หลายคนอาจจดจำ บิล เกตส์ ในฐานะอัจฉริยะผู้ก่อตั้ง Microsoft และประสบความสำเร็จจนรั้งตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกต่อเนื่องกันหลายปี

แต่ยังมีอีกด้านของ เกตส์ ที่หลายคนไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัท เขาต้องให้ความสำคัญค่อนข้างมากกับการมีเงินสดสำรองอย่างน้อย 12 เดือนในบัญชี เผื่อในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย

นั่นคือเหตุผลที่เขามองโลกในแง่ร้ายที่สุด ด้วยการจำกัดจำนวนพนักงาน Microsoft ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
 
ในเวลาเดียวกับที่มองไปยังอนาคตด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ที่จะพาบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ
มาดูกันว่าสองแนวคิดที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ให้ผลอย่างไร ถึงทำให้ เกตส์ มีวันนี้ได้

ถ้าอยากรอด จงหวาดระแวง

คำกล่าวที่ว่า ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน อาจฟังดูเป็นปรัชญาไปบ้าง

แต่ถ้าเราคิดตามที่ ฟรีแมน ดายสัน นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ คำนวณไว้คร่าว ๆ เราอาจจะภาพชัดเจนขึ้น

ดายสัน ยกตัวอย่างว่าในหนึ่งวันที่เราตื่นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เราจะเห็นหรือได้ิยินเรื่องราวต่าง ๆ เฉลี่ย 1 เรื่องต่อ 1 วินาที

นั่นแปลว่าในหนึ่งวัน จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นรอบตัวเราอย่างน้อย 30,000 เรื่อง หรือ 1 ล้านเรื่องในหนึ่งเดือน ซึ่งส่วนใหญ่มันอาจเป็นแค่เรื่องทั่วไป ที่เราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือไม่ทันสังเกต

แต่ถ้าสมมติให้โอกาสเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นอยู่ที่ 1 ในล้าน แปลว่าค่าเฉลี่ยของการเกิดปาฏิหาริย์ ก็คือเดือนละหนึ่งครั้ง

มองในมุมกลับ นั่นแปลว่าเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และการที่มันเป็นค่าเฉลี่ย แปลว่ามันไม่ได้มีกำหนดตายตัวว่าเมื่อไหร่

ในวันที่โชคร้ายที่สุด จึงเป็นไปได้ว่า 1% ที่จะเกิดการระบาดของโรค 1% ที่จะเกิดปัญหาการเมือง 1% ที่จะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ จะมาพร้อม ๆ กัน

การออมหรือรักษากระแสเงินสด ด้วยมุมมองแบบคนคิดมาก จึงเป็นทางป้องกันที่ดีที่สุด ในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น “ตลอดเวลา” ตามที่ ดายสัน ว่าไว้ ซึ่งแนวคิดนี้ ยังนำไปประยุกต์ใช้ได้กับเรื่องอื่น ๆ ด้วย

เหมือนที่ แอนดี้ โกรฟ สุดยอดซีอีโอของ Intel เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากรอด จงหวาดระแวง” (Only the Paranoid Survive)

ความได้เปรียบที่ทบทวีคูณตามระยะเวลา

กลับกัน เมื่อถึงเวลาลงทุน เรากลับต้องสวมเลนส์อีกตัว เพื่อมองในแง่ดีว่าสิ่งที่เราเลือก (โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูล และไตร่ตรองแล้ว) นั้นถูกต้อง แม้ว่ามันอาจจะใช้เวลา และมีการสะดุดหรือชะงักบ้างก็ตาม

ในแง่หนึ่ง มันก็คือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ตามที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เลือกนั่นเอง

เปรียบเทียบอีกแบบให้เห็นคือทำไม คาสิโน ถึงมีกำไรได้ ต่อให้เป็นฝ่ายได้เปรียบผู้เล่นแค่ 0.5% ในแต่ละเกม

ความเหนือกว่าเพียงเล็กน้อย จะไม่เห็นภาพชัดเจนในระยะสั้น แต่ถ้าผู้เล่นพยายามจะหากำไรเพิ่มขึ้นหรือพยายามทวงสิ่งที่เสียไปคืน แทนที่จะยอมแพ้

ความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย จะค่อย ๆ ทบทวีคูณไปเรื่อย ๆ ในระยะยาว

เช่นสมมติ คุณพนันทอยเหรียญ 100 ครั้ง ในราคาครั้งละ 2 เหรียญ ถ้าชนะจะได้กลับมา 3 เหรียญ ต่อให้คุณทายถูก 50 ครั้ง (ซึ่งเป็นอัตราที่ถือว่าสูงมาก)

หักลบกับที่ทายผิดไป 50 ครั้ง ในทางจิตวิทยา คุณอาจคิดว่าตัวเองได้กำไร 50 เหรียญ (ได้ 150 เสีย 100)

แต่ที่จริง เป็นฝั่ง คาสิโน ต่างหากที่ได้กำไรสุทธิ 50 เหรียญ เพราะเงิน 200 เหรียญที่หมุนเวียนระหว่างการทอยเหรียญ 100 ครั้ง มาจากกระเป๋าของคุณฝ่ายเดียว

พิซซ่าราคาหมื่นล้านบาท

เมื่อเราเห็นพลังของการทบทวีคูณแล้ว อีกสิ่งสำคัญคือการรอคอยด้วยความหวังแบบคนมองโลกแง่ดี ตัวอย่างที่ชัดที่สุด ณ เวลานี้คือ บิทคอยน์

ย้อนกลับไปในปี 2009 เมื่อบิทคอยน์ถูกปล่อยออกมาในฐานะโอเพ่นซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ มันไม่มีมูลค่าอะไรเลย

กว่าจะมีมูลค่าเป็นครั้งแรกจริง ๆ ก็ต้องรอจนถึงเดือนกรกฎาคม 2010 ซึ่งในเวลานั้น 1 บิทคอยน์ มีมูลค่าไม่เกิน 0.08 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.4 บาท

แต่คนที่ถือบิทคอยน์ในมือไว้ในยุคนั้น จนมาถึงปัจจุบันได้ ก็ต้องมีความเชื่อมั่นสูง และสามารถรอคอยที่วันนั้นจะมาถึงได้

เพราะถ้ารีบร้อนที่จะทำกำไรจนเกินไป ก็อาจเป็นตำนาน เหมือน ลาสซ์โล ฮานเยคซ์ ที่ยอมเทรด 10,000 บิทคอยน์ แลกกับพิซซ่าสองถาดใหญ่ ราคา 30 ดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2010

นั่นหมายความว่า พิซซ่าสองถาดที่ ฮานเยคซ์ กินไปเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้มีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นล้านบาทแล้วนั่นเอง

AHEAD TAKEAWAY

สถิติจากประวัติศาสตร์ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย้ำกับเราเสมอว่าการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นการลงทุนที่ผ่านช่วงเวลาถดถอยระยะสั้น และงอกเงยทบทวีคูณในระยะยาว

แต่ขณะเดียวกัน การไม่ประมาทในทุกสถานการณ์ ก็มีความจำเป็น เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เหมือนที่จู่ ๆ โควิด-19 ก็เกิดขึ้น และเป็นตัวแปรให้เศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักโดยไม่มีนักวิเคราะห์คนไหนรู้ล่วงหน้า

เรียบเรียงจาก

A powerful money lesson from Bill Gates: Why you should save like a pessimist, but invest like an optimist

Advantage Play in Blackjack

A $200 Million Pizza! Here’s How Bitcoin Made That Possible

Bitcoin’s Price History

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า