อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง Neuralink เปิดตัวหุ่นยนต์ผ่าตัด พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองรุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมในหมูทดลอง ระหว่างงาน Product Demo ระบุมีความปลอดภัยสูง และจะเป็นกุญแจไขสู่การรักษาโรคต่างๆ รวมถึงถ่ายโอนข้อมูลจากสมองได้ในอนาคต

Fitbit ในสมองเรา

หลังจากเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นแรก และแนวคิดหลักของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาอาการป่วยที่เกี่ยวกับสมองและไขสันหลัง โดยการปลูกถ่ายอุปกรณ์เพื่อเชื่อมโยงระบบประสาท เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

(อ่านเพิ่มเติม อีลอน มัสก์ ประกาศกำลังพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์)

ล่าสุด มัสก์ และ ‘Neuralink’ ก็จัดงาน Product Demo เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อสาธิตอุปกรณ์รุ่นใหม่ ซึ่งลดขนาดเหลือเท่าเหรียญ โดยการติดตั้งจะใช้วิธีฝังไว้บนกะโหลก และลดความยาวของสายเชื่อมประสาท (threads) เหลือราวๆหนึ่งนิ้ว

พร้อมเปรียบเทียบว่าคล้ายกับการใส่อุปกรณ์ประเภทสายรัดข้อมือ Fitbit ต่างกันตรงที่จะติดตั้งโดยฝังลงไปในกะโหลกศีรษะ และเชื่อมต่อกับสมองด้วยสายเชื่อมประสาทแทน

พร้อมกันนี้ มัสก์ ยังถือโอกาสเปิดตัวหุ่นยนต์ผ่าตัด ซึ่งจะทำหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวให้กับคนไข้ โดยเจ้าตัวระบุว่าการผ่าตัดซึ่งกินเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง มีความปลอดภัยสูง ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ และสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน

ลูกหมู(ทดลอง)สามตัว

ระหว่างงาน มัสก์ ยังเปิดตัวหมูสามตัวในงาน คือ จอยซ์ (ไม่ได้รับการผ่าตัด) โดโรธี (ผ่าตัด และเอาอุปกรณ์ออกแล้ว) และ เกอร์ทรูด (ผ่าตัดติดตั้งอุปกรณ์มาได้นานสองเดือน)

เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลังการผ่าตัด สภาพภายนอกและสุขภาพของหมูที่ติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมประสาทแล้ว ไม่มีความแตกต่างจากหมูปกติแต่อย่างใด

ในกรณีของ เกอร์ทรูด นั้น มัสก์ ได้เปิดอุปกรณ์แสดงผล ว่ามีคลื่นสัญญาณประสาทแบบเรียลไทม์ที่ส่งมาจากสมอง เมื่อเกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น อาหารที่มีกลิ่นหอม ฯลฯ

ขณะที่ในกรณีของ โดโรธี นั้น มัสก์ ต้องการสาธิตว่าผู้เข้ารับการผ่าตัด สามารถผ่าตัดซ้ำเพื่อถอดออก หรืออัพเกรดเป็นรุ่นใหม่ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

Q&A กับ อีลอน มัสก์ และ จาเร็ด เบอร์แชลล์

ในช่วงท้ายของงาน มัสก์ ในฐานะผู้ก่อตั้ง และ จาเร็ด เบอร์แชลล์ ซีอีโอของบริษัทฯ ได้มาร่วมตอบข้อสงสัยของผู้เข้าร่วมงานด้วย โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ 3 ข้อด้วยกัน

กลุ่มเป้าหมายแรกที่ Neuralink มีแผนจะนำไปใช้งาน

JB: ผู้ป่วยอัมพาต และอัมพฤกษ์ ซึ่งมีปัญหาบริเวณไขสันหลัง เรามีแผนที่จะเปิดรับผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์นี้จะไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์

EM: ผู้ป่วยที่มีปัญหาบริเวณไขสันหลังจะมีข้อจำกัดในการควบคุมร่างกายค่อนข้างมาก แม้แต่การแสดงสีหน้า ตามแผนระยะยาวของเรา คือมันมีความเป็นไปได้ที่จะกระตุ้นให้ร่างกายของผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง ผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายบริเวณไขสันหลัง

เป็นไปได้ไหมที่จะเก็บและดึงความทรงจำของมนุษย์ได้เหมือนการเซฟและแบ็กอัพข้อมูล?

EM: ผมเชื่อว่ามันมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตเราจะทำแบบนั้นได้ มันอาจจะฟังดูคล้ายๆกับที่เกิดขึ้นในซีรีส์ Black Mirror แต่ผมก็มองว่านั่นเป็นการทำนายอนาคตที่น่าสนใจมาก เพราะถ้าเราสามารถถอดรหัสความทรงจำได้ คุณก็สามารถอัพโหลดเพื่อแบ็กอัพความจำของคุณไว้ และใส่กลับไปในสมองได้ นั่นแปลว่าคุณอาจใส่ความทรงจำลงไปในร่างใหม่ หรือในหุ่นยนต์

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆในการผ่าตัด และเป็นไปได้ไหมที่ราคาจะค่อยๆถูกลงเมื่อเวลาผ่านไป

EM: ผมคิดว่าในช่วงแรกๆ ราคามันก็น่าจะสูงพอสมควร แต่จากนั้น มันน่าจะลดลงค่อนข้างเร็ว และในอนาคต เราก็พยายามจะทำราคาให้ลงมาต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าเราไปถึงจุดที่สามารถใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดได้แล้ว ผมว่าราคาอาจจะลดลงเหลือไม่กี่พันดอลลาร์ เหมือนราคาของเลสิคที่ถูกลงมากเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ และตัวอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ก็น่าจะถูกลงด้วย

AHEAD TAKEAWAY

มัสก์ เคยให้เหตุผลในการก่อตั้ง Neuralink ว่าเพราะต้องการดึงศักยภาพในสมองมนุษย์ออกมาใช้ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ และเทียบเท่าพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของ AI

ขณะเดียวกัน หากสามารถเข้าใจการทำงานของสมองมากขึ้น ก็สามารถต่อยอดความรู้ทางการแพทย์ไปได้หลายแขนง ซึ่งก็รวมถึงประเด็นที่หลายคนสนใจอย่างการมีชีวิตอมตะ แบบในซีรีส์ Altered Carbon หรือ Ghost in The Shell ผ่านการอัพโหลดความทรงจำไปสู่ร่างใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคำถามระหว่างช่วง Q&A

โธมัส สติกลิทซ์ จากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์ มหาวิทยาลัยไฟรบวร์กในเยอรมนี มองว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน ยังไม่สามารถตอบโจทย์จินตนาการของ มัสก์ ได้ในเวลาอันสั้น

สติกลิทซ์ มองว่าการอัพโหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลจากสมองโดยตรง ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะยาวของ มัสก์ ยังห่างไกลจากความจริงมากนัก

“มันอาจฟังดูดีสำหรับนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องที่เพ้อฝันมาก”

แต่ในแง่หนึ่ง ไม่ว่าจะห่างไกลจากเป้าหมายแค่ไหน มัสก์ ก็มักแสดงให้เราเห็นเสมอว่าก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องมี “ก้าวแรก” เสมอ เหมือนที่เจ้าตัวสร้าง Tesla หรือ SpaceX จากความไม่มีอะไร จนกลายเป็นเทคโนโลยีพลิกโลกได้อย่างทุกวันนี้

เรียบเรียงจาก
Elon Musk’s entire brain chip presentation in 14 minutes (supercut)

Elon Musk trots out pigs in demo of Neuralink brain implants

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า