ฮอนด้า ประกาศ Legend ลักชัวรีซีดานรุ่นล่าสุด ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2021 จะเป็นรถยนต์คันแรกในท้องตลาด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3

การประกาศครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากเทคโนโลยี ‘Traffic Jam Pilot’ ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีระดับ 3 จะถูกนำมาใช้ใน ฮอนด้า Legend (หรือ Acura RLX สำหรับการทำตลาดในสหรัฐฯ) ได้รับประกาศนียบัตรด้านความปลอดภัยจาก กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (MILT) ซึ่งอนุญาตผู้ใช้งานสามารถละสายตาจากถนนระหว่างนั่งหลังพวงมาลัยรถได้ “โดยถูกต้องตามกฎหมาย”

“รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะมีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนถท้องถนน ยกระดับการขนส่ง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ผู้สูงอายุ” ถ้อยแถลงจาก MILT ระบุ

รถอัตโนมัติระดับ3 วิ่งได้ระดับไหน?

ระดับของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งกำหนดโดยองค์กรควบคุมมาตรฐานด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับการขนส่ง SAE (Society of Automotive Engineers) เมื่อปี 2014 แบ่งออกเป็นทั้งสิ้น 5 ระดับ (ไม่นับระดับ 0 ซึ่งก็คือรถทั่วไปที่ไม่มีระบบอัตโนมัติ)

ระดับ 1 : สนับสนุนคนขับ

ในระดับนี้ คนขับยังต้องควบคุมฟังก์ชั่นควบคุมรถเกือบทั้งหมด แต่จะมีการสนับสนุนบางอย่างเช่น ช่วยเพิ่มระดับเบรคถ้าเข้าใกล้รถคันหน้าเกินไป ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (cruise control) สำหรับเดินทางไกล หรือสัญญาณเตือนเพื่อช่วยในการจอดรถ

ระดับ 2 : อัตโนมัติบางส่วน

ระดับนี้จะทำหน้าที่แทนผู้ขับในบางฟังก์ชั่น เช่นการควบคุมทิศทางรถ คันเร่ง เบรค และรักษาระดับความเร็ว แต่ผู้ขับยังต้องพร้อมควบคุมรถทุกขณะ โดยเฉพาะในสถานการณ์จำเป็น

เทคโนโลยีระดับ 2 จะช่วยประคองให้รถอยู่กลางเลนถนน รักษาระยะห่างกับรถคันหน้าให้เหมาะสม ฯลฯ

ระดับ 3 : อัตโนมัติตามเงื่อนไข

ในระดับนี้ ผู้ขับสามารถปล่อยให้รถขับเคลื่อนได้เอง และละสายตาจากถนนได้ เพื่อทำกิจกรรมอื่น เช่น ใช้สมาร์ทโฟน ระบบจะควบคุมทุกฟังก์ชั่นทั้งหมดเมื่อวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. โดย Legend ของฮอนด้า จะเป็นรถตลาดรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้

ระดับ 4 : อัตโนมัติระดับสูง

ในระดับนี้ ระบบสามารถควบคุมทุกฟังก์ชั่นทั้งหมดได้เหมือนระดับ 3 เพิ่มเติมคือความสามารถในการอ่านสภาพถนนและตอบสนองต่อสิ่งกีดขวาง ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเมื่อไหร่ควรเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน

เงื่อนไขคือจะใช้งานได้ ต่อเมื่อถนนและการจราจรอยู่ในสภาพเหมาะสมเท่านั้น เพราะรถยังไม่สามารถวิ่งเองได้ในเงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่าปกติ เช่นรถติดหรือมีสิ่งกีดขวางปริมาณมาก ตัวอย่างของรถในระดับ 4 คือ Waymo ของ Google ที่ทำการทดสอบในสหรัฐฯ

ระดับ 5 : อัตโนมัติโดยสมบูรณ์

นี่คือระดับที่รถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซนเซอร์ตรวจจับจุดเกิดของข้อมูลต่างๆ ในสถานการณ์จริง (ซึ่งอาจใช้ปริมาณข้อมูลมากถึง 4 เทราไบต์ ใน 1 ชั่วโมง) โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์เลย

ปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ผลิตรายไหนที่พัฒนาเทคโนโลยีถึงระดับนี้ได้ แม้ Tesla จะอ้างว่า ‘Full Self Driving’ ที่อยู่ระหว่างช่วงเบต้าเทสต์ จะทำงานได้ใกล้เคียงแล้วก็ตาม

AHEAD TAKEAWAY

นอกจาก EV แล้ว รถไร้คนขับก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลกเบนเข็มมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน นั่นเท่ากับยืนยันระดับหนึ่งว่ามันจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันค่อนข้างแน่ ขึ้นกับเวลาเท่านั้น

ข้อดีของเทคโนโลยีนี้ คือความสะดวกสบาย และเวลาที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ ที่ไม่ต้องเสียเวลาและอารมณ์ไปกับการคุมรถหลังพวงมาลัย และสามารถทำกิจกรรมอื่นได้เต็มที่ระหว่างเดินทาง

ส่วนในเรื่องความปลอดภัย แม้หลายคนจะตั้งแง่ และเชื่อมั่นการควบคุมรถของตัวเองมากกว่า

แต่ในอนาคต เมื่อรถทุกคันบนท้องถนนเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบ 100% จะส่งผลบวกต่อสภาพการจราจรที่ดีขึ้น ไม่มีการขับรถตามใจตัวเอง หรือฝ่าฝืนกฎจราจรเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อัตราการเกิดอุบัติเหตุก็จะลดลงอย่างแน่นอน

ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ รถไร้คนขับก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้สังคมเข้าสู่ยุคอัตโนมัติเต็มรูปแบบ แรงงานมนุษย์จำนวนมากจะถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร

อาชีพที่จะได้รับผลกระทบกลุ่มแรกๆ คือพนักงานขับรถประเภทต่างๆ ทั้งรถขนส่ง หรือรถโดยสารประเภทต่างๆ หรือแม้แต่ตำรวจจราจรก็จะมีบทบาทน้อยลง เมื่อการสัญจรทั้งหมดถูกควบคุมด้วย AI และ IoT

กลับกัน ก็จะนำไปสู่การสร้างอาชีพใหม่ๆ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ เช่น Data labeler, AI Trainer ไปจนถึงระบบสวัสดิการของรัฐ ที่เปลี่ยนไป เช่นการนำ Universal Basic Income มาใช้ เพื่อให้มนุษย์สามารถเลี้ยงตัวได้ และใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองและสังคมต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
Vulcan Coalition : ปั้นคนพิการสู่ AI Trainer อัจฉริย

Universal Basic Income ทางออกของความเหลื่อมล้ำ และทางรอดในยุคหุ่นยนต์ครองเมือง

AI Economist ใช้ปัญญาประดิษฐ์กำหนดนโยบายภาษี พิชิตความเหลื่อมล้ำ

เรียบเรียงจาก
The Honda Legend will be the first production Level 3 autonomous car

The 5 levels of autonomous driving explained

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า