การสตรีมเกม ‘Among Us’ ของ สส.หญิงสหรัฐฯ อเล็กซานเดรีย โอคาซีโอ-คอร์เทซ หรือ AOC ร่วมกับสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง pokimane, DrLup และ ฮาซาน ไพเคอร์ บนแพลตฟอร์ม Twitch เมื่อเร็วๆนี้ ถือเป็นปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง และคอนเทนต์บนโลกออนไลน์
เพราะถึงจะเป็นครั้งแรกที่ AOC ลองจับแพลตฟอร์มนี้ แต่กลับดึงดูดผู้ชมได้มากถึง 439,000 คน
มากสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของแพลตฟอร์ม เป็นรองแค่ ไทเลอร์ ‘Ninja’ เบลวิน กับซูเปอร์สตาร์แร็ปเปอร์ Drake (628,000 คน) และการกลับมาของ ไมเคิล ‘Shroud’ เกอร์เซเซียค (ประมาณ 500,000 คน)
ทั้งที่หลายปีมานี้ Twitch ถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มเฉพาะทาง ที่จับกลุ่มเฉพาะเกมเมอร์เป็นหลัก ทั้งในแง่นโยบายปฏิบัติ หรือความนิยมในหมู่ผู้ชมก็ตาม
และเมื่อเทียบกับสองรายนั้น AOC ถือเป็น “คนนอก” ของวงการเกมเลยก็ว่าได้
เพราะตอนที่เธอทวิตข้อความว่าจะสตรีมเกมนั้น เธอยังไม่ได้สร้างบัญชีบน Twitch ด้วยซ้ำ และจุดประสงค์หลักในการสตรีม ก็ไม่ใช่เพื่อแสดงทักษะการเล่นเหมือนสตรีมเมอร์ทั่วไป
แต่เป็นการเชิญชวนให้คนไปเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย.
ซึ่งช่วยเน้นเทรนด์ที่กำลังก่อตัวขึ้น ว่า Twitch กำลังเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มสำหรับเกมเมอร์พันธุ์แท้ ไปสู่ทิศทางที่เปิดกว้างมากขึ้น
สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจวงการเกม อาจไม่เคยได้ยินชื่อ หรือรู้ว่า Twitch คืออะไร
เราจะมาทำความรู้จักกับเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่มีผู้ใช้งานลงทะเบียนมากกว่า 55 ล้านรายให้มากขึ้น

YouTube แห่งวงการเกม

จุดเริ่มต้นของ Twitch ก็คล้ายกับสตาร์ทอัพทั่วๆไป คือเริ่มต้นจากไอเดียหนึ่ง ก่อนจะ pivot ไปสู่ไอเดียหนึ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของยูสเซอร์
จัสติน คาน ทดลองตั้ง justin.tv ขึ้น เพื่อนำเสนอไอเดียของการไลฟ์แคสติ้ง (lifecasting) หรือการสตรีมมิ่งชีวิตส่วนตัว แบบเรียลิตี้โชว์ผ่านเว็บแคม ซึ่งได้รับความนิยมอยู่ระยะหนึ่งในโลกออนไลน์
justin.tv ได้รับความนิยมแค่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ทำให้ จัสติน ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ใช้งานบางราย และปรับตัวแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้บริการแก่คนที่ต้องการไลฟ์สด แทนที่จะนำเสนอชีวิตของตัวเขาเอง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้คุยกับเกมเมอร์รายหนึ่ง ที่ขอให้เขาช่วยเซตอัพอุปกรณ์ให้ ก่อนจะพบแนวทางที่ได้รับความนิยมจากยูสเซอร์กว่าเดิม จนนำไปสู่การแยกช่องสำหรับสตรีมมิ่งการเล่นเกมโดยเฉพาะ ที่กลายเป็น Twitch ในปัจจุบัน

ทำไม Twitch ถึงน่าสนใจ?

การเติบโตของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม มีส่วนผลักดันให้ Twitch เติบโตในเวลาสั้นๆ และไม่ถึงสามปีหลังการก่อตั้ง Amazon ก็เข้ามาเทกโอเวอร์ ด้วยเม็ดเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
และนับแต่นั้น Twitch ก็กลายเป็นแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับเกมเมอร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสถิติเหล่านี้
  • จำนวน active users 55 ล้านคนต่อเดือน
  • ผู้ผลิตคอนเทนต์ (สตรีมเมอร์) 3.8 ล้านคน (ข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2020)
  • พาร์ทเนอร์ 41,100 ราย (ข้อมูลเดือนมีนาคม 2020)
  • ครองส่วนแบ่งตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสำหรับเกม ทั้งในแง่จำนวนชั่วโมงที่มีคนดู (3,100 ล้านชั่วโมง หรือ 65%) และจำนวนชั่วโมงที่มีการสตรีม (121,400 ล้านชั่วโมง หรือ 72%)
  • ค่าเฉลี่ยรับชมของยูสเซอร์หนึ่งคนในหนึ่งวัน คือ 95 นาที
  • รายรับเฉลี่ยเมื่อปี 2019 อยู่ที่ 1,540 ล้านดอลลาร์ (48,000 ล้านบาท)
และเมื่อเทียบกับหลายๆแพลตฟอร์ม ผู้ชม (ซึ่ง 65% เป็นผู้ชาย) ใช้เวลาชมเฉลี่ยนานกว่า (40 – 45 นาที ต่อคอนเทนต์) โดยไม่มีกดข้าม และมี Engagement ที่มากกว่า ผ่านการสนับสนุนด้วย Bits ที่จะเป็นรายได้ของสตรีมเมอร์รายนั้น

