Apple

ทำไม Apple ถึงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ในลิสต์ของ Fortune 14 ปีซ้อน ?

แม้หลายปีมานี้ Apple จะถูกสบประมาทว่าเน้นแต่เรื่องผลกำไร ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะปฏิวัติวงการ หรือมีข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นสำหรับการดาวน์เกรดผลิตภัณฑ์บบางตัว

แต่ในแง่ของความน่าเชื่อถือนั้นเป็นอีกเรื่อง ค่ายผลไม้ยังคงได้รับความไว้วางใจเสมอ

จนเป็นที่มาของตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่ง ในลิสต์ World’s Most Admired Companies ของนิตยสาร Fortune เป็นปีที่ 14 ติดต่อกัน

ตำแหน่งดังกล่าว เป็นผลจากการสำรวจความเห็นของผู้บริหารองค์กร ผู้อำนวยการ และนักวิเคราะห์ 3,800 ราย ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

อุตสาหกรรม (Apple ถูกจัดไว้ในหมวดคอมพิวเตอร์) / นวัตกรรม / การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ / การใช้งานสินทรัพย์องค์กร / ความรับผิดชอบต่อสังคม / คุณภาพการจัดการ / สถานะการเงิน / มูลค่าการลงทุนในระยะยาว / คุณภาพสินค้าและบริการ / ความสามารถในการแข่งขัน

ซึ่งค่ายผลไม้ได้รับเลือกให้ติดอันดับ 1 ในทุกหมวด โดยมีบางหัวข้อที่เป็นการแชร์อันดับร่วมกับ Amazon ซึ่งได้รับการโหวตในอันดับ 2 รวม และอันดับ 1 ในกลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตและค้าปลีก

คือ นวัตกรรม / การใช้งานสินทรัพย์องค์กร / ความรับผิดชอบต่อสังคม / คุณภาพการจัดการ / สถานะการเงิน / มูลค่าการลงทุนในระยะยาว

ส่วนอันดับอื่น ๆ ที่เหลือในท็อปเทน ได้แก่ Microsoft (#3), Walt Disney (#4), Starbucks (#5), Berkshire Hathaway (#6), Alphabet (#7), JPMorgan Chase (#8), Netflix (#9) และ Costco Wholesale (#10)

AHEAD TAKEAWAY

เจสัน อีทเทน นักเขียนสายเทคโนโลยีของ Inc. มองว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ Apple รักษาสถานะแบรนด์อันดับหนึ่งไว้ได้ยาวนาน มาจากเหตุผลหลัก ๆ 3 ข้อด้วยกัน

#1
คุณภาพของผลิตภัณฑ์

เพราะแม้สินค้าเรือธงอย่าง iPhone จะถูกวิจารณ์มาตลอดว่าไม่มีอะไรว้าว

แต่ทุกครั้งที่เปิดตัวรุ่นล่าสุด ก็ยังได้รับความสนใจ และไว้วางใจเสมอ ขณะที่ไลน์สินค้าอื่น ๆ อย่าง iPad และ Apple Watch ก็เป็นผู้นำแบบไร้คู่แข่งในกลุ่มแท็บเล็ท และ แวเรเบิลดีไวซ์

ยอดขาย Apple Watch ปี 2019 แซงหน้าอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส

กระทั่งสินค้าในกลุ่มที่เคยเฉพาะทางอย่าง Mac ก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษในปีที่ผ่านมา ด้วยขุมพลังตัวล่าสุดอย่างชิปเซต M1 ที่อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมให้ค่ายผลไม้รุกตลาดผู้ใช้งาน PC อย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้

#2
ผลกำไรและสถานะการเงินที่ถูกใจผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ เพิ่งสร้างสถิติทำยอดขายได้ถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ (3 ล้านล้านบาท) ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 จากยอดขายของ iPhone ที่ดีดตัวกลับมา

ขณะที่สินค้าในไลน์อื่นก็มียอดขายเพิ่มขึ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ Wall Street ประมาณการไว้

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านโยบายของทั้งรัฐและเอกชนที่สนับสนุนการทำงานจากบ้านมากขึ้น จะยิ่งส่งผลดีต่อยอดขายอุปกรณ์เหล่านี้ไปอีกพักใหญ่ ๆ ด้วย

อ่านเพิ่มเติม จากฮาร์ดแวร์สู่ซอฟต์แวร์ เส้นทางสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ของ Apple

จากฮาร์ดแวร์สู่ซอฟต์แวร์ เส้นทางสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ของ Apple

#3
การให้ความสำคัญกับผู้บริโภค

อีทเทน มองว่านี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ของ Apple แข็งแรงต่อเนื่อง เพราะไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างใช้งานแก่ผู้บริโภค แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลส่วนตัว ที่เป็นประเด็นสำคัญในซีกโลกตะวันตกด้วย

เพราะขณะที่บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google หรือ Facebook ถูกวิจารณ์เรื่องการนำข้อมูลผู้บริโภคไปหาประโยชน์ Apple กลับยืนกรานให้ความสำคัญกับเรื่อง privacy และเคยปฏิเสธคำร้องจาก FBI ในการปลดล็อค iPhone ของผู้ก่อการร้ายจนเป็นคดีความฟ้องร้องกันมาแล้ว

หรือกรณีพิพาทครั้งล่าสุดกับ Facebook ที่ iOS 14 ให้สิทธิ์ผู้ใช้งานเลือกได้ว่าจะให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เก็บข้อมูลการใช้งานหรือไม่ จนกระทบต่อแหล่งรายได้หลักของโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่แบบชัดเจน

อีทเทน มองว่าการยืนหยัดในเรื่องนี้ ทำให้ค่ายผลไม้เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค จนพร้อมสนับสนุนต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำกันได้ง่าย ๆ ในยุคที่ทุกธุรกิจมีการแข่งขันกันสูง

กลับกัน Facebook ที่โจมตี Apple ผ่านสื่อหลายครั้งเกี่ยวประเด็นนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กลับไม่มีชื่อติดอยู่ในลิสต์ 332 บริษัท ในการจัดอันดับครั้งนี้เลย ทั้งที่เมื่อปี 2017 ยังติดในอันดับ 9 ร่วมกับ Microsoft ด้วยซ้ำ

เพราะภาพลักษณ์ของบริษัทในรอบหลายปีมานี้ ได้รับผลกระทบจากการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการค้ามากจนผู้บริโภครู้สึกว่าถูกคุกคาม รวมถึงข่าวการรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม ภาพลักษณ์ถดถอย ทำ Facebook หลุดท็อปเทนองค์กรที่คนอยากทำงานด้วย

เรียบเรียงจาก

World’s Most Admired Companies

The World’s Most Admired Company for the 14th Year in a Row. Facebook Isn’t Even on the List

Apple’s FBI Privacy Standoff Is an Example for Every Brand

Should You Buy AAPL Stock?

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
Wearable Devices

การ์ทเนอร์คาดการใช้จ่าย Wearable Devices ทั่วโลก แตะ 2.4 ล้านล้านบาท

Next Article
รถยนต์ไฟฟ้า

ทิศทางรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน ความเป็นไปได้สู่เป้าหมาย 250 ล้านคัน ในอนาคต

Related Posts