หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทำให้กลยุทธ์ แผนงาน หรือ โรดแมพ ขององค์กรส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิม

คำถามที่เกิดขึ้น คือในอีก 18-24 เดือนจากนี้ ทิศทางขององค์กรเหล่านั้น จะเป็นอย่างไร และเทคโนโลยีประเภทไหนบ้างที่สามารถนำมาใช้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ในทุก ๆ ปี Deloitte จะเผยแพร่รายงานแนวโน้มเทคโนโลยีประจำปี เพื่อชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในองค์กรต่าง ๆ โดยในปีนี้ มีทั้งสิ้น 9 ประเภท และแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ที่มีความเชื่อมโยงกัน ดังนี้

• เทคโนโลยีกลุ่มที่เป็นหัวใจขององค์กร
• เทคโนโลยีกลุ่มข้อมูล ที่จะนำไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ
• เทคโนโลยีเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

เทคโนโลยีกลุ่มที่เป็นหัวใจขององค์กร

เทรนด์ในกลุ่มนี้ เน้นไปที่การจัดวางกลยุทธ์องค์กร ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมารองรับในฐานะเครื่องมือ

#1
กลยุทธ์เชิงวิศวกรรม

การพัฒนากลยุทธ์องค์กรในปัจจุบัน ไม่ได้เน้นหนักไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง หรืออาศัยเพียงความสม่ำเสมอเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่เปลี่ยนมาเน้นความยืดหยุ่น และต่อเนื่องแทน ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยให้องค์กรเห็นภาพการทำธุรกิจที่กว้างขึ้น ทั้งในเรื่องตลาด และวิธีการดำเนินงาน
และเพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปตามแนวทางนั้น แพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ และมี AI คอยควบคุม จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนทั้งองค์ประกอบภายในและภายนอก พร้อมช่วยให้การสื่อสารภายในองค์กรเป็นไปอย่างฉับไว เมื่อมีการตัดสินใจด้านกลยุทธ์เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลลัพธ์ได้แบบเรียลไทม์

#2
การปรับแกนหลักให้เหมาะกับยุคสมัย

ทุกวันนี้ ผู้บริหารในกลุ่ม C-level เริ่มเห็นถึงความจำเป็น ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจขององค์กรให้เหมาะกับยุคสมัย ผ่านการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาลองใช้

บางรายใช้โอกาสนี้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานหลัก มาเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่ใช้ง่าย ปรับแต่งได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม หรือการนำซอฟต์แวร์ ERP สำหรับวางแผนทรัพยากรธุรกิจองค์กร มาช่วยจัดการหนี้ทางเทคนิค และย้ายองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น ไปยังแพลตฟอร์มอื่นแทน

#3
ปลดล็อคให้ ซัพพลายเชน คล่องตัวกว่าเดิม

ที่ผ่านมา ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย ฯลฯ พยายามมองหาแนวทางใหม่ ๆ โดยอาศัยข้อมูลที่รวบรวมได้ มาวิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนกันภายในเครือข่าย เพื่อเปลี่ยนต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานให้คุ้มค่ากว่าเดิม โดยไม่กระทบความต้องการของลูกค้า

จนได้คำตอบที่การ ใช้เครื่องจักร โดรน เทคโนโลยีจดจำภาพ รวมถึงเครื่องมืออื่นๆ ร่วมกัน เพื่อให้ซัพพลายเชนลื่นไหล และมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน ก็เกิดความปลอดภัยในหมู่พนักงาน

เทคโนโลยีกลุ่มข้อมูล เพื่อนำไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ

แนวโน้มเทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นให้องค์กรค้นพบคุณค่าใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมของตน ผ่านการนำระบบอัตโนมัติต่าง ๆ มาใช้

#4
MLOps: ให้ AI ทำงานในภาคอุตสาหกรรม

องค์กรต่าง ๆ เริ่มรับรู้ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จากเดิมที่พึ่งพาศักยภาพของมนุษย์เป็นหลัก ทั้งในภาคการผลิต และการบริหารจัดการ ให้เป็นมาตรฐานใหม่ “ที่สร้างได้” ผ่านเทคโนโลยี แมชีน เลิร์นนิ่ง (ML) แต่ที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ก็ยังไม่ราบรื่น เพราะความไม่พร้อมในหลาย ๆ ด้าน

