สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย ผลักดันนักมองอนาคตรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรม NIA Creative Contest 2020 ภายใต้แนวคิด “FUTURELAND” เปิดโอกาสให้กลุ่มคนรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไป ได้นำเสนอแนวคิดด้านมุมมองอนาคตในรูปแบบวีดีทัศน์ สื่อถึงภาพในอนาคตที่คนรุ่นใหม่อยากให้เป็น

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การมองอนาคตมีความสำคัญมากขึ้นกับการพัฒนาประเทศ แต่ที่ผ่านมา มักจำกัดขอบเขตในกลุ่มนักวิชาการและหน่วยงานภาครัฐ ทั้งที่ในความเป็นจริง NIA เห็นว่าการมองอนาคตจะสมบูรณ์แบบได้ จำเป็นต้องมี 3 สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาและสร้างอนาคตให้ชัดเจน และเข้าใจง่ายขึ้น 1. ความเป็นไปได้และสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคต 2. คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และ 3. สื่อใหม่ที่จะเป็นช่องทางเผยแพร่แนวคิด

ด้วยเหตุนี้ NIA จึงได้จัดกิจกรรมประกวดวีดีทัศน์ด้านมุมมองอนาคต หรือ NIA Creative Contest ขึ้น เป็นปีที่ 2 ในปีนี้ใช้แนวคิด “Future Land” เมืองแห่งอนาคต ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่การประกวดไปในออกเป็น 4 ภาค ทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้สนใจทั่วประเทศ

ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกระดับภูมิภาคจะนำมาคัดเลือกหาผู้ชนะไปรับรางวัลระดับประเทศ ชิงโล่และเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ในวันนวัตกรรมแห่งชาติ 5 ตุลาคม 2563

“การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะทำให้เห็นประโยชน์ 3 ด้าน คือ 1.ได้นักมองอนาคตรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ ที่แนวคิดไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มคนที่มีประสบการณ์มากกว่า 2. ได้สื่อใหม่เพื่อนำเสนอภาาพอนาคตว่าคนรุ่นใหม่มองไว้อย่างไร เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันกำหนด หรือวางแนวทางให้เกิดขึ้นจริงได้ 3. เป็นโจทย์ให้ผู้สนใจนำแนวคิดไปพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่คนรุ่นใหม่อยากให้เป็น”

ด้านดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม อธิบายถึงที่มาของแนวคิด Future Land ว่า แต่ละภูมิภาคมีบริบทที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะมีส่วนในการมองภาพอนาคต และถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ได้ พร้อมเสนอแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจออกแบบนวัตกรรมในแต่ละพื้นที่คือ

  • ภาคกลาง จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องกำหนดรูปแบบความเสี่ยง และนวัตกรรมที่สามารถลดความเสี่ยงเหล่านั้น รวมถึงสิ่งที่คนในภูมิภาคนี้ต้องเผชิญ ตลอดจนเครื่องมือที่จะช่วยให้กลุ่มคนในภูมิภาคนี้อยู่รอดได้ในอนาคต
  • ภาคเหนือ เป็นอีกหนึ่งภาคที่มีวิกฤติเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น pm 2.5 ไฟป่า ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลด้านพฤติกรรมอย่างมาก ประชาชนมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น หลายคนสนใจประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลก สุขภาพ การเมือง และที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นคือ สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการป้องกันและระมัดระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น
  • ภาคอีสาน สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้เห็นสิ่งใหม่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะด้านอาชีพที่เกิดอาชีพใหม่ รวมถึงทักษะที่จำเป็นต้องมี เช่น การสตรีมมิ่ง การถ่ายทอดสด ทักษะด้านดิจิทัล รวมถึงความสนใจในด้านเอนเตอร์เทนเมนท์ที่ประชาชนในภาคอีสานสนใจเรื่องเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
  • ภาคใต้ เป็นภาคที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิประเทศ ศาสนา ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังพบว่าคนรุ่นใหม่เริ่มคืนถิ่นเยอะขึ้น โดยสังเกตได้จากการเกิดโฮสเทล ร้านอาหารสไตล์ใหม่ รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้คน ซึ่งในอนาคตคาดการณ์ว่าความทันสมัยต่างๆ ก็จะเทียบเท่ากับภาคอื่นแน่นอน

ด้านนายนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ ให้คำแนะนำสำหรับผู้สนใจร่วมนำเสนองานาว่า การสร้างภาพยนตร์ให้มีความน่าสนใจ ควรสร้างจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว เพราะเรื่องใกล้ตัวจะช่วยให้คนเข้าถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร อาจมีการใช้ความเป็นตัวตนตามบริบทพื้นที่ เช่น ภาษาถิ่น เพราะทำให้เห็นว่าเรามาจากไหน แม้แต่การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ภาพยนตร์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

อีกสิ่งสำคัญคือการเขียนบท ต้องมีการตีความให้ชัดเจน โดยเฉพาะการสร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอนาคต ต้องเข้าใจคำว่าอนาคตอย่างถ่องแท้ และนึกถึงเรื่องพื้นฐานให้มากที่สุด ผู้สร้างจะพูดถึงอะไรก็ได้ แต่ควรเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มีผลกระทบถึงการใช้ชีวิตผู้คน ยิ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับนวัตกรรมยิ่งจำเป็นต้องทำ เพราะนอกจากจะช่วยให้ภาพยนตร์มีน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังช่วยให้คนฉุกคิดถึงการเตรียมตัวถึงวันข้างหน้า พร้อมหยิบนำไปใช้ได้หากมีสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-017-5555 เว็บไซต์ www.nia.or.th และ facebook.com/NIAThailand

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า