The Segway PT สกู๊ตเตอร์สองล้อที่เคยถูกคาดว่าจะปฏิวัติการเดินทางในเมือง จะยุติสายการผลิตอย่างเป็นทางการ ในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว หลังทำยอดขายตลอด 19 ปี ได้เพียง 140,000 คันเท่านั้น

ครั้งหนึ่ง สกู๊ตเตอร์สองล้อสำหรับเดินทางในเมือง ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดย ดีน คาร์เมน และวางตลาดครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2001 ในราคา 5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 150,000 บาท) ได้รับการยกย่องจาก สตีฟ จ๊อบส์ ว่าจะเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

แต่ล่าสุด Ninebot/Segway ในฐานะบริษัทผู้ผลิต ก็ประกาศยุติการผลิตของ The Segway PT ที่โรงงานในเบดฟอร์ด นิวแฮมป์เชียร์ ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้แล้ว ส่งผลให้พนักงาน 21 รายจะถูกเลย์ออฟ อีก 12 รายถูกย้ายไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว คอยดูแลเรื่องการซ่อมแซมและรับประกันสินค้าที่ขายไปแล้ว มีเพียง 5 ราย ซึ่งทำงานที่ Segway Discovery ยังได้เป็นพนักงานประจำต่อ

วีลแชร์อัจฉริยะ สู่พาหนะแห่งอนาคต

คาร์เมน คือผู้อยู่เบื้องหลัง iBOT วีลแชร์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับและไต่ขึ้นบันไดได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยไจโรสโคปเพื่อช่วยในการทรงตัว ก่อนนำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาเป็นสกู๊ตเตอร์สองล้อ เพื่อใช้เดินทางระยะสั้นภายในตัวเมือง

คาร์เมน ตั้งเป้าว่า The Segway PT จะขายได้มากถึง 1 แสนยูนิต ใน 13 เดือนแรกที่ก่อตั้งบริษัท แต่สุดท้าย สกู๊ตเตอร์สองล้อกลับไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง ส่วนใหญ่ถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามบริษัทหรือห้างสรรพสินค้า หรือให้เช่าเพื่อการท่องเที่ยว จนถอดใจและขายบริษัททิ้งในปี 2009 และเปลี่ยนมาอยู่ในมือ Ninebot จากจีน ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบัน

ดีเกินไปจนขายไม่ออก

จูดี้ ไค ประธานคนปัจจุบันของ Segway มองว่าการที่สกู๊ตเตอร์สองล้อของ คาร์เมน ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะมันถูกออกแบบมา “ดีเกินไป”

PT ได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ต่อไป แม้อุปกรณ์บางส่วนจะเสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ใช้งาน แต่ความทนทานของมันทำให้บริษัทฯไม่สามารถขายสกู๊ตเตอร์ตัวใหม่เพื่อทดแทนได้

“ฉันเคยคุยกับลูกค้าคนหนึ่งที่ขี่ PT รุ่นแรกๆ ถึงภายนอกจะดูโทรมแล้วเพราะใช้งานมาถึง 12 ปี และวิ่งมาเป็นแสนๆไมล์แล้ว แต่เครื่องยนต์มันยังทำงานได้ดี นั่นทำให้เราขายคันใหม่ๆให้ลูกค้ากลุ่มเดิมไม่ได้”

ในช่วงสามปีหลังสุด ยอดขายของ PT ก็ยิ่งตกต่ำลงเรื่อย จาก 5% เหลือเพียง 1.5% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

UX เป็นปัญหา เพราะตัวเลือกอื่นใช้ง่ายกว่า

อีกเหตุผลหนึ่งที่มีการวิเคราะห์กัน คือ PT มีลักษณะเฉพาะตัวเกินไป รวมถึงใช้งานยาก เมื่อเทียบกับจักรยาน หรือสกู๊ตเตอร์แบบอื่นๆ จนเป็นเรื่องยากที่จะทำตลาด

นอกจากนี้ ในหนังสือ Code Name Ginger ของ สตีฟ เคมเพอร์ ที่เล่าถึงการพัฒนาเจ้าสกู๊ตเตอร์ตัวนี้ ก็เล่าว่า แม้ จ๊อบส์ จะชื่นชมไอเดียของผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาก เขากลับวิจารณ์เรื่องดีไซน์ของมันยับว่าดู “โคตรเชย” และผิดหลักการออกแบบทั้งสามข้อของ Apple

“บางคนอาจจะชอบมัน แต่เราพบว่าหลายคนที่ทดลองใช้งานครั้งแรกต้องหัดทรงตัวกันใหม่” โทนี่ โฮ รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Segway อธิบาย

“ตอนนี้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากำลังมา เพราะมันใช้งานง่าย และก็แทบไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เลย”

ขณะที่ PT นั้นเปิดตัวมานานเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆเลย ความล้ำของมันเมื่อปี 2001 จึงกลายเป็นเรื่องตกยุคไปแทน เพราะผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ออกในปีเดียวกัน อย่าง iPod หรือ Xbox นั้นพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

มรดกที่ฝากไว้

แม้จะไม่ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการเดินทางของคนเมืองในปัจจุบัน แต่อย่างน้อย PT ก็เป็นใบเบิกทางสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กอื่นๆ นอกเหนือจากจักรยาน

ปัจจุบัน Ninebot ในฐานะบริษัทแม่ เคลมว่าสามารถครองตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วโลก ได้มากถึง 70% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเป็นซัพพลายเออร์ให้ Bird และ Lime ในการชิงส่วนแบ่งตลาดให้เช่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ไค เสริมว่าด้วยความเร็วในการเดินทางที่เท่ากัน (ประมาณ 16 กม./ชม.) สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่า PT มาก

แม้จะไม่ใช่สินค้าที่ขายได้ แต่เทคโนโลยีช่วยในการทรงตัวของ PT ก็ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัท อย่าง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โฮเวอร์บอร์ด ฯลฯ ขณะที่ชื่อ Segway ก็ยังเป็นเครื่องหมายการค้าที่ใช้ในสหรัฐฯและยุโรปตามเดิม แม้สกู๊ตเตอร์สองล้อขนาดใหญ่ที่เคยเป็นไอคอนของยุค 2000 จะกลายเป็นอดีตไปแล้วก็ตาม

เรียบเรียงจาก
Exclusive: Segway, the most hyped invention since the Macintosh, ends production

Segway Is No Longer Making Its Famous Two-Wheeled Scooter

Steve Jobs Explains Why We’re Not All Riding A Segway

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า