จากแคสต์เกมสู่การนั่งคุยกัน

ขณะที่การสตรีมของ AOC ยังเป็นการเล่นเกมไปพร้อมกับพูดคุย แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานของ StreamElements ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
พบว่าผู้ชมบนแพลตฟอร์มใช้เวลารวมกันประมาณ 81 ล้านชั่วโมง นั่งดูสตรีมเมอร์พูดคุยกันโดยไม่ได้เล่นเกม
ที่น่าแปลก คือตัวเลขนี้สูงกว่า League of Legends เกมที่มียอดวิวอันดับหนึ่งบนแพลตฟอร์ม ถึง 7 ล้านชั่วโมง และสูงกว่าอันดับสอง Fortnite ถึง 23 ล้านชั่วโมง
ทั้งที่แต่ไหนแต่ไร นี่คือแพลตฟอร์มที่มีคอนเซปต์เพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ ถึงขนาดมีการออกกฎห้ามสตรีมเมอร์นั่งดู YouTube ระหว่างไลฟ์สด หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เล่าข่าว หรือทานอาหารหน้ากล้องเป็นเวลานานๆ
แต่เมื่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มเปลี่ยนไป “การสตรีมนอกกฎ” เหล่านี้ ก็เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

คุยนอกเกมใน Just Chatting

ในอดีต Twitch นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่เฉพาะทางมากๆ สตรีมเมอร์ที่ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์ มักไม่ได้รับความสนใจจากยูสเซอร์เท่าที่ควร
เพราะแม้ยูสเซอร์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นกลุ่มที่สนใจเกมมากกว่าเรื่องอื่น จนสตรีมเมอร์สาวๆ หลายรายถูกมองว่าไม่ได้สนใจจะเล่นเกม แต่เจตนามาโชว์เรือนร่างเพื่อแลกกับ Bits
แต่หลังจาก Amazon เข้าเทกโอเวอร์ ก็มีความพยายามต่อยอดไปสู่คอนเทนต์อื่นๆ ผ่าน Creative ที่ดึงอินฟลูเอนเซอร์ หรือเซเลบจากวงการอื่นๆเข้ามา เพื่อแชร์ส่วนแบ่งตลาดของ YouTube
ซึ่งก็เริ่มส่งผลให้แฟนกลุ่มเดิมๆ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปด้วย
ไบรอน ‘Reckful’ เบิร์นสตีน ผู้เล่น World of Warcraft ที่มีผู้ติดตามกว่า 9 แสนคน ก็เสริมว่าแม้แต่ตอนที่เขาเปิดเพลงสนุกๆทิ้งไว้ ก็ยังมีผู้ชมเฉลี่ยราวๆ 11,000 คน
เบิร์นสตีน มองว่าเพราะความคุ้นเคยกัน ทำให้ผู้ชมเปิดรับชีวิตส่วนตัวของสตรีมเมอร์มากขึ้น จนสตรีมเมอร์หลายๆคน กล้าที่จะนำเสนอคอนเทนต์ที่ต่างไปจากเดิม เช่น โซเฟีย ไวท์ ที่เพนท์ร่างกายเป็นตัวละครในเกม หรือ มายา ฮิกา ที่แสดงทักษะการควบคุมนกเหยี่ยว ฯลฯ
ขณะที่ปัจจุบัน ก็มีการเพิ่มหมวด Just Chatting สำหรับการพูดคุยในเรื่องทั่วไป ตั้งแต่การออกเดท แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงแนะแนวการเล่นหุ้นแบบฟิวเจอร์ส ฯลฯ

AHEAD TAKEAWAY

ในทรรศนะของกองบก. AHEAD ASIA ถ้าตัดเรื่องภาพลักษณ์เดิมๆที่เป็นช่องไลฟ์สตรีมแบบเฉพาะทางไป Twitch ก็มีศักยภาพที่จะถ่ายทอดคอนเทนต์หลากหลายประเภทได้ ไม่ต่างกับ YouTube หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือการที่ Voice TV ที่เพิ่มช่องทางถ่ายทอดสดรายการของสถานีบน Twitch หลังศาลมีคำสั่งปิดแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆที่ใช้อยู่ โดยเปิดให้ผู้ติดตามเป็นสมาชิกช่อง และโดเนทผ่าน Bits ได้เช่นเดียวกับสตรีมเมอร์รายอื่นๆด้วย
ทั้งการสตรีมของ AOC หรือการก้าวข้ามมาลงแพลตฟอร์มนี้ของ Voice TV ยังแสดงให้เห็นถึงวิธีการคิดที่ไม่หยุดนิ่ง และไม่ยึดติดกับเครื่องมือแบบเดิม เพื่อถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยเฉพาะในไทย ซึ่งมีกลุ่มผู้ใช้งานหลัก อยู่ในวัยมัธยม มหาวิทยาลัย และวัยทำงานตอนต้น
และน่าจะเป็นไอเดียที่ดีสำหรับผู้ใหญ่ในบ้านเรา หากต้องการทำความรู้จักโลกของคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น
เรียบเรียงจาก
AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า