Stripe ผู้ให้บริการอี-เพย์เมนท์จากสหรัฐฯ ได้รับเลือกจาก CNBC ให้ติดอันดับหนึ่ง ในลิสต์ Disruptor 50 หรือ 50 บริษัทผู้พลิกโลกด้วยเทคโนโลยี ขณะที่อันดับสองได้แก่ Coupang อีคอมเมิร์ซสัญชาติเกาหลี ส่วน Gojek บริการเรียกมอเตอร์ไซค์จากอินโดนีเซียติดในอันดับ 10

การจัดอันดับครั้งนี้ มีขึ้นเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันแล้ว โดย CNBC จะคัดเลือกบริษัทที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในธุรกิจ ด้วยอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด

ในปีนี้ บริษัทส่วนใหญ่ที่ได้รับเลือก ไม่เพียงแค่ฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ล็อคดาวน์ และวิถี new normal เพื่อต่อยอดธุรกิจไปสู่แนวทางใหม่ๆได้อีกด้วย ทั้ง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การศึกษา เฮลธ์แคร์ โลจิกติกส์ ฟินเทค หรือแม้แต่เกษตรกรรม

อีกประเด็นที่ทาง CNBC ตั้งข้อสังเกตคือบริษัทฯกลุ่มนี้ สวนกระแสเศรษฐกิจขาลงด้วยการจ้างงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือเปลี่ยนแนวทางธุรกิจเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

Stripe (อ่านเพิ่มเติม รวยด้วยโค้ด 7 บรรทัด) ซึ่งปีก่อนอยู่ในอันดับ 13 ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในปีนี้ โดยปัจจุบัน ธุรกิจของสองพี่น้อง จอห์น และ แพทริค คอลลิสัน รับดูแลหลังบ้านให้ระบบเพย์เมนท์แก่บริษัทชั้นนำอย่าง Amazon, Slack, Shopify, Under Armour ฯลฯ

แม้แต่ช่วงเดือนเมษายนที่มีการระบาดของไวรัสในอัตราสูง Stripe กลับระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ ได้ถึง 600 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,000 ล้านบาท) จาก VC รายใหญ่ ทั้ง Andreessen Horowitz, General Catalyst และ Sequoia ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าที่ 36,000 ล้านดอลลาร์ (1.1 ล้านล้านบาท) แล้ว

อันดับสอง ได้แก่ Coupang เจ้าของฉายา Amazon แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งก่อตั้งในปี 2010 และปัจจุบันเป็นอี-คอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยจุดแข็งอย่างบริการส่งสินค้าในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และล่าสุดคือบริการ Dawn Delivery หรือการสั่งสินค้าก่อนเที่ยงคืน จะได้รับไม่เกิน 7 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น

แผนต่อไปของ Coupang คือการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2021

ในลิสต์ดังกล่าวยังปรากฎยูนิคอร์นจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Gojek ที่เริ่มต้นจากบริการเรียกรถสู่การเป็นซูเปอร์แอป ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Tencent, JD.com, Visa, Facebook และ PayPal ร่วมลงทุนด้วย
(อ่านเพิ่มเติม สงคราม 2 ล้อ Go-jek ปะทะ GrabBike)

สรุป 10 อันดับแรกของ Disruptor 50 ประจำปี 2020

1) Stripe (อีเพย์เมนต์/สหรัฐฯ)
2) Coupang (อีคอมเมิร์ซ/เกาหลีใต้)
3) Indigo Agriculture (เกษตรกรรม/สหรัฐฯ)
4) Coursera (ออนไลน์คอร์ส/สหรัฐฯ)
5) Klarna (อีคอมเมิร์ซ/สวีเดน)
6) Tempus (เฮลธ์แคร์/สหรัฐฯ)
7) Zipline (โดรน และโลจิสติกส์/สหรัฐฯ)
8) SoFi (ฟินเทค/สหรัฐฯ)
9) Neteera Technologies (เซนเซอร์ AI และระบบตรวจจับ/สหรัฐฯ)
10 Gojek (เรียกรถ และซูเปอร์แอป/อินโดนีเซีย)

AHEAD TAKEAWAY

บทวิเคราะห์ที่มองว่า โควิด-19 นั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของคนทั่วโลกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแง่ของการเร่งสปีดให้คนหมู่มากหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่คนที่เคยปฏิเสธมาก่อน

ไม่กี่เดือนมานี้ อัตราการใช้งานอีเพย์เมนท์ อีคอมเมิร์ซ บริการเดลิเวอรี่ต่างๆ จึงขยายวงกว้างไปสู่คนกลุ่มใหม่ๆ เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค

นอกจากนี้ หลายธุรกิจที่ไม่ได้รับความสนใจมากนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่าง วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือ การเรียนออนไลน์ ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นกัน

เห็นได้จากมีธุรกิจในกลุ่มนี้ ถูกคัดเลือกให้อยู่ลิสต์หลายราย อาทิ Coursera, Duolingo และ Guild Education

และในอนาคต เราน่าจะได้เห็นธุรกิจใหม่ๆที่ต่อยอดมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอีกมาก การสังเกตการณ์เทรนด์ใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้บริหารองค์กร เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทัน ก่อนจะตกเป็นผู้ตามไปในที่สุด

เรียบเรียงจาก
These are the 2020 CNBC Disruptor 50 companies

Stripe

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า