แต่ในอนาคต เมื่อ AI และ ML พัฒนาไปถึงจุดเรียกว่า MLOps (Machine Learning + Operations) หรือการยกระดับโมเดลของแมชีน เลิร์นนิ่ง จากการเป็นแค่ต้นแบบ ไปสู่การใช้งานจริงได้ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้

#5
แนวทางใหม่ในการป้อนข้อมูลให้ AI

การจะพัฒนา AI และ MLOps ให้ได้เต็มประสิทธิภาพนั้น ข้อมูลที่ป้อนให้จำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้องค์กรต้องปรับแนวทางจัดการข้อมูลใหม่ให้เหมาะกับเครื่องจักร มากกว่ามนุษย์

ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรได้ทดลองนำเทคโนโลยี และแนวทางใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลที่สุ่มได้จากแหล่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่นรูปแบบการจับข้อมูลที่ก้าวหน้ากว่าเดิม หรือคลาวด์เซอร์วิสยุคใหม่ ที่รองรับและสนับสนุนการทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้

#6
Zero trust: ตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย

ความก้าวหน้าของการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทุกองค์ประกอบของเครือข่าย ตั้งแต่ผู้ใช้งาน อุปกรณ์ เวิร์คโหลด หรือแม้แต่ตัวเครือข่ายเอง ก็ไม่อยู่ในสถานะที่ได้รับความไว้วางใจ 100% อีกต่อไป ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดใหม่สำหรับการป้องกันภัยทางไซเบอร์ zero trust ที่การเข้าใช้งานทุกครั้ง จะต้องได้รับการตรวจสอบ ในทุกข้อมูลที่มี

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ระบบการรักษาความปลอดภัยยืดหยุ่น และมั่นคงมากขึ้น ง่ายต่อการจัดการ ให้ประสบการณ์เชิงบวกแก่ผู้ใช้งาน นำไปสู่แนวปฏิบัติด้านไอที ที่ทันสมัย และเหมาะกับการตัดสินใจบนพื้นฐานความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

เทคโนโลยีเพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า

ทั้ง 3 เทรนด์ในกลุ่มนี้ เป็นการสรุปวิธีใหม่ ๆ ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภค คนในองค์กร และกลุ่มผู้ถือหุ้น เกิดความพอใจมากที่สุด

#7
ยกเครื่อง ดิจิทัล เวิร์คเพลส

การเปลี่ยนผ่านที่ทำงานไปสู่สถานะ ดิจิทัลเวิร์คเพลส แบบเต็มตัว เป็นมากกว่าแค่การนำเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ แต่ยังเป็นการพลิกโฉมแนวทางการทำงานด้วย ซี่งเป็นหน้าที่ขององค์กร ที่จะต้องใส่ใจกับการปรับเปลี่ยนนี้ ให้มากขึ้น ซี่งจะช่วยให้คนในองค์กรทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการสร้างสรรค์ การร่วมงานกัน รวมถึงเสริมประสบการณ์ของแต่ละคน ให้การทำงานจากบ้านหรือที่อื่น ๆ เป็นมากกว่าแค่การย้ายที่ทำงานชั่วคราว

#8
ชีวิตสองด้านที่ลงตัว

ปี 2020 คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสำหรับคนทั่วโลก ที่ต้องเปิดรับเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนี่งในชีวิตประจำวัน
แต่ผู้บริโภคจำนวนมาก ก็ยังหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ในการผสมผสานวิถีชีวิตทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของธุรกิจต่าง ๆ ที่จะสร้างบริการ/ผลิตภัณฑ์ ที่ตอบสนองความต้องการนั้น

#9
DEI tech: เครื่องมือเพื่อความเท่าเทียม

องค์กรหลาย ๆ แห่ง หันมาให้ความสำคัญกับ ความหลากหลาย (diversity), ความเท่าเทียม (equity) และ การควบรวม (inclusion) หรือ DEI ว่าเป็น “ความจำเป็น” ของธุรกิจ ซึ่งเป็นผลจากความพยายามสร้างความหลากหลายให้องค์กร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซีไอโอ หรือผู้บริหารอื่น ๆ ที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี จึงต้องเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ ร่วมกับ HR และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อออกแบบและพัฒนา เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สำหรับใช้สนับสนุนแนวคิด DEI ภายในองค์กรให้เป็นรูปธรรมขึ้น

เรียบเรียงจาก
Tech Trends 2021: An Overview

Tech Trends 2021

ภาพประกอบ ดัดแปลงจากภาพต้นฉบับ โดย iXimus จาก Pixabay

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า