E-signature

Adobe เผยสถิติ E-signature โตก้าวกระโดด รับกระแส Contactless ยุคโควิด

รายงาน Adobe Digital Insights เผย สถิติการใช้ E-signature เติบโตรวดเร็ว อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นผลจากกระแส Contactless การเปลี่ยนวิธีทำงานในอนาคต และเทรนด์คอนซูมเมอร์ที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้แพร่หลายในวงกว้าง

การระบาดของ โควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกือบทุกด้านของผู้บริโภค หนึ่งในวิธีที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ คือการใช้เอกสารดิจิทัล และ e-signature ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Document Cloud ส่งผลให้ปี 2563 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนการใช้กระดาษสู่เอกสารดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เซ็นสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก และจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในปีนี้และปีต่อไป

รายงาน Adobe Digital Insights ได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้บริโภค 4,000 คนทั่วโลกเกี่ยวกับการใช้งานเอกสารดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสช่วงการแพร่ระบาด โดยพบผลการศึกษาที่สำคัญดังนี้:

สถิติการใช้งานที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

แง่บวกของการระบาด คือทำให้เราเรียนรู้ว่า การรับส่งเอกสารแบบเดิม เป็นเรื่องยุ่งยาก ล้าสมัย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ทางเลือกใหม่ อย่าง การเซ็นชื่อบนเอกสารดิจิทัล จึงเติบโตแบบทวีคูณในปีที่แล้ว ด้วยสถิติผู้บริโภคที่เซ็นชื่อบนเอกสารดิจิทัลเพิ่มขึ้นราว 60% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ที่จริง การเปลี่ยนจากกระดาษสู่เอกสารดิจิทัล เกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ในรูปของ PDF แต่ผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เคยใช้ e-signature มาก่อนเลยกระทั่งปีที่แล้ว

ผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันมากกว่าหนึ่งในสี่ (27%) เซ็นชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์ในเอกสารเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขนี้ครอบคลุมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น สัญญาธุรกิจ แบบฟอร์มลงทะเบียนทางการแพทย์ สัญญาเงินกู้ สัญญาจ้างงาน และแบบฟอร์มการยินยอมต่างๆ

ยังมีสถิติอื่น ๆ ที่เติบโตขึ้นด้วย เช่น ชาวอเมริกันมากกว่าหนึ่งในสาม (38%) จัดเก็บเอกสารไว้ในระบบคลาวด์ เพราะพบว่าระบบคลาวด์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความสะดวกในโลกวิถีใหม่ เช่น การพบแพทย์ตามที่นัดหมายได้อย่างปลอดภัย การขอคืนภาษีในช่วงที่จำกัดการนัดหมาย หรือการลงทะเบียนเรียนในวิชาต่างๆ

Gen Z เป็นกลุ่มที่นิยมใช้มากที่สุด

 

กลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเอกสารดิจิทัล คือ คนรุ่น Gen Z โดยกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 53% เผยว่า เซ็นเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรกในปี 2563 เปรียบเทียบกับสัดส่วน 30% ของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์

นอกจากนี้ คนรุ่น Gen Z ส่วนใหญ่ (79%) ยอมรับว่าไม่รู้จักเทคโนโลยีนี้ และไม่เคยมีโอกาสเซ็นเอกสารดิจิทัลมาก่อนจนเมื่อปีที่แล้ว

เกินกว่าครึ่งของคนรุ่น Gen Z และ Millennial ใช้เอกสารดิจิทัลมากขึ้นในปี 2563 เทียบกับคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่ใช้ราว 1 ใน 3

73% ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เลือกใช้สมาร์ทดีไวซ์ในการเซ็นเอกสาร เทียบกับ 1 ใน 4 ของเบบี้บูมเมอร์

การปรับมาใช้ e-signature เพื่อรองรับการทำงานในอนาคต

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ บริการด้านการเงิน และการศึกษา ต้องปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ในปีที่ผ่านมา

ในอดีตโรงเรียนจัดเป็นหน่วยงานที่มีการใช้กระดาษสูงมาก แต่การแพร่ระบาดเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้มีการใช้เอกสารดิจิทัล สำหรับงานสำคัญๆ เช่น การดำเนินงานของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้า ความช่วยเหลือด้านการเงิน การลงทะเบียนเรียน ทุน และเงินบริจาค หรือบริการสำหรับบุคลากร เช่น สวัสดิการ บัญชีเงินเดือน

การใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน (เพิ่มขึ้น 250% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า)

ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริการด้านการเงิน ก็มีสถิติการเติบโตเป็นตัวเลข 3 หลัก สำหรับการใช้ e-signature ในเดือนพฤษภาคม (เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) โดย 80% เป็นการใช้งานโดย Gen Z และ Millennial

