ในแต่ละวัน ทุกสิ่งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน หรือชีวิตส่วนตัว จะมีบทสรุปที่การส่งมอบคุณค่าไปสู่ผู้อื่น ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่เขียนโรดแมป พนักงานบริษัทที่ทำพรีเซนเทชั่นเสนอในการประชุม บาริสต้าที่ชงกาแฟ หรือ พ่อครัวที่ทำอาหารเสิร์ฟลูกค้า ฯลฯ

และในยุคสมัยที่มีการแข่งขันกันสูงในทุกเรื่องอย่างทุกวันนี้ คำถามคือเราจะทำยังไงเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเอง ท่ามกลางคู่แข่งที่พยายามส่งมอบคุณค่าเหมือน ๆ กัน ?

Rule 105

แนวทางง่าย ๆ เพื่อเพิ่ม productivity ให้ตัวคุณเอง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว คือการทำงานด้วยกฎ 105 % (Rule 105)

กฎนี้ คือการทำให้ดีขึ้นจากเกณฑ์ เพียงแค่ 5% แต่จะให้ผลตอบแทนมากกว่าที่ลงแรงเพิ่มหลายเท่า เพราะความรู้สึกของผู้รับ เมื่อเจอกับเรื่องเหนือความคาดหมาย จะส่งผลบวกสองด้าน คือ

1) ความประทับใจที่เกิดจากความประหลาดใจ

มันคือเหตุผลเดียวกับที่คุณจะดีใจเป็นพิเศษ เวลามีใครเซอร์ไพรส์คุณด้วยของขวัญหรือช่อดอกไม้

แต่ในที่นี้ คุณไม่จำเป็นต้องเซอร์ไพรส์คนอื่นด้วยของราคาแพงเสมอไป แค่เพิ่มจากสิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวัน อีก 5% เท่านั้น

ยิ่งทุกวันนี้ หลายคนไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณทำได้ดีเกินกว่าที่พวกเขาหวังไว้ ไม่ต้องถึงขนาด 500% แค่เพิ่มจากมาตรฐานอีก 5% ก็สร้างความประทับใจได้แล้ว

5% ที่ว่าอาจเป็นอะไรก็ได้ เช่นส่งงานเร็วกว่ากำหนดอีกนิด ลดต้นทุนลงได้เล็กน้อย หรือแม้แต่การแถมคุ้กกี้ชิ้นเล็ก ๆ พร้อมกาแฟที่เสิร์ฟ ฯลฯ

ฟังดูแล้วไม่มากเลย แต่ 5% ที่เพิ่มขึ้นมา ก็พอจะทำให้คุณดูเด่นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้ว

2) สร้างและเพิ่มต้นทุนทางความรู้สึก

ให้คิดว่าทุกครั้งที่คุณใช้กฎนี้ เหมือนการสร้างต้นทุนด้านความรู้สึกแก่อีกฝ่าย

ถ้าเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมา ต้นทุนความสัมพันธ์ที่คุณฝากไว้แต่แรก จะช่วยลดความไม่พอใจของคนเหล่านั้นลงได้

ยกตัวอย่าง ถ้าพนักงานร้านโปรดของคุณเสิร์ฟอาหารช้า คุณอาจจะหงุดหงิดบ้าง แต่ก็พร้อมยังกลับมาใช้บริการอีก เพราะยังมีต้นทุนด้านความรู้สึกเหลืออยู่

แต่ถ้าพวกเขาทำพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซักวันคุณก็คงหมดความอดทน และไปหาร้านอื่นแทน

กลับกัน ถ้ามีร้านไหนเพิ่มต้นทุนด้านความรู้สึกให้คุณทุกครั้งที่มาใช้บริการ โอกาสที่คุณจะกลับมาที่ร้านบ่อย ๆ ก็เพิ่มขึ้นไปด้วย

AHEAD TAKEAWAY

ในเมื่อคุณมีสิ่งที่ต้องทำทุกวัน จนเป็นเรื่องคุ้นเคยอยู่แล้ว การลงแรงเพิ่มอีก 5% เพื่อเพิ่ม productivity ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงอะไร

แต่มันจะให้ผลลัพธ์กลับมามากกว่านั้นมาก เพราะในแง่ทฤษฎี นี่ก็คือเรื่องของ customer-centric นี่เอง

เพราะในเมื่อคุณใส่ใจลูำกค้าเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะเกิด แบรนด์ลอยัลตี ทำให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน โอกาสที่ธุรกิจของคุณจะเติบโตอย่างยั่งยืนก็มากขึ้น

ฉะนั้น ทุกครั้งก่อนลงมือทำอะไรก็ตาม ลองถามตัวเองว่าจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้อีกฝ่าย รู้สึกได้ถึง 5% ที่ได้รับเพิ่มจากคุณ

นอกจากการทำงานแล้ว ถ้าคุณใช้กฎ 105 ให้สม่ำเสมอเป็นนิสัยในทุก ๆ เรื่อง (รวมถึงชีวิตส่วนตัวด้วย) รับรองว่า คุณจะเห็นผลตอบรับที่เกินคาดแน่นอน

เรียบเรียงจาก

Use Rule 105 to boost your performance at work

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า