ปี 2563 กลายเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของแต่ละอุตสาหกรรม ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (digital transformation) ให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากโควิด-19

คำถามถัดมาคือ เทคโนโลยี ที่จะมีบทบาทสำคัญในปี 2564 นั้น มีอะไรบ้างที่ควรต้องเรียนรู้ และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา

Infor หนึ่งในบริษัทผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์ที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงให้กับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม คาดการณ์ถึงเทคโนโลยี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่จะมีบทบาทสำคัญในปีที่จะถึง ไว้ดังนี้

  • Multi-tenant Cloud จะขึ้นแท่นเป็นมาตรฐานสูงสุด
  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการจ้างงาน และจะเป็นเทคโนโลยีสำคัญด้านการดูแลสุขภาพ
  • ดิจิทัลซัพพลายเชนจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว

#1
คลาวด์

เทคโนโลยีคลาวด์จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการจัดการแข่งขันต่าง ๆ

การจัดแข่งขันเทนนิสยูเอสโอเพ่นปีนี้ ประสบความสำเร็จในการนำระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับประสบการณ์เสมือนจริงให้แฟนคลับที่ไม่สามารถอยู่ในสนามแข่งขันจริงได้

ต่อจากนี้เราจะได้เห็นการจัดงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการแข่งขันสำคัญหลายรายการที่วางแผนไว้ในปี 2564 เช่น การแข่งขันโอลิมปิคฤดูร้อนที่กรุงโตเกียว และการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน ในสถานที่หันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับผู้รับชมแต่ละรายมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีคลาวด์ จึงได้รับคาดหมายว่าจะมีส่วนพลิกโฉมประสบการณ์ในการชมการแข่งขันที่แฟน ๆ ทั่วโลกเคยได้รับ ไปสู่รูปแบบใหม่ ๆ อย่างเต็มรูปแบบ

ความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีคลาวด์มาทรานส์ฟอร์มการจัดงานต่าง ๆ นั้นมีมากมายมหาศาล เช่น การวิเคราะห์ความตื่นเต้นของกลุ่มผู้ชมแบบเรียลไทม์ เพื่อนำเสนอเป็นไฮไลท์และจัดการเรื่องการโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การฟีดรายการสดได้ด้วยความหน่วง (latency) ที่ต่ำมากจริง ๆ และการโต้ตอบกับกลุ่มผู้ชมที่เลือกไว้ และแน่นอนว่าการทำกิจกรรมทั้งหมดนี้ โฮสต์ต้องอยู่บนแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ทรงพลัง

Multi-tenant cloud จะเป็นระบบใหม่ที่เหมาะสมที่สุด

การใช้โซลูชั่น multi-tenant คลาวด์ จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถอัปเดตโซลูชั่น ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเดตแบบแมนนวล หรือเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ให้รองรับแอปพลิเคชั่นหรือเวิร์กโหลดใหม่ ๆ

ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ที่มีแนวโน้มของความไม่แน่นอนมากขึ้น โซลูชั่น multi-tenant cloud จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ และช่วยให้ธุรกิจเข้าใกล้เป้าหมายด้านความยั่งยืนมากขึ้น

#2
ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

AI จะทำให้กระบวนการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไป

ตลาดแรงงานปี 2564 ที่ยากต่อการคาดการณ์ ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยคัดผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

AI สามารถช่วยแผนกทรัพยากรบุคคล ให้ทำงานเชิงรุกในการจ้างงานได้มากขึ้น และตัดสินใจได้ว่าผู้สมัครรายไหนเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ผ่านการใช้ข้อมูลเพื่อวัดคุณภาพของการจ้างงานแต่ละครั้ง

นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ในการคัดกรองอัจฉริยะ ที่สามารถคัดกรองใบสมัครได้แบบอัตโนมัติ แชทบอทที่ทำหน้าที่เป็นผู้สรรหาพนักงานที่สามารถนัดหมายกับผู้สมัครได้แบบเรียลไทม์ และการสัมภาษณ์แบบดิจิทัลที่ทำผ่านออนไลน์

