เจสัน เดวิส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านผู้ประกอบการและธุรกิจครอบครัว จากสถาบันธุรกิจ INSEAD ชี้ Facebook, Instagram, Google และ YouTube คือผู้ได้รับผลกระทบตัวจริง หากดีลระหว่าง Oracle และ TikTok ลุล่วง ทำให้แอปพลิเคชั่นยอดนิยมจาก ByteDance ให้บริการต่อในสหรัฐฯได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าเห็นชอบในหลักการเบื้องต้น ที่ Oracle ได้รับเลือกจาก ByteDance ให้เข้าเป็นผู้ลงทุนรายย่อยที่สัดส่่วน 12.5% ใน TikTok Global ซึ่งตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้บริการแอปสุดฮิตในสหรัฐฯโดยเฉพาะ โดยมี Walmart เชนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 7.5%

ตามข้อตกลงดังกล่าว Oracle จะเข้ามามีบทบาทหลักในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี เพื่อดูแลข้อมูลผู้ใช้งานทั้งหมดในสหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดปัญหาเรื่องความมั่นคงที่ข้อมูลเหล่านั้นจะหลุดออกไปนอกประเทศ ส่วน Walmart จะมีสถานะเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการตลาด

ดีลฟื้นชะตา Oracle

ข้อมูลจากงานวิจัยของ Gartner ระบุว่าในปี 2019 Oracle มีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจคลาวด์สำหรับองค์กร เป็นรอง ทั้ง Amazon, Microsoft และ Google ซึ่งสถานการณ์อาจย่ำแย่ขึ้น หาก Microsoft สามารถปิดดีลกับ TikTok ได้ แต่สุดท้ายข้อเสนอก็ถูก ByteDance ปฏิเสธไป และหันไปจับมือกับ Oracle แทน

(อ่านเพิ่มเติม คาด Amazon Web Services แซง Oracle ขึ้นเบอร์2 ธุรกิจดาต้าเบสในหนึ่งปี และ สำรวจดีล Microsoft-TikTok : เมื่อคนใส่สูทผูกไทจะทำตัววัยรุ่น)

เดวิส มองว่าการตัดสินใจของ ByteDance ในครั้งนี้ จะกระตุ้นให้รายได้และส่วนแบ่งตลาดของ Oracle ดีขึ้นเป็นลำดับ หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่เพิ่งได้รับเลือกจาก Zoom แพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์

“ตอนนี้ Oracle สามารถอ้างได้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นโฮสต์ให้กับสองเว็บไซต์ที่สำคัญที่สุดของยุคนี้ ทั้ง TikTok และ Zoom นี่คือดีลที่สำคัญมากๆ”

ประธานาธิบดีทรัมป์ถูกใจสิ่งนี้

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เคยยืนกรานว่า ByteDance จะต้องขายกิจการทั้งหมดทั้งหมด ก่อนจะมีท่าทีอ่อนลง และประกาศเห็นชอบกับที่ ByteDance ตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ TikTok Global ขึ้นมาดูแลกิจการในสหรัฐฯโดยเฉพาะ

แม้ว่าหุ้นที่ Oracle และ Walmart ถือในบริษัทใหม่ จะมีสัดส่วนรวมกันเพียง 20% แต่เมื่อพิจารณาว่า หุ้น 40% ของบริษัทแม่ ByteDance ถือโดยกองทุน VC ในสหรัฐฯ ก็เท่ากับว่าในทางเทคนิคแล้ว หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทใหม่นี้ ถือไว้โดยนักลงทุนอเมริกันนั่นเอง

และการที่ Oracle จะเข้ามาดูแลข้อมูลผู้ใช้งานทั้งหมดใน TikTok Global เท่ากับจะตัดปัญหาความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลไปยังต่างประเทศได้ แต่ ByteDance ก็ยืนกรานว่าจะไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรืออัลกอริทึมให้แก่ทาง Oracle เช่นกัน

นอกจากประเด็นเหล่านี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่าง Oracle กับผู้นำสหรัฐฯด้วย

เพราะ แลร์รี เอลลิสัน ประธานและซีทีโอของบริษัทฯนั้น ประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนแนวทางของ ทรัมป์ มาตลอด ส่วน ซาฟรา แคทซ์ ซีอีโอคนปัจจุบันของ Oracle ก็มีชื่อเป็นหนึ่งในทีมงานถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดี ตั้งแต่หลังจบการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ดีลนี้จะได้รับการหนุนหลังจากผู้นำสหรัฐฯคนปัจจุบัน จนประกาศเห็นชอบในหลักการ และขยายเวลาการแบนตัวแอปพลิเคชั่นออกไป เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาข้อสรุปในรายละเอียดให้เรียบร้อย

Oracle ได้ประโยชน์ แล้วใครเสีย?

เดวิส มองว่าดีลที่เกิดขึ้น จะทำให้ Oracle กลับมาเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจคลาวด์สำหรับองค์กร ขณะที่ TikTok ก็มีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องในอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย

นั่นแปลว่าสองบริษัทที่จะได้รับผลกระทบด้านนี้โดยตรง คือ Google ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดคอนเทนต์วิดีโอด้วย YouTube และ Facebook ที่พยายามผลักดันให้ Instagram ขึ้นมาเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มสำหรับคนเจเนอเรชั่นใหม่

“ผมมองว่าทั้ง Google กับ Facebook น่าจะอยากให้สถานการณ์นี้ช่วยเปิดทางให้พวกเขามีโอกาสสร้างแอปพลิเคชั่นที่จะเป็นคู่แข่งในตลาดนี้มากกว่า”

(อ่านเพิ่มเติม ผลสำรวจเด็กอเมริกันใช้ TikTok มากเกือบเท่า YouTube แล้ว)

เดวิส ยกกรณีของ Huawei ที่ถูกบีบจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ จนการเติบโตชะลอตัวลง ทั้งในแง่ตลาดคอนซูเมอร์โปรดักต์ (สมาร์ทดีไวซ์ในระบบแอนดรอยด์ใช้งาน Google Services ไม่ได้) รวมถึงการถูกล้มดีลสำหรับวางโครงข่าย 5G ทั้งในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศพันธมิตร

“แต่สิ่งที่ทั้งสองบริษัทหวัง คงจะไม่เกิดขึ้น มันกลายเป็นว่าทั้งคู่ต้องเจอกับคู่แข่งสำคัญต่อไป”

เรียบเรียงจาก
Oracle can now claim to be hosting ‘two most important sites of our generation’

Oracle to Take 12.5% Stake in TiktokGlobal, Walmart to Get 7.5%

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า