แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะหยุดชะงัก แต่นักวิเคราะห์หลายราย ก็ยังมองว่าในปีนี้และปีถัดๆไป ปัญญาประดิษฐ์จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในแทบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ฟินเทค, เฮลธ์แคร์, ค้าปลีก ฯลฯ และมีการประเมินว่าธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งทางตรงทางอ้อม จะมีมูลค่ามหาศาลถึง 118,600 ล้านดอลลาร์ (3.68 ล้านล้านบาท) ภายใน 5 ปีนับจากนี้

ในด้านการทำการตลาดก็เช่นกัน รายงานจาก Statista ชี้ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องมือด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ในแง่ของการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและความต้องการของผู้บริโภค และได้รับความสนใจจากนักการตลาดมากขึ้นในอัตราก้าวกระโดด จาก 43% ในปี 2016 เป็น 88% เมื่อปี 2019

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น นี่คือแนวทางที่ ปัญญาประดิษฐ์ จะถูกนำมาใช้ในการพลิกโฉมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งยุคนี้

#1
เชื่อมโยงเครือข่ายในการโฆษณา

สถิติหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนยุคนี้ คือค่าเฉลี่ยการมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ถึงหกเครื่องต่อคน

แต่นักการตลาดจำนวนมากกลับใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ไม่มากพอ การยิงโฆษณาถึงยูสเซอร์ยังคงสะเปะสะปะ ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ เพราะยังขาดการทำ personalization ซึ่งเป็นช่องว่างที่เติมเต็มได้โดยปัญญาประดิษฐ์

จุดเด่นของ AI ในเรื่องนี้ คือการทำ personalization สำหรับลูกค้าเฉพาะรายโดยไม่กระทบความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่การเสิร์ชหาต่างๆ จะมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น

#2
ทำการตลาดผ่านอีเมล

การตลาดผ่านอีเมลนั้นมีมานานแล้ว แต่จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเสริมด้วยเครื่องมือ จาก Boomtrain และ Persado

ความสามารถของ AI ในเรื่องนี้ คือการวิเคราะห์จุดข้อมูลจำนวนมหาศาลในฐานลูกค้า เพื่อหาว่าเวลาไหนที่เหมาะสมที่สุดในการส่งอีเมลถึงยูสเซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องรอทดสอบแบบ A/B test ซึ่งกินเวลานาน และยังมีโอกาสผิดพลาดค่อนข้างมาก

อ่านเพิ่มเติม อีเมลยังไม่ตาย เปลี่ยนเป็นเครื่องมือทำการตลาดชั้นดีได้ ด้วย Personalization

#3
การผลิตคอนเทนต์

ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ ยังไปไม่ถึงระดับการเขียนบล็อกโพสต์หรือคอลัมน์ในหน้าหนังสือพิมพ์ได้ แต่ก็สามารถเขียนรายงานข่าวง่ายๆจากข้อมูลที่ได้รับการป้อนให้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรบางอย่างให้กับนักการตลาดได้ ผ่านเครื่องมืออย่าง Wordsmith หรือ Quill

ข่าวหรือโพสต์ซึ่งเขียนขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ ปัจจุบันถูกนำมาใช้งานจริงแล้ว โดยสื่อใหญ่อย่าง Associated Press, BBC, CBS, New York Times, Washington Post และ Forbes ซึ่งจะช่วยดึงแทรฟฟิกไปยังเว็บไซต์หลักของสำนักข่าวเหล่านี้

อ่านเพิ่มเติม สื่อญี่ปุ่นสุดล้ำใช้ AI สรุปข่าวออกจอ และ Robo-journalism ยุคที่หุ่นยนต์แทนคนข่าว

#4
การแก้ไขปรับแต่งเนื้อหาในคอนเทนต์

นอกจากใช้เพื่อผลิตคอนเทนต์แล้ว ปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยปรับแต่งหรือแก้ไขเนื้อหาในคอนเทนต์ให้เหมาะกับลูกค้าเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะคนได้ด้วย โดยเฉพาะการแนะนำสิ่งที่คนเหล่านั้นสนใจ

ด้วยวิธีนี้ Amazon สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ผ่านคำแนะนำประเภท “ลูกค้าที่ซื้อ X ก็มักจะซื้อ Y ด้วย” หรือ Netflix ที่เลือกคอนเทนต์ใกล้เคียงกับความชอบของยูสเซอร์มาเสนอ เพื่อรั้งคนเหล่านี้ไว้ และเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยไม่ให้ยูสเซอร์ยกเลิกการเป็นสมาชิก จนช่วยให้บริษัทฯไม่เสียรายได้ไปในระดับหลักพันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

#5
ระบบค้นหาด้วยเสียง

ผู้ช่วยอัจฉริยะ อย่าง Siri ของ Apple, Cortana ของ Microsoft ไปจนถึง Alexa ของ Amazon และ Google Assistant นั้นพัฒนาไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และส่งผลต่อวิธีการค้นหาสิ่งต่างๆในอินเทอร์เน็ตของเรา

