ในโลกของนักดนตรี กีตาร์ไฟฟ้าที่หลายคนคุ้นตามากที่สุด นอกจาก เลสพอล ของ Gibson แล้ว ก็ต้องมี สตราโตคาสเตอร์ ของ Fender ควบคู่กันด้วย

สตราโตคาสเตอร์ ถูกเลือกเป็นอาวุธคู่ใจของนักกีตาร์ชั้นนำมากมาย ทั้ง เอริค แคลปตัน, จิมี เฮนดริกซ์ จนถึงยอดฝีมือรุ่นหลังอย่าง จอห์น เมเยอร์ เพราะความโดดเด่นที่สร้างสำเนียงดนตรีได้หลากหลาย ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของผู้สร้าง ที่ต้องการฉีกขนบเดิม ๆ ของเครื่องดนตรีชนิดนี้ ด้วยมุมมองของ “คนนอก”

จาก “ช่างซ่อม” สู่ “ผู้สร้าง”

ในช่วงแรกเริ่ม Fender Electric Instrument Company นั้นดำเนินธุรกิจ “ซ่อม” เครื่องดนตรีเป็นหลัก ก่อนที่ ลีโอ เฟนเดอร์ ผู้ก่อตั้ง จะตัดสินใจต่อยอดจากการ “ซ่อม” ไปเป็นการ “สร้าง” ดูบ้าง

เริ่มจากตู้แอมป์ ไปสู่กีตาร์ไฟฟ้าโซลิดบอดี้รุ่นบุกเบิกอย่าง เทเลคาสเตอร์ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ ลีโอ ไม่พอใจแค่นั้น เขาเชื่อว่าบริษัทฯ ยังสร้างกีตาร์ที่ดีกว่านี้ได้

คุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้ Fender ในยุคนั้น แตกต่างจากคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน คือ ลีโอ มีลักษณะของ “คนนอก” ในแทบทุกเรื่อง

เขาไม่ใช่นักดนตรีอาชีพ ไม่ใช่ช่างฝีมือที่ถนัดงานซ่อมหรืองานสร้าง แม้แต่การดำเนินธุรกิจ เขาก็มีมุมมองต่างจากเจ้าของกิจการคนอื่น ๆ

มุมมองที่แตกต่างเหล่านี้ ทำให้ ลีโอ ไม่เคยยึดติดกับความคิดของตัวเอง เขาพร้อมรับฟังฟีดแบ็กจากลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุง ที่สำคัญ คือเขาไม่รู้สึกว่าต้องฝืนตัวเอง ถ้าต้องทำอะไรที่คนในวงการมองว่า “ผิดหลัก”

สิ่งเดียวที่ ลีโอ สนใจ คือ “ทำยังไงถึงจะสร้างกีตาร์ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมได้”

ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ

วิธีที่ ลีโอ และทีมงานทำ ไม่ใช่การนำกีตาร์รุ่นก่อนมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่เลือกออกแบบใหม่หมดตั้งแต่ต้น ร่วมกับ เฟรดดี้ ตาวาเรส และ เร็กซ์ กัลเลียน สองมือกีตาร์ในฐานะที่ปรึกษา

คำแนะนำจาก กัลเลียน ซึ่งเคยใช้กีตาร์รุ่น เทเลคาสเตอร์ มาก่อน คือควรจะแก้ไขรูปทรงที่มักทิ่มบริเวณซี่โครงของผู้เล่น นำไปสู่การออกแบบกีตาร์ให้โค้งมน สอดรับกับรูปร่างคนมากขึ้น โดยได้ไอเดียจากรูปทรงสองเขาของเบสไฟฟ้ารุ่นพรีซิชั่นของบริษัท

นอกจากรูปทรงที่ออกแบบขึ้นใหม่ สตราโตคาสเตอร์ (ชื่อของกีตาร์รุ่นนี้ ที่ได้แรงบันดาลใจจากกยุคบูมของการสำรวจอวกาศ) ยังมาพร้อมกับแนวคิดอื่น ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ตั้งแต่การพ่นสีสองโทนในสไตล์ที่เรียกว่าซันเบิร์ส (ไล่โทนสีดำร่วมกับสีเหลือง) ที่นอกจากจะทำให้ดูแตกต่างจากกีตาร์ทั่วไปในยุคนั้น ยังมีส่วนช่วยกลบลายไม้บนกีตาร์ซึ่งอาจไม่ตรงกัน เพราะประกอบจากไม้คนละชิ้น ได้ดีกว่าการพ่นแบบเดิม

