หนึ่งในข่าวฮือฮาของแวดวงพลังงานสะอาด รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือแรงสะเทือนจากรายงานของ Hindenburg Research ที่ปรึกษาด้านการลงทุน ที่กล่าวหา Nikola สตาร์ทอัพมาแรง ที่ได้รับฉายา “Tesla แห่งวงการรถบรรทุก” ว่าเป็นพวกลวงโลก และอาจเดินตามรอยฉาวของ Theranos เมื่อหลายปีก่อน หลังการเข้าถือหุ้นบางส่วนโดย General Motors ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์เพียงไม่กี่วัน

ตกลงอะไรเกิดขึ้น กับสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า market cap ถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ (376,000 ล้านบาท) มากกว่ายักษ์ใหญ่อย่าง Ford ทั้งที่ยังไม่เคยผลิตรถยนต์แม้แต่คันเดียว

เราจะมาติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน

นวัตกรรมที่ไม่มีอยู่จริง?

Nikola Corp. (หรือชื่อเดิมคือ Nikola Motor) ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Tesla ด้วยการประกาศสร้างรถบรรทุกที่ไม่สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม (zero-emission) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม และพลังงานไฮโดรเจน

ความแรงของ Tesla ในตลาดหลักทรัพย์ ยังส่งผลให้ Nikola กลายเป็นสตาร์ทอัพมาแรงแห่งปี ด้วย market cap ที่สูงกว่ายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่าง Ford ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มผลิตรถป้อนสู่ตลาดแม้แต่คันเดียว

(อ่านเพิ่มเติม Tesla แห่งวงการบรรทุก ที่มูลค่าแซง Ford แม้ยังไม่ผลิตรถซักคัน)

ความ hype ของ Nikola มาถึงจุดพีกช่วงต้นเดือนกันยายน เมื่อ General Motors ยักษ์ใหญ่อีกราย เข้าถือหุ้น 11% ของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6 หมื่นนล้านบาท) ส่งให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นไปอีกราว 40%

ก่อนจะมีข่าวไม่ดีตามมา เมื่อ Hindenburg Research บริษัทวิเคราะห์การเงินการลงทุนรายหนึ่ง ปล่อยรายงานที่ชื่อ “We View Nikola’s Response As a Tacit Admission of Securities Fraud” พุ่งเป้าโจมตีประเด็นที่ว่าระบบแบตเตอรี่ ที่บริษัทฯกำลังพัฒนาอยู่นั้น “ไม่มีจริง”

ขณะที่เทคโนโลยีและชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆนั้น ก็ถูกซื้อมา ไม่ใช่การสร้างหรือพัฒนาขึ้น โดยอ้างแหล่งข่าวจากอดีตพนักงานรายหนึ่งว่าวิดีโอโปรโมทที่สาธิตการทำงานของรถต้นแบบ เมื่อปี 2016 และ 2018 ว่าเป็นการจัดฉาก และระบุว่ามีหลักฐานเป็นเอกสารทางการเงินที่ยืนยันเรื่องนี้

เนธาน แอนเดอร์สัน ผู้ก่อตั้ง Hindenburg Research ให้ความเห็นถึง Nikola ว่า “เราไม่เคยเห็นการหลอกลวงระดับนี้ ในบริษัทมหาชนมาก่อน โดยเฉพาะในสเกลใหญ่ระดับนี้”

ด้าน Nikola ก็ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาบางส่วน พร้อมโต้ตอบว่าเจตนาของรายงานฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อทุบราคาหุ้นของบริษัทฯ เพื่อหวังผลกำไรในการซื้อขาย และได้ติดต่อไปยัง คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ เพื่อชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่มีความเห็นใดๆเพิ่มเติมจากทั้งสองหน่วยงาน

รายงานฉบับดังกล่าว ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน ผ่านเว็บไซต์ของ Hindenburg เพียง 48 ชั่วโมง หลัง Nikola ประกาศแผนความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และการผลิตร่วมกับ General Motors ซึ่งเข้าถือหุ้นในบริษัท 11% คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 60,000 ล้านบาท) ส่งผลให้ราคาหุ้น NKLA พุ่งขึ้นถึง 41%

