อีลอน มัสก์ และ เจฟฟ์ เบโซส คือสองผู้บริหารแห่งยุค ที่สร้างอาณาจักรของตัวเองด้วยนวัตกรรม จนเหนือล้ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องธุรกิจ ทั้งคู่ยังมีความสนใจคล้าย ๆ กัน

คือเรื่องการบุกเบิกอวกาศ ในฐานะผู้ก่อตั้ง SpaceX และ Blue Origin จนนำไปสู่การต่อปากต่อคำ ทั้งผ่านสื่อและโลกโซเชียล ในหลาย ๆ โอกาส

ล่าสุด สถานะคู่แข่งของทั้งสองคนก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อ มัสก์ แซงหน้า เบโซส ขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนใหม่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ทีมงาน AHEAD ASIA เลยถือโอกาสนี้ พาคุณย้อนไปสำรวจศึกสองบิลเลียนแนร์ รุ่นเฮฟวี่เวทคู่นี้กันอีกครั้ง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา

2004
การพบกันของเสือสองตัว

ทั้ง มัสก์ และ เบโซส นั้นสนใจเรื่องการสำรวจอวกาศตั้งแต่เล็ก และนำมาสู่การตั้งบริษัทเพื่อเติมเต็มความฝัน

เบโซส ก่อตั้ง Blue Origin ขึ้นก่อน เมื่อปี 2000 ก่อนที่ มัสก์ จะนำเงินจากการขายหุ้น PayPal มาเป็นทุนตั้ง SpaceX บ้างในปี 2002

ในหนังสือ The Space Barons ของ คริสเตียน ดาเวนพอร์ท เล่าถึงการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2004 และมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันถึงเทคโนโลยีการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำ

“ผมพยายามเต็มที่แล้วที่จะให้คำแนะนำดี ๆ กับเขา แต่เหมือนเขาไม่อยากฟังเท่าไหร่” มัสก์ เล่าถึงการพบกันระหว่างทั้งคู่

2013
ศึกชิงฐานปล่อยจรวด

 

ปี 2013 SpaceX ยื่นเรื่องถึง NASA เพื่อขอใช้สิทธิ์ใช้งานฐานปล่อยจรวดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

แต่ถูกคัดค้านจาก Blue Origin และ Unit Launch Alliance ที่เห็นว่าทุกบริษัทเอกชนควรได้รับสิทธิ์นั้นอย่างเท่าเทียม

หมัดสวนจาก มัสก์ คือ Blue Origin ที่ตั้งบริษัทมา 10 ปีแล้ว ยังไม่มีจรวดที่ใช้งานได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าเมื่อไหร่ที่ไปถึงระดับที่สามารถส่งยานไปจอดบนสถานีอวกาศได้ เขาจะยินดีมาก

สุดท้าย คำคัดค้านก็ตกไป เมื่อ NASA มอบสิทธิ์ใช้งานฐานปล่อยจรวดให้กับ SpaceX

2014
สิทธิบัตรโดรนชิป

 

ถัดมา SpaceX ก็เป็นฝ่ายคัดค้านบ้าง เมื่อ Blue Origin ยื่นเรื่องขอจดสิทธิบัตร โดรนชิป หรือฐานลงจอดกลางมหาสมุทร ซี่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับเทคโนโลยีการนำจรวดกลับมาใช้งานของทั้งสองบริษัท

ถ้า Blue Origin จดสิทธิบัตรสำเร็จ SpaceX จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้อีกฝ่ายทุกครั้งที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้

หลัง SpaceX ชี้แจงต่อศาลว่าแนวคิดเรื่อง โดรนชิป นี้มีมานานหลายทศวรรษแล้ว ศาลก็มีคำสั่งให้ถอนการยื่นเรื่องจดสิทธิบัตรทั้งหมด

2015
เกทับ

หลังจรวด New Shepard ของ Blue Origin ประสบความสำเร็จในการบินขึ้นและลงจอด เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015

เบโซส ก็โพสต์วิดีโอชื่อ Historic Rocket Landing เพื่อยินดีกับผลงานของบริษัทฯ ใน Twitter

ก่อน มัสก์ จะมาตอบกลับแบบเกทับว่าของแบบนี้ SpaceX ทำได้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว


2016
“เจฟฟ์ คือใครเหรอ ?”

ในหนังสือชีวประวัติที่เขียนโดย แอชลีย์ แวนซ์ มัสก์ ยังเหน็บ Blue Origin เป็นระยะว่าพยายามดึงคนจากบริษัทของตนไป ด้วยสารพัดวิธี รวมถึงการเสนอค่าจ้างเป็นสองเท่าด้วย

หรือระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อปี 2016 เจ้าตัวก็ตอบคำถามเกี่ยวกับ เบโซส สั้น ๆ แค่ว่า “เจฟฟ์ คือใครเหรอ?”