ยังมีการใส่ปิคอัพ (ตัวรับสัญญาณ) ถึงสามตัว พร้อมสวิทช์ปรับแต่ง เพื่อให้เล่นได้ซาวด์ที่หลากหลายกว่ารุ่นอื่น ๆ ในท้องตลาด

ปัญหาคือเมื่อ บิล คาร์สัน ที่ปรึกษาของบริษัทฯ ลองนำกีตาร์รุ่นนี้ไปใช้งานบนเวที ลีโอ ก็ได้รับคำแนะนำว่าเสียงที่ได้นั้นทั้งห้วนและสั้น จน ลีโอ ต้องตัดสินใจรื้อระบบคันโยกใหม่หมด และกำหนดวางตลาดต้องเลื่อนออกไปจากเดิม

กว่านวัตกรรมจะเป็นที่ยอมรับ

สุดท้าย ระบบคันโยกที่ ลีโอ ย้อนกลับไปพัฒนาใหม่ทั้งหมด ด้วยการใช้สะพานสายที่ขยับไปพร้อมกับสายกีตาร์ทั้งหกเส้น แทนที่จะยึดติดกับตัวกีตาร์แบบดั้งเดิม โดยให้สปริงที่ด้านหลังคอยรับแรงดึง ก็เป็นอีกนวัตกรรมสำคัญที่ทำให้ สตราโตคาสเตอร์ แตกต่างจากกีตาร์รุ่นอื่น ๆ ในท้องตลาด

วิธีนี้ทำให้กีตาร์มีเสียงที่ค้างยาวและไม่เพี้ยนเมื่อเล่นคันโยก ซึ่งจะกลายเป็นเทคนิคให้มือกีตาร์รุ่นต่อ ๆ มา ทดลองสร้างเสียงใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย

แต่นวัตกรรมของ ลีโอ ก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับในทันที เพราะในช่วงสามปีแรก สตราโตคาสเตอร์ แทบไม่ได้รับความสนใจจากนักดนตรีในยุคนั้นเลย

เพราะมือกีตาร์ส่วนใหญ่ยังนิยมเล่นอคูสติกกีตาร์ หรือแบรนด์เก่าแก่อย่าง Gibson หรือ Gretsch เป็นหลัก

จุดเปลี่ยนชะตาของ Fender มาถึง เมื่อ ชาร์ลส์ ฮาร์ดิน หรือ “บัดดี้ ฮอลลี่” ซูเปอร์สตาร์ของวงการในยุคนั้น สะพายสตราโตคาสเตอร์ขึ้นแสดงในรายการ The Ed Sullivan Show จนทำให้กีตาร์รุ่นนี้ได้รับความสนใจในวงกว้าง และยังคงเป็นที่นิยมในหมู่นักดนตรีมาจนปัจจุบัน

AHEAD TAKEAWAY

เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง?

  • Insight หรือข้อมูลเชิงลึก และฟีดแบ็กจากลูกค้า คือสิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ เพราะท้ายที่สุด ลูกค้าจะเลือกใช้สินค้าหรือบริการของเราหรือไม่ ก็ขึ้นกับว่ามันตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้มากน้อยแค่ไหน เหมือนที่ ลีโอ เฟนเดอร์ พัฒนา สตราโตคาสเตอร์ ตามคำแนะนำของนักกีตาร์หลาย ๆ รายที่เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทฯ
  • การสร้างนวัตกรรม หรือสิ่งใหม่ ๆ บางครั้ง ก็จำเป็นต้องมองข้ามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ไปบ้าง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ เหมือนที่คนรอบข้างมอง ลีโอ เฟนเดอร์ ว่าเป็นคนนอกในอุตสาหกรรมนี้ เขาไม่ใช่ทั้งนักดนตรี ช่างซ่อมกีตาร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจ แต่นั่นก็ทำให้เขาได้นำเสนอในสิ่งที่แตกต่างออกไปได้ในที่สุด

เรียบเรียงจาก

DON’T STAND SO CLOSE

Not Fade Away: The Legend and Legacy of Buddy Holly

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า