ทั้งหมดนี้ ช่วยให้ HR ประเมินความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละรายได้ และจะเปลี่ยนเป็นวิธีการทำงานปกติของแผนกทรัพยากรบุคคล

AI ยังมีศักยภาพสูงมากในการสร้างเวิร์กสเปซที่หลากหลายและครบวงจร สามารถลดอคติ และเพิ่มความเป็นกลางในการตัดสินใจเรื่องการจ้างงานผ่านอัลกอริทึ่มต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะแยกแยะคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันของผู้สมัครแต่ละคนออกมาให้เห็น

การใช้ AI ในการดูแลสุขภาพจะกลายเป็นภารกิจสำคัญ

ตลอดปี 2564 จะมีการนำ AI ไปใช้กับการดูแลสุขภาพในหลายด้านอย่างรวดเร็ว  การใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งกับชุดข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถติดตามการสัมผัสระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อย่างละเอียด, ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำ, ใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์ในการติดตามอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (personal protective equipment: PPE), จัดสรรบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการให้วัคซีนให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น

#3
ซัพพลายเชน

การเปลี่ยนผ่าน ซัพพลายเชน สู่ระบบดิจิทัล

โควิด-19 ส่งผลให้ดิจิทัลซัพพลายเชน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในปี 2564

มุมมองเดิม ๆ ของผู้รับผิดชอบ ในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น คือเน้นที่ประสิทธิภาพและค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันจะเน้นไปที่ความคล่องตัวและความยืดหยุ่น นั่นคือจุดที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง

ดิจิทัลซัพพลายเชนจะช่วยให้ธุรกิจที่องค์กรหลายแห่งทำงานร่วมกัน (multi-enterprise) เห็นและรับรู้ความเป็นไปในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ สามารถวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ได้ดีขึ้น และใช้ระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาดได้มากขึ้น

ผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชน จะสามารถปรับและใส่ความยืดหยุ่นให้กับระบบของตนได้ตามความต้องการของตลาด และใช้ระบบนิเวศด้านพันธมิตรให้เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น

เครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีที่ผสานระหว่างโลกความจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน (AR) และการทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ที่มนุษย์เป็นผู้ออกแบบกระบวนการและขั้นตอน รวมถึงการตัดสินใจต่าง ๆ (robotic process automation: RPA) และคาดว่าจะยกระดับศักยภาพที่มีอยู่ในช่วงต้นให้เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่น่าสนใจและมีอิทธิพลต่อลูกค้าเป็นอย่างมาก

AI มีความสำคัญมากต่อการจับคู่อุปสงค์และอุปทานแบบเรียลไทม์ 

การถูกดิสรับท์ ของระบบซัพพลายเชน ที่เกิดขึ้นในปี 2563 แสดงให้เห็น ว่าการจับคู่ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่มีในตลาดแบบเรียลไทม์ และการคาดการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่งานที่มนุษย์ทำได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือสนับสนุน

ในสถานการณ์ที่ขอบเขตและข้อจำกัดด้านการขนส่งและการเดินทางของภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ แทบเป็นไปไม่ได้ ที่ผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชน จะคาดการณ์ล่วงหน้าถึงการปิด-เปิดอย่างฉับพลันของตลาดในประเทศ หรืออธิบายได้ว่าความเปลี่ยนแปลงของวัสดุ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เกิดจากอะไร

ด้วยเหตุนี้ ในปี 2564 เราจะได้เห็นผู้บริหารด้านซัพพลายเชนเร่งนำ AI มาใช้เพิ่มพูนประสบการณ์ และเสริมความมั่นใจในการทำงานให้กับพนักงาน, ให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์เกี่ยวกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงให้กับพนักงานของตน เพื่อให้สามารถคาดการณ์อุปสงค์ และอุปทานแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ

Our guest contributor

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์ที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงให้กับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า