ่ายไฮโดรเจน 700 แห่งทั่วสหรัฐฯไว้ก็ตาม

เรื่องนี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับอนาคตของบริษัทฯเลยทีเดียว เหมือนที่ Tesla ทำสำเร็จกับสถานีซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จนทำให้ผู้คนคลายกังวลเรื่อง range anxiety ของรถ EV ได้ในที่สุด

เรียบเรียงจาก

SPAC Momentum Charges On with Nikola

How mysterious EV startup overtook Ford in one night — without selling a single car

Tesla competitor sees market value soar past car giants Ford, Fiat Chrysler (NKLA, F, FCAU)

Nikola executes reverse merger with VectoIQ; now to be listed on NASDAQ; BEV and FCEV trucks

EV startup Nikola takes on the Tesla Cybertruck with hydrogen-powered ‘Badger’

Electric truck start-up Nikola takes on car giants

Freight Trucks Account for More GHG Emissions Than Airplanes

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article

5 ทักษะการทำงานสำคัญ ที่องค์กรยุค 4.0 ต้องการจากคุณ

Next Article
2030

ส่องอนาคตโลก Finance ปี 2030 เมื่อ Baby Boomer ถึงคราวเกษียณ

Related Posts