สำหรับหลายคนแล้ว การทำงานจากบ้านน่าจะถือเป็นมาตรฐานใหม่ ที่ต้องยึดถือต่อไปอีกพักใหญ่ ในปี 2021 นี้

แต่จากประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเริ่มเข้าใจว่า work from home ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการกระตุ้นตัวเองให้พร้อมในทุกเช้า เมื่อเทียบกับการทำงานแบบปกติในออฟฟิศ

ในมุมของ คนโด มาริเอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้านชาวญี่ปุ่น บ้านที่เป็นระเบียบ ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณสนุกกับการทำงานมากขึ้น

และนี่คือแนวทางการจัดบ้าน 4 ข้อจากราชินีแห่งการจัดบ้าน ที่จะช่วยเสริมให้การทำงานจากบ้านของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

#1
จัด “พื้นที่สงบ” ไว้ในบ้าน

ไม่ว่าคุณจะทำงานที่โฮม ออฟฟิศ หรือบนโต๊ะอาหารในห้องเล็ก ๆ การสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้โฟกัสกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ก็เป็นเรื่องจำเป็น

ความแออัดและไม่เป็นระเบียบ ส่งผลต่อระบบความคิดทำให้สมองของคุณไม่แล่นเท่าที่ควร ผิดกับโต๊ะทำงานโล่ง ๆ หรือจัดวางทุกอย่างเป็นที่เป็นทาง ที่จะช่วยให้คุณสนุกกับการทำงานและคิดอะไรใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น

การจัดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำงานของคุณ จึงเริ่มจากการเลือกว่าอะไร “จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น” สำหรับการทำงาน แล้วค่อยหาพื้นที่สำหรับของเหล่านั้น ส่วนอะไรที่ไม่จำเป็น ก็ให้ย้ายออกจากพื้นที่ที่คุณจะใช้ทำงานให้หมด

ในที่นี้ คนโด แนะนำว่าคุณอาจวางบางอย่างที่จะช่วยกระตุ้นความสุข (spark joy) ไว้ตรงพื้นที่ทำงานบ้างก็ได้ เหมือนที่เธอวางแก้วคริสตัล กับแจกันดอกไม้ไว้ สำหรับพักสายตาจากการทำงาน

#2
ให้สัญญาณเริ่มงานในทุกวัน

ก่อนเริ่มต้นทำงานทุกวัน ใช้เวลาช่วงสั้น ๆ เพื่อตั้งสติ วิธีที่คนโดเลือกใช้ คือการเคาะส้อมเสียงทุกเช้า บางครั้งอาจใช้น้ำมันหอมช่วยบ้าง

คำแนะนำจากคนโด คือช่วงเวลาแบบนี้ ยิ่งเรียบง่ายยิ่งดี เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกเช้า

หลังเสร็จงานในแต่ละวัน ให้ทำคล้าย ๆ กัน เพื่อส่งสัญญาณว่าภารกิจวันนี้สิ้นสุดแล้ว อาจเป็นการเปิดเพลงเบา ๆ เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและพร้อมสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ของวันต่อไป

#3
หา “บ้าน” ให้ของทุกชิ้น

บ้านที่มีข้าวของกระจัดกระจาย บางครั้งไม่ได้แปลว่าคุณมีของในบ้านเยอะเกินไป แต่เพราะคุณไม่รู้จักเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบต่างหาก

การหา “บ้าน” ให้ของแต่ละชิ้น คือการจัดระเบียบที่ง่ายที่สุด เพราะคุณจะรู้ทันทีว่าต้องเอาไปเก็บที่ไหน หลังใช้งานเสร็จแล้ว

กลับกัน ถ้าคุณใช้โต๊ะกินข้าวเป็นที่ทำงานด้วย หลังเสร็จงาน อย่าลืมเก็บอุปกรณ์การทำงานให้พ้นสายตาด้วย เพื่อให้ของพวกนี้ไม่รบกวนจิตใจคุณระหว่างมื้อเย็น หรือพักผ่อน

อย่าลืมว่ายิ่งมีของอยู่รอบตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นภาระของสมองคุณเท่านั้น

#4
จัดตารางเวลาให้ดี มีช่วงเบรกพักสมอง

ทั่วไป เรามักใช้เวลากับงานสำคัญจริง ๆ ได้ไม่ถึงครึ่งของเวลาทำงานในแต่ละวันด้วยซ้ำ เพราะถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องอื่น ทั้งการประชุม เช็กอีเมล หรืองานอื่น ๆ ที่แทรกเข้ามา ฯลฯ

ถึงจะหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ แต่คุณต้องแยกแยะให้ได้ว่าอะไรสำคัญกว่า งานประเภทไหนที่รอได้

อีกวิธีในการจัดการเรื่องเวลาให้มีประสิทธิภาพ คือการใส่ช่วงพักเบรกลงไปในตารางเวลา ระหว่างนั้น คุณอาจปิดระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ออกไปเดินพักผ่อน ให้สมองปลอดโปร่งขึ้น เพื่อพร้อมสำหรับกลับมาทำงานอย่างมีสมาธิอีกครั้ง

AHEAD TAKEAWAY

  • สมาธิคือปัญหาที่พบได้บ่อยในการ Work from Home ผลสำรวจจาก Gitlab พบว่ามีถึง 47% ที่ยอมรับว่าไม่สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่ เมื่ออยู่ที่บ้าน เพราะเราเคยชินว่าบ้านคือสถานที่พักผ่อน และมักทำตัวสบาย ๆ เหมือนที่ผ่านมา ยังไม่นับเรื่องอื่นที่อาจแทรกเข้ามาดึงความสนใจได้แบบไม่คาดฝัน เช่นไปรษณีย์มากดกริ่ง หรือสัตว์เลี้ยงที่ดีใจเมื่อเห็นคุณอยู่บ้านในเวลากลางวัน

อ่านเพิ่มเติม 5 ปัญหาของการทำงานจากบ้านที่คุณจะต้องเจอ (พร้อมวิธีรับมือ)

  • แนวคิดเรื่องการทำสมองให้ปลอดโปร่ง ก่อนเริ่มงานในตอนเช้า ที่ คนโด แนะนำ เป็นหลักการที่หลายคนนิยมใช้ หนึ่งในนั้นคือ ลอรา เม มาร์ติน ที่ปรึกษาด้าน productivity ของ Google ซึ่งเริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมอย่างการใช้เวลาส่วนตัวอย่างเงียบ ๆ หรือนั่งสมาธิ ที่เธอเปรียบเทียบว่าเหมือนการลับมีด เพื่อเตรียมปอกสับปะรดหนึ่งพันลูก

อ่านเพิ่มเติม ทำงานยังไงให้เป็นสับปะรด ด้วยกฎ 3 ข้อโดยกูรูแห่ง Google

เรียบเรียงจาก

Marie Kondo: Do these 4 things every day to boost joy and productivity when working from home

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า