4 แนวทางพื้นฐานในการสร้างนวัตกรรมแบบใช้งานได้จริง

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “นวัตกรรม” เรามักนำไปปะปนกับเทคโนโลยีล้ำยุค หรือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง

แต่ที่จริงแล้ว มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แทบจะตลอดเวลา แต่ตราบใดที่มันยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาสำหรับคนหมู่มาก ก็ยังไม่สามารถใช้คำว่า “นวัตกรรม” กับสิ่งนั้นได้

เหมือนที่ แดน โรม ผู้เขียน The Back of The Napkin กล่าวว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างนวัตกรรม ไม่ใช่การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา

แต่เป็นการทำยังไงให้ไอเดียนั้นเป็นที่ยอมรับ และถูกใช้งานจริง (getting adoption) ต่างหาก

นั่นแปลว่าไอเดียหรือเทคโนโลยีเหล่านั้น ต้องสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนได้ มันถึงจะเป็นที่ยอมรับ

เพื่อให้เห็นภาพในเรื่องนี้ชัดเจนขึ้น ลองมาดู 4 แนวทางในการค้นหาว่าอะไร “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” สำหรับการสร้างนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ของผู้คน จากคำแนะนำของ แบร์นฮาร์ด ชาฟฟริค ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, IoT และคลาวด์คอมพิวติ้ง จาก Forrester บริษัทวิจัยและวิเคราะห์เทคโนโลยี IT ชั้นนำของสหรัฐฯ

#1
ไอเดียที่แก้ปัญหาของคนอื่นได้

ข้อแรกคือต้องโฟกัสหาไอเดียที่สามารถแก้ปัญหาทางธุรกิจได้จริงก่อน แล้วค่อยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาเป็นเครื่องมือสนับสนุน

เหตุผลที่ทำให้การสร้างนวัตกรรมหลาย ๆ ครั้งล้มเหลว คือการคิดไปเองว่าสิ่งที่คุณคิดขึ้นมา จะแก้ปัญหาของคนอื่นได้ ทั้งที่มันอาจไม่ใช่สิ่งที่คนเหล่านั้นกำลังมองหาด้วยซ้ำ

ตรงกันข้าม ลองยกปัญหาที่หน่วยงานหรือแผนกอื่นๆ (เช่น เซลส์, มาร์เก็ตติ้ง หรือ R&D) เคยบ่นถึง แล้วนำเสนอว่าโซลูชั่นที่คุณคิดขึ้นมาช่วยแก้ปัญหานั้นได้ จะทำให้นวัตกรรมของคุณได้รับความสนใจมากกว่า

#2
ถามหรือขอข้อมูลจากคนที่คุณต้องการช่วย

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรคือปัญหาหลักที่คุณต้องแก้ ให้ย้อนกลับไปถามคนที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากไอเดียของคุณ เช่น ถามแผนกเซลส์ว่ามีปัญหาอะไรที่ฝ่าย IT หรือหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ ช่วยไม่ได้

เมื่อรู้แล้วว่าอะไรคือปัญหาของคนเหล่านั้น ให้พุ่งเป้าไปที่การหาวิธีแก้ไขมันต่อไป

#3
เลือกปัญหาที่ไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป

อย่าเพิ่งพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาที่ยากที่สุด หรือเรื่องที่ไม่มีใครแก้ไขได้มานานหลายปีแล้ว เพราะนั่นแปลว่ามันอาจมีความซับซ้อนมาก ๆ และจะทำให้การเริ่มต้นของคุณเป็นไปอย่างยากลำบาก

แต่ก็ไม่ควรพยายามปัญหาซึ่งไม่มีความท้าทายใด ๆ เลย เพราะถ้ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อให้คุณแก้ได้ ก็ไม่น่าจะช่วยให้คนมั่นใจในศักยภาพของคุณมากนัก

การแก้ปัญหาที่ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป แต่ใช้วิธีใหม่ ๆ หรือพลิกมุมมองที่คนคาดไม่ถึง จนรู้สึกว้าว คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

#4
อย่าให้ยูสเซอร์รอนานเกิน

การสร้างเครดิตให้ตัวเอง เพื่อให้ยูสเซอร์เกิดความไว้วางใจ ก็สำคัญพอกับการสร้างนวัตกรรม เพราะนั่นคือใบเบิกทางสำหรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสนับสนุนอื่นๆ

เวลาที่ใช้ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณไม่ควรใช้เวลาเกิน 6 สัปดาห์ ในการเปลี่ยนแนวคิดคุณให้เป็น proof of concept ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ แก้ปัญหาได้จริง

นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเราถึงแนะนำไว้ในข้อ 3 ว่าอย่าเลือกปัญหาที่ยากเกินไป เพราะถ้าคุณใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาเดียว โอกาสที่คุณกับทีมจะได้ไปต่อแทบเป็นศูนย์

เรียบเรียงจาก
Innovators’ 101: Which Ideas To Realize And Why

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
Nikola

จับผิด Nikola : Tesla แห่งรถบรรทุกแค่ราคาคุย?

Next Article

รู้จัก 5 แนวคิดอาหารแห่งอนาคต ผ่านสตาร์ทอัพฟู้ดเทค จากสเปน

Related Posts