ความสำเร็จของ Tesla และการปรับกลยุทธ์ของผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลก จากรถเครื่องสันดาป มาสู่ EV คือหลักฐานยืนยันว่ารถพลังงานไฟฟ้า คืออนาคตของอุตสาหกรรมนี้

ความท้าทายหลักของ รถ EV ณ ปัจจุบัน คือปัญหา range anxiety ที่หลายคนยังไม่มั่นใจว่าเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด จะสามารถหาสถานีชาร์จไฟใกล้ตัวได้ทันเวลาหรือไม่?

ทางออกที่ Tesla และผู้ผลิตยานยนต์หลัก นำเสนอคือการพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ให้บริการชาร์จไฟ

แต่ก็มีสตาร์ทอัพอีกรายที่พยายามนำเสนอแนวคิดที่ต่างไป เพราะในเมื่อทุกวันนี้ เราเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้งานเองได้แล้ว ทำไมถึงไม่นำมาใช้กับ EV บ้าง

นั่นคือที่มาของ Aptera ผู้ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า ที่ประกาศตัวว่าเป็นรถพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ “ไม่ต้องชาร์จไฟก็ได้” (never-charge solar vehicle)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Aptera (@aptera_motors)

Aptera ไม่ใช่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 และเคยประสบปัญหาทางการเงินจนต้องเลิกกิจการไปครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2011 ก่อนจะกลับมารื้อฟื้นโครงการนี้อีกครั้ง เมื่อปี 2019

จนเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ก็เปิดตัว EV พลังงานแสงอาทิตย์ รูปแบบสามล้อ สองที่นั่ง ในราคาเริ่มต้นที่ 25,900 ดอลลาร์ (ประมาณ 780,000 บาท) ถึง 46,900 ดอลลาร์ (1.4 ล้านบาท) ซึ่งวิ่งได้ไกลถึง 1,000 ไมล์ (ประมาณ 1,610 กม.) โดยมีกำหนดเริ่มต้นการผลิตในปี 2021 เพื่อส่งมอบไม่เกินต้นปี 2022 ซึ่งทางบริษัทฯ เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ ว่าตั้งแต่เปิดตัวไป เมื่อ 4 ธันวาคม ปัจจุบัน มียอดจองรถเข้ามากว่า 3,000 คันแล้ว

AHEAD TAKEAWAY

แนวคิดเรื่องพลังงานทางเลือกนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนอกจากไฟฟ้าแล้ว ก็ยังมีไฮโดรเจน และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นตัวเลือกอื่น ๆ ที่ถูกพัฒนาควบคู่กันไป

กรณีของ Aptera น่าจะวางใจได้ระดับหนึ่ง ว่าจะไม่เป็น “มวยล้ม” เหมือนเคสของ Nikola ที่โดนแฉข้อมูลว่าไม่พร้อม จนราคาหุ้นในปัจจุบันตกต่ำอย่างหนัก และพาร์ทเนอร์ใหญ่ ๆ เลือกถอนตัวไม่ร่วมลงทุนด้วย (อ่านเพิ่มเติม จับผิด Nikola : Tesla แห่งรถบรรทุกแค่ราคาคุย?)

เพราะมีการ test drive ในรายการ Jay Leno’s Garage ของ เจย์ ลีโน แล้วว่าใช้งานได้จริง

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง “ไม่ต้องชาร์จไฟก็ได้” (ทั้งที่ชาร์จได้) ที่ทางบริษัทเคลมไว้ ว่าแผงโซลาร์เซลส์ ขนาด 700W ไว้นั้น จะพารถวิ่งไปได้ไกลแค่ไหน และจะแก้ปัญหา range anxiety ได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้าย จะต้องหาที่ชาร์จไฟเพิ่มอยู่ดี

เพราะกระแสไฟที่ได้จากแผงโซลาร์เซลส์ จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งผู้ใช้งานอาศัยและใช้รถ หรือแม้แต่สภาพอากาศในวันนั้น ๆ ด้วย

ขณะที่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ระบุว่าผู้ใช้งานในสหรัฐฯ สามารถเดินทางได้ระหว่าง 11.6-40.9 ไมล์ (18-66 กม.) จากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ตัวรถก็อาจจะเหมาะแค่สำหรับใช้งานในช่วง last mile ถือว่าแพงเกินไป ถ้าเทียบราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งสุดท้ายก็จะวนลูปกลับมาที่การต้องชาร์จไฟ เพื่อให้วิ่งได้ไกลขึ้นอยู่ดี

การเคลมว่าไม่ต้องชาร์จเลย จึงอาจจะเป็นผลเสียสำหรับภาพลักษณ์ของบริษัทมากกว่าก็ได้ หากเจอกับผู้ใช้งานที่คิดไปว่าจากนี้ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในการชาร์จไฟให้กับรถแล้ว

อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือยอดจองที่แม้จะสูงถึง 3 พันคัน แต่ค่าจองนั้นเพียงแค่ 100 ดอลลาร์ (3,000 บาท) ที่สามารถรีฟันด์ได้ด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าผู้จองหลายรายอาจตัดสินใจถอนจองเพื่อขอเงินคืน เพราะไม่มั่นใจในตัวรถ เห็นว่าไม่สามารถทำกำไรจากใบจองได้ หรืออาจเพียงแค่จองเล่นๆ ฯลฯ ก็ได้

แต่ในมุมกลับ รถ EV พลังแสงอาทิตย์ของ Aptera อาจเหมาะกว่าสำหรับประเทศที่มีแดดแรง และอากาศร้อนตลอดปีอย่างในบ้านเรา ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม

คาดผู้ผลิตหั่นราคารถ EV เหลือเท่ารถ ICE ได้ภายใน 4 ปี

Foxconn ตั้งเป้าเป็น “แอนดรอยด์แห่ง EV” หลังเปิดตัวแพลตฟอร์มรถไฟฟ้า

เรียบเรียงจาก
Aptera has taken more than 3,000 orders for a new solar-powered EV arriving in 2021 that it says never needs to be charged

A startup opened orders for a $26,000 solar-powered EV that it claims never needs charging. The first batch sold out in 24 hours.

This Solar-Powered Electric Car Charges While You Drive — On Three Wheels

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า