2019
พวกชอบเลียนแบบ

ด้วยความที่ทั้งคู่มีแนวคิดคล้ายกัน มัสก์ จึงมักโจมตี เบโซส ผ่านสื่อว่าเป็นพวกชอบเลียนแบบ

ทั้งเรื่องโครงการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม แท็กซี่ไร้คนขับ และแผนการสร้างยานลงจอดบนดวงจันทร์

2019
ดาวอังคาร เรื่องเพ้อเจ้อ

เบโซส มักเลี่ยงการพาดพิงถึง มัสก์ ตรง ๆ แต่เลือกพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายสูงสุดของอีกฝ่าย คือการบุกเบิกดาวอังคาร โดยเปรียบเทียบว่าแผนของตนในการสร้างโคโลนีในอวกาศ ที่ไม่ไกลจากโลกนัก มีความเป็นไปได้มากกว่า

“คุณลองไปใช้ชีวิตบนยอดเขาเอเวอเรสต์ซักปีนึงก่อนว่าชอบไหม เพราะเทียบกับดาวอังคารแล้ว ที่นั่นถือเป็นสวรรค์ได้เลย” เบโซส กล่าวถึงแผนบุกเบิกดาวอังคารของ SpaceX

อ่านเพิ่มเติม

เบโซส เชื่ออนาคตโลกเจอปัญหาขาดแคลนพลังงาน-ย้ายไปอาศัยในอวกาศ

อีลอน มัสก์ ตั้งเป้าสร้างเมืองเรือนกระจกบนดาวอังคาร

2020
Amazon ธุรกิจผูกขาด

มัสก์ เบนเข็มจาก Blue Origin พุ่งเป้ามาที่ Amazon โดยตรง หลัง อเล็กซ์ เบเรนสัน ผู้เขียน ‘Unreported Truths about COVID-19 and Lockdowns’ ทวีตข้อความว่า e-book เล่มนี้ ถูก Amazon ปฏิเสธไม่ให้วางขายในร้านค้า Kindle Direct เพราะเนื้อหาบางส่วนผิดกฎของแพลตฟอร์ม

หลังทราบเรื่อง มัสก์ ทวีตด้วยการแท็กชื่อ เบโซส โดยตรง พร้อมโจมตีว่าธุรกิจของ Amazon เป็นการผูกขาด

จากนั้น e-book เล่มดังกล่าว ก็ถูกดึงกลับมาสู่แพลตฟอร์มอีกครั้ง พร้อมคำอธิบายจาก Amazon ว่าที่ถูกถอดไปในทีแรกเป็นความผิดพลาดของระบบ

2021
ชายที่รวยที่สุดในโลกคนล่าสุด

ในรอบปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ Tesla ทำ new high ต่อเนื่อง จนทำให้อันดับในลิสต์บิลเลียนแนร์ของ มัสก์ ซี่งเป็นทั้งซีอีโอ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขยับแซงหน้า ทั้ง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ บิล เกตส์

จนเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินของ มัสก์ ก็แซงหน้า เบโซส ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 สำเร็จ ที่ 187,000 ล้านดอลลาร์ (5.6 ล้านล้านบาท) เฉือนอันดับสองไปราว 1,000 ล้านดอลลาร์ (3 หมื่นล้านบาท)

แต่การที่ความมั่งคั่งของ มัสก์ ผูกไว้กับราคาหุ้น TSLA เป็นหลัก ก็อาจทำให้ เบโซส แซงหน้ากลับไปได้เช่นกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่มูลค่าหุ้นของ Tesla เกิดความผันผวนตามกระแสของนักลงทุน

นั่นทำให้เราจะได้เห็นทั้งคู่ผลัดกันขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งไปอีกนานแน่นอน

AHEAD TAKEAWAY

แม้ในรอบปีที่ผ่านมา สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัว จนถึงขั้นหยุดชะงัก แต่มีข้อสังเกตหนึ่ง คือ Tesla และ Amazon แทบไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เลย

ในปี 2020 มูลค่าหุ้นของ Tesla เติบโตขึ้นถึง 8 เท่า จากกระแส EV และพลังงานสะอาด จนทำให้บริษัทพลิกฟื้นจากที่เกือบล้มละลาย เมื่อ 2-3 ปีก่อน กลายเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มี market cap สูงสุดในปัจจุบัน

ขณะที่ Amazon แม้จะไม่โตแบบก้าวกระโดด แต่ถ้าย้อนกลับไปดูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่คือหุ้นที่มีอัตราการเติบโตแบบสม่ำเสมอ เฉพาะในปีที่ผ่านมา ก็โตขึ้นอีก 70%

เหตุผลหลัก ๆ คือธุรกิจของทั้งคู่ จะเป็นรากฐานสำหรับอนาคตต่อไปอีกนาน ทั้งพลังงานสะอาด อีคอมเมิร์ซ คลาวด์เซอร์วิส รวมถึงการสำรวจอวกาศ ที่จะเป็นก้าวต่อไปของมนุษยชาติ

แปลว่าการขับเคี่ยวของยักษ์ใหญ่คู่นี้ ทั้งในด้านการทำธุรกิจ และแง่คิด จะยังมีให้เห็นต่อไปอีกนานแน่นอน

เรียบเรียงจาก

Elon Musk just passed Jeff Bezos to become the world’s richest person. It’s the latest development in a 15-year feud between 2 of the world’s most powerful CEOs.

World’s richest men added billions to their fortunes last year as others struggled

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า