รายงานจาก Statista ระบุว่า 42% ของประชากรบนโลก เคยใช้ระบบค้นหาด้วยเสียงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ในไตรมาสแรกของปี 2019 และมีแนวโน้มที่ตัวเลขเหล่านี้จะสูงขึ้น เมื่อผู้ช่วยอัจฉริยะสามารถปรับแต่งคำตอบของการค้นหาให้เฉพาะบุคคลมากขึ้น

คำถามก็คือนักการตลาดทั้งหลายจะทำยังไงเพื่อดึงประโยชน์สูงสุดจากฟีเจอร์นี้ออกมาได้ เพราะในหลายสถานการณ์ บทสนทนาที่พูดถึงสิ่งที่ยูสเซอร์กำลังมองหา อาจไม่มีคีย์เวิร์ดที่ระบุถึงสิ่งนั้นๆโดยตรงเลยก็ได้

อ่านเพิ่มเติม เจาะเทคโนโลยีล่าสุด ในงาน Google I/O 2018

#6
ประสบการณ์ตรงของยูสเซอร์

ความสามารถในการวิเคราะห์จุดข้อมูลเกี่ยวกับยูสเซอร์ ทั้งสถานที่ ประเภทดีไวซ์ที่ใช้ การปฏิสัมพันธ์บนหน้าเว็บไซต์ และคุณลักษณะประชากร (demographic) ฯลฯ ทำให้ AI สามารถปรับแต่งคอนเทนต์หรือการจัดวางบนหน้าเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของยูสเซอร์แต่ละรายได้

ในปี 2017 มีนักการตลาดราวๆ 1 ใน 3 ทดลองนำเครื่องมือเหล่านี้ (เช่น Uizard หรือ Mockplus) มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ personalization แบบเรียลไทม์ และ 63% ของกลุ่มนี้ ยอมรับว่ามันส่งผลในเชิงบวกกับ UX ของยูสเซอร์ ทั้งเพิ่มระยะเวลาการอยู่บนหน้าจอ และเพิ่ม conversion rate

#7
การออกแบบเว็บไซต์

ทุกวันนี้ การสร้างเว็บไซต์ขึ้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีเครื่องมืออย่าง WordPress, Wix, Weebly ฯลฯ ให้เลือกใช้ ทำให้สกิลหลังบ้านหลายๆอย่างไม่จำเป็นอีกต่อไป

และในอนาคต การออกแบบเว็บไซต์จะยิ่งง่ายขึ้น ด้วยเครื่องมืออย่าง Grid ที่จะช่วยดีไซน์หน้าตาเว็บให้โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากยูสเซอร์ สิ่งที่นักการตลาดต้องทำ จะเหลือเพียงแค่ป้อน ข้อความ รูปภาพ และ call to acction ที่ต้องการ ที่เหลือก็ปล่อยให้ปัญญาประดิษฐ์ จัดการสร้างเว็บไซต์ในระดับมืออาชีพขึ้นมา

#8
แชทบอท

ช่องทางสื่อสารที่แบรนด์ต่างๆนิยมใช้ในปัจจุบัน คือแอปพลิเคชั่นสำหรับรับส่งข้อความต่างๆ อย่าง Whatsapp, Slack หรือแม้แต่ Facebook Messenger

เพราะนี่คือวิธีการสื่อสารที่รวดเร็วและง่าย ในเมื่อผู้บริโภคก็คุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว

และการนำแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์มาใช้ อย่าง wit.ai หรือ Facebook bot ก็ช่วยให้สามารถตอบสนองผู้บริโภคได้ในทันที แบบ 24-7 โดยที่นักการตลาดไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอด้วยซ้ำ เพราะทุกวันนี้ การปล่อยให้ลูกค้ารอ เท่ากับเป็นการลดโอกาสในทางการตลาดของคุณไปด้วย

AHEAD TAKEAWAY

จากที่ทีมงาน AHEAD  ASIA ได้เคยสัมภาษณ์คนที่ทำงานในแวดวงปัญญาประดิษฐ์ ส่วนใหญ่ มีความเห็นคล้ายๆกันว่า เทคโนโลยีนี้จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานของเราราบรื่นขึ้น เพราะมันสามารถลดภาระในสิ่งที่ต้องทำซ้ำๆ เพื่อให้มนุษย์สามารถเบนเข็มไปทำในสิ่งที่สร้างสรรค์กว่าเดิมได้

และมีแนวโน้มที่เราจะเห็นการนำเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการทำมาร์เก็ตติ้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีบริษัทหรือสตาร์ทอัพที่เปิดให้บริการแบบ AI-as-a-service มากขึ้น และนั่นทำให้ธุรกิจต่างๆที่ไม่ต้องการตกเป็นผู้ตามหลัง ต้องเข้าร่วมในเทรนด์นี้ไปด้วย เมื่อมันได้รับการพิสูจน์ในระดับหนึ่งแล้วว่าเป็นโมเดลที่ได้ผล

เรียบเรียงจาก

Is Artificial Intelligence Going to Disrupt the Marketing Industry?

Revenues from the artificial intelligence software market worldwide from 2018 to 2025

New Study Finds That 88% of Marketers Are Using Artificial Intelligence

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า