ในเรื่องความคิดเห็น กว่า 63% ของชาวอเมริกัน ก็ต้องการให้หน่วยงานรัฐ เช่น กรมการขนส่งและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้เอกสารดิจิทัล เพื่อจัดการเอกสารสำคัญเพิ่มขึ้น

แนวโน้มของเอกสารดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก E-signature ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มมิลเลนเนียล และแนวโน้มการเติบโต น่าจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้

76% ของผู้ตอบแบบสอบถามใน APAC ระบุว่า ใช้เอกสารดิจิทัลมากขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 โดย กลุ่มมิลเลนเนียล (61%) คือกลุ่มที่มีอัตราการใช้งานสูงสุด

53% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่ายอมรับว่าใช้ E-sign เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานไหนเสนอทางเลือกนี้มาก่อน

ชาวอินเดียเป็นกลุ่มที่ใช้ E-sign เป็นครั้งแรกมากที่สุด (62%) ส่วนเอกสารที่ลงชื่อผ่าน E-sign มากที่สุด คือ กรมธรรม์ประกันภัย (43%) และการลงทะเบียนที่เกี่ยวกับการแพทย์ (38%)

82% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เผยว่าได้แจ้งกับบริษัทให้เสนอทางเลือกในการเซ็นชื่อแบบดิจิทัลในเอกสารเพิ่มมากขึ้น ในสัดส่วนใกล้เคียงกับการแจ้งต่อหน่วยงานภาครัฐ (78%)

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 34% ยังเริ่มจัดเก็บข้อมูลของตนเองไว้บนระบบดิจิทัล ใกล้เคียงกับ กลุ่มที่บันทึกเอกสารทั้งในรูปแบบดิจิทัลและที่เป็นกระดาษ (36%) พร้อมอธิบายว่าการทำสำเนาแบบดิจิทัล เพื่อแบ็คอัพข้อมูลจากเอกสารกระดาษช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

เอกสารดิจิทัลส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บไว้ทั้งในคอมพิวเตอร์ และระบบคลาวด์ โดยคนกลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่นิยมใช้งานคลาวด์สตอเรจมากที่สุด คือ 65%

การรักษาความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ตอบแบบสอบถาม โดย 71% คาดหวังว่าเอกสารควรจะมีการป้องกันด้วยรหัสผ่าน และ 57% คิดว่าเอกสารควรจะใช้การยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (2-Factor Authorization)

ทรรศนะของผู้บริหารอะโดบี

ไซม่อน เดล กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอะโดบี กล่าวว่า “การระบาดของโควิดส่งผลให้รูปแบบการทำงานและการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไป”

“ปี 2563 คือ จุดเปลี่ยนสำคัญให้เอกสารดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการดำเนินธุรกิจ การติดต่อสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการทำธุรกรรมสำหรับองค์กรธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และผู้บริโภค และแน่นอนว่าจะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต”

อะโดบี คาดการณ์ว่าผู้บริโภคทั่วโลกส่วนใหญ่ (76%) จะยังคงใช้ e-signature ต่อไปภายหลังการแพร่ระบาด เห็นได้จากการที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันกว่า 63% เชื่อว่าบริษัทที่ไม่ได้เสนอทางเลือกสำหรับการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จะกลายเป็นบริษัทที่ล้าหลัง และผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกน้อยกว่า 47% เชื่อว่าเทคโนโลยี E-sign ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าพอ

แม้ว่าวิกฤตโควิดกำลังจะผ่านพ้นไป แต่ผู้บริโภคทั่วโลกจะไม่กลับไปใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการจัดการและเซ็นชื่อในเอกสารอีกต่อไป เพราะ e-signature กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ผู้บริโภคเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง และได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Digital Transformation ได้ที่นี่

8 คำแนะนำ ทำ Digital Transformation ยังไง ไม่ให้ล้มเหลว

8 คำแนะนำ ทำ Digital Transformation ยังไง ไม่ให้ล้มเหลว

เก็บตกจาก Clubhouse : Digital Transformation 101 – คืออะไร ทำยังไง

เก็บตกจาก Clubhouse : Digital Transformation 101 – คืออะไร ทำยังไง

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Total
0
Shares
Previous Article
เอสเอ็มอีไทย

ซิสโก้ เผยผลสำรวจ เป้าหมายหลัก เอสเอ็มอีไทย คือใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน

Next Article
2021

10 เทคโนโลยีพลิกโลกแห่งปี 2021 คัดเลือกโดย MIT Technology Review

Related Posts