Toshiba อดีตผู้นำในวงการแล็ปท็อปกว่าสองทศวรรษ ตกลงขายหุ้น Dynabook ที่เหลือ 19.1% ให้กับ Sharp เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถอนตัวจากธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างเป็นทางการแล้ว

คำถามที่ตามมา คือเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทฯ ที่สิบกว่าปีที่แล้ว เคยครองส่วนแบ่งตลาดพีซีในสหรัฐฯ มากถึง 1 ใน 5?

ผู้นำนวัตกรรมในอดีต สู่ผู้บุกเบิกแล็ปท็อปด้วย T1100

Toshiba นั้นเป็นบริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของ Tokyo Electric Company ผู้ออกแบบและผลิตหลอดไฟแบบ double-coiled รายแรกของโลก กับ Tokyo Shibaura Denki

ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีส่วนร่วมพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับสินค้าต่างๆ อาทิ เครื่องเล่นและบันทึกวิดีโอเทป โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในด้านต่างๆ ทั้งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงินช่วยเหลือพิเศษ และรูปแบบการช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งจากต่างประเทศได้

แต่ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้บริษัทฯ แจ้งเกิดในระดับโลกได้สำเร็จจริงๆ เกิดขึ้้นในปี 1985 ด้วย T1100 คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปรุ่นแรกของโลก ที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องพีซีของ IBM ยักษ์ใหญ่ของวงการในยุคนั้นได้

ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของวงการพีซีต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษ โดยในปี 2007 มีการบันทึกว่าบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดของคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ มากถึง 17.8%

โลกหมุนไว ยักษ์ใหญ่ขยับตัวช้า

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต และความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้คนมากขึ้น แทนที่ พวกเขาจะรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ได้ กลับถูกบริษัทขนาดรองลงไปจากไต้หวัน อย่าง Asus และ Acer ชิงส่วนแบ่งตลาดไป ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดมากกว่านวัตกรรม นั่นคือการผลิตเดสค์ท็อปและแล็ปท็อปในราคาที่จับต้องได้ป้อนสู่ตลาด

ยิ่งเมื่อ Lenovo และแบรนด์อื่นๆจากจีนเข้ามาตีตลาดด้วยเรื่องราคา ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่ต่างอะไรจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆในบ้าน นั่นหมายถึงบริษัทไหนที่ตั้งราคาขายได้ต่ำกว่า ก็มีโอกาสกุมความได้เปรียบไว้

Toshiba ซึ่งปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ทัน กลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

มีรายงานว่ายอดขายแผนกคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ ที่เคยสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ (930,000 ล้านบาท) ในปี 2007 ลดเหลือ 5,000 ล้านดอลลาร์ (150,000 ล้านบาท) ในปี 2015

ผลที่ตามมาคือบริษัทต้องเริ่มลดค่าใช้จ่ายลง โดยหันไปจ้างบริษัทอื่นดูแลการผลิตโทรทัศน์ ในปี 2010 และถอนตัวจากตลาดนอกประเทศในอีก 5 ปีถัดมา

ข่าวฉาว และเดินเกมธุรกิจที่ผิดพลาด

ในยุคของซีอีโอ อัตสึโตชิ นิชิดะ ผู้ล่วงลับ Toshiba พยายามต่อยอดธุรกิจไปยังด้านอื่นๆ แต่กลายเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการซื้อธุรกิจโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Westinghouse ในราคา 5,400 ล้านดอลลาร์ (168,000 ล้านบาท) เมื่อปี 2006 ที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ภายหลังเกิดเหตุสึนามิจนเกิดวิกฤตการณ์โรงงานไฟฟ้าที่ฟุคุชิมะ ในปี 2011

ซ้ำร้าย บริษัทฯ ยังทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง ด้วยการรายงานผลกำไรเกินจริง ราว 1,200 ล้านดอลลาร์ (37,000 ล้านบาท) ในช่วงปี 2008-2015 ก่อนถูกตรวจพบในภายหลัง เป็นเหตุให้ นิชิดะ ซึ่งถอยมารับตำแหน่งที่ปรึกษาในขณะนั้น ต้องลาออกจากตำแหน่งไปด้วย

ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ ทำให้การเงินของ Toshiba อยู่ในภาวะง่อนแง่น จนต้องประกาศขายธุรกิจหน่วยความจำ ซึ่งเป็นแผนกเดียวของบริษัทที่ยังมีผลกำไร ให้กับ Bain Capital ในราคา 18,000 ล้านดอลลาร์ (561,000 ล้านบาท)

ตามด้วยการขายธุรกิจทีวีให้ Hisense Electric จากจีน ด้วยมูลค่าเพียง 113 ล้านดอลลาร์ (3,500 ล้านบาท)

ตามด้วยการขายหุ้น 80.1 เปอร์เซนต์ของธุรกิจพีซี Dynabook ให้กับ Sharp เมื่อสองปีที่แล้ว ในราคาเพียง 36 ล้านดอลลาร์ (1,100 ล้านบาท) ก่อนที่ Sharp จะเดินหน้าขอใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 19.1 เมื่อเดือนมิถุนายนและได้ข้อสรุปทั้งหมด ปิดฉากหนึ่งในตำนานของธุรกิจพีซีอย่างเป็นทางการ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

AHEAD TAKEAWAY

การถอนตัวอย่างเป็นทางการจากธุรกิจพีซีในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอะไรนัก

เพราะที่จริง พวกเขาไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่รายเดียวที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน อย่างที่ วิลเลียม ไซโตะ อดีตที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นให้คำจำกัดความไว้ ว่าตกอยู่ในภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

คือการเสียสถานะผู้นำด้านนวัตกรรมในปัจจุบันไปให้กับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้ เมื่อต้องแข่งขันกับผู้ผลิตจากไต้หวันหรือจีนที่กดราคาลงได้ต่ำกว่า

แม้แต่ Sharp ซึ่งเป็นผู้ซื้อ Dynabook ไปนั้น ปัจจุบัน ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Foxconn จากไต้หวันเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนๆ นี่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้จะเป็นผู้นำในธุรกิจของตัวเองแล้ว แต่ถ้าไม่พยายามปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ก็อาจมีบทสรุปไม่ต่างกัน

เหมือนที่ ไซโตะ สรุปว่า “สิ่งที่เคยพาเรามาอยู่ตรงนี้ ไม่สามารถพาเราไปไกลกว่านี้ได้อีกแล้ว” (What got us here won’t get us there any longer.)

อ่านเพิ่มเติม

แกะรอยกลยุทธ์ Miniso ถึง Mumuso : ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น-เกาหลี เมดอินไชน่า

เรียบเรียงจาก
Toshiba is officially out of the laptop business

Sharp to buy Toshiba PC business, issue $1.8 billion in new shares

Ex-Toshiba President Nishida, who played key role in success of Dynabook notebook computers, dies at age 73

Foxconn seals $3.5 billion takeover of Sharp as executives seek to shake off doubts

It took 70 years to reach its peak—and just a decade to fall into an abyss

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า