แดน โรม ผู้เขียน The Back of The Napkin กล่าวว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างนวัตกรรม อาจไม่ใช่การคิดค้น โซลูชั่น ใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีล้ำยุค

แต่เป็นการทำยังไงให้ไอเดียนั้นเป็นที่ยอมรับ และถูกใช้งานจริง (getting adoption)

คำถามถัดมาคือไอเดียแบบไหนที่ควรโฟกัส เพื่อนำไปสู่โซลูชั่นที่แก้ปัญหาผู้บริโภคได้?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น นี่คือ 4 แนวทางที่จะช่วยขัดเกลาไอเดียของคุณให้ชัดเจนขึ้น จากคำแนะนำของ แบร์นฮาร์ด ชาฟฟริค ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, IoT และคลาวด์คอมพิวติ้ง จาก Forrester บริษัทวิจัยและวิเคราะห์เทคโนโลยี IT ชั้นนำของสหรัฐฯ

#1
ไอเดียไหนแก้ปัญหาให้ยูสเซอร์ได้

ข้อแรกคือต้องโฟกัสหาไอเดียที่สามารถแก้ปัญหาทางธุรกิจได้จริงก่อน เพราะต่อให้คุณมี โซลูชั่น หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆที่ล้ำหน้าแค่ไหน แต่การพยายามนำเสนอสิ่งเหล่านี้ออกไปในมุมมองของคุณ มักไม่ได้รับการตอบสนองซักเท่าไหร่

ตรงกันข้าม ลองยกปัญหาที่หน่วยงานหรือแผนกอื่นๆ (เช่น เซลส์, มาร์เก็ตติ้ง หรือ R&D) เคยบ่นถึง แล้วนำเสนอว่าโซลูชั่นที่คุณคิดขึ้นมาช่วยแก้ปัญหานั้นได้ จะทำให้นวัตกรรมของคุณได้รับความสนใจมากกว่า

#2
หาปัญหาให้เจอ

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรคือปัญหาหลักที่คุณต้องแก้ ให้ย้อนกลับไปถามคนที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากไอเดียของคุณ เช่น ถามแผนกเซลส์ว่ามีปัญหาอะไรที่ฝ่าย IT หรือหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ ช่วยไม่ได้

และถ้าคุณมีไอเดียใหม่ๆที่จะเป็นโซลูชั่นให้เรื่องนี้ได้ ก็ให้โฟกัสไปที่เรื่องนั้นโดยเฉพาะ

#3
เลือกปัญหาที่ไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป

ถ้าคุณกับเพื่อนร่วมทีมยังเพิ่งเริ่มต้นในการสร้างนวัตกรรม หรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าเพิ่งพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาที่ยากที่สุด หรือเรื่องที่ไม่มีใครแก้ไขได้มานานหลายปีแล้ว เพราะนั่นแปลว่ามันอาจมีความซับซ้อนมากๆ และทำให้คุณเริ่มต้นอย่างทุลักทุเล

กลับกัน คุณก็ไม่ควรพุ่งเป้าไปที่ปัญหาซึ่งไม่มีความท้าทายใดๆเลยในการแก้ไข เพราะมันไม่ได้ช่วยเสริมภาพของนวัตกรให้คุณและทีมงานเลย

การแก้ปัญหาที่ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป แต่ใช้วิธีใหม่ๆ หรือพลิกมุมมองที่คนคาดไม่ถึง จนรู้สึกว้าว คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

#4
อย่าให้ยูสเซอร์รอนานเกิน

การสร้างเครดิตให้ยูสเซอร์ไว้วางใจคุณ ก็สำคัญพอๆกับการสร้างนวัตกรรมหรือโซลูชั่นขึ้นมา เพราะนั่นคือใบเบิกทางสำหรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสนับสนุนอื่นๆ

เวลาที่ใช้คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณไม่ควรใช้เวลาเกิน 6 สัปดาห์ ในการเปลี่ยนแนวคิดคุณให้เป็น proof of concept ว่าโซลูชั่นนี้แก้ปัญหาได้จริง

นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเราถึงแนะนำไว้ในข้อ 3 ว่าอย่าเลือกปัญหาที่ยากเกินไป เพราะถ้าคุณใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาเดียว โอกาสที่คุณกับทีมจะได้ไปต่อแทบเป็นศูนย์

เรียบเรียงจาก
Innovators’ 101: Which Ideas To Realize And Why

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า