ผลกระทบจากรายงาน

นอกจากแถลงการณ์ปฏิเสธจากทางบริษัทฯ เทรเวอร์ มิลตัน ผู้ก่อตั้ง ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นบริษัทเกินกว่า 20% ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ และทุกตำแหน่งในบอร์ดบริหารแลัว

“โฟกัสควรอยู่ที่บริษัท และพันธกิจในการเปลี่ยนโลกใบนี้ ไม่ใช่ผม” คือทวีตจาก มิลตัน ซึ่งปัจจุบันตั้งค่าเป็นส่วนตัวไปแล้ว

“ผมจะปกป้องตัวเองจากคำกล่าวหาที่เป็นเท็จจากคนนอกที่ประสงค์ร้าย”

การลาออกของ มิลตัน ส่งผลให้ราคาหุ้น NKLA ตกลงเกือบ 30% (จาก 34.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น เหลือ 25 ดอลลาร์) เมื่อตลาดหุ้น Nasdaq กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. และปิดที่ 27.58 เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายในวันนั้น

และตามข้อตกลงในการลาออกจากตำแหน่ง มิลตัน ได้ตกลงที่จะไม่รับส่วนแบ่งจำนวน 4.86 ล้านหุ้น ตามข้อตกลงที่ทำไว้ เมื่อเดือนสิงหาคม เช่นเดียวกับรายได้จากตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทฯ ซึ่งเดิมบริษัทฯจะต้องจ่ายให้เจ้าตัวปีละ 10 ล้านดอลลาร์ (300 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ส่วนแบ่งจำนวน 1.07 ล้านหุ้น ซึ่ง มิลตัน จะได้รับในเดือนมิถุนายนปีหน้า ก็จะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับพนักงานในบริษัทจำนวน 300 คนแทน

สำหรับตำแหน่งของ มิลตัน ที่ว่างลง จะถูกแทนที่โดย สตีฟ เกิร์สกี อดีตรองประธาน General Motors ซึ่งมีบทบาทสำคัญในนำบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ผ่านการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (RTO) กับ VectoIQ ซึ่งอยู่ใน Nasdaq อยู่ก่อนแล้ว

Hindenburg Research น่าเชื่อถือแค่ไหน?

ขณะเดียวกัน Forbes ก็ตั้งข้อสังเกตว่าเจตนาหลักของ Hindenburg Research อาจอยู่ที่การทุบราคาหุ้น NKLA เป็นหลัก เพื่อทำกำไรจากการขายชอร์ต (short selling – การยืมหุ้นมา เพื่อขายไปในตลาดในช่วงที่ราคาขึ้น ก่อนซื้อหุ้นคืนกลับมาเมื่อราคาหุ้นตกลง) ซึ่งเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่ แอนเดอร์สัน และ Hindenberg ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยกรณีล่าสุด ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน คือการขายชอร์ตหุ้นของ Opko Health เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งคำถามเพิ่มเติมว่ารายงานฉบับดังกล่าวน่าเชื่อถือแค่ไหน? และตอนนี้เป็นหน้าที่ของ SEC ที่จะทำการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่ข้อกล่าวหาจาก Hindenberg ก็อาจทำให้นักลงทุนเริ่มระแวงว่า Nikola อาจซ้ำรอยประวัติศาสตร์ Theranos ก็เป็นได้

Theranos คือสตาร์ทอัพลวงโลกที่อ้างว่าพัฒนาวิธีการเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพโดยใช้หยดเลือดจากปลายนิ้วเพียงไม่กี่หยด เมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะถูกเปิดโปงว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และนำไปสู่การปิดบริษัท และฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึง เอลิซาเบธ โฮล์มส์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งด้วย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้คือนักลงทุนในตลาด น่าจะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกับการลงทุนระยะสั้น

รวมถึงการศึกษาข้อมูลของบริษัทและสตาร์ทอัพใหม่ๆ อย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะกรณีของ NKLA และหลายๆบริษัทที่ยังไม่มีบริการหรือผลิตภัณฑ์สู่ท้องตลาด

เรียบเรียงจาก
Nikola Founder Trevor Milton Resigns After Short-Seller’s Fraud Accusations

Nikola Corp Versus Hindenburg Research: Who Should You Trust?

We View Nikola’s Response As a Tacit Admission of Securities Fraud

Miami billionaire fined in pump-and-dump stock scheme looks to cash in on COVID-19 testing

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า