เทรนด์เทคโนโลยีและธุรกิจ

5 เทรนด์เทคโนโลยีและธุรกิจ ในไตรมาสแรกของปี 2021 ที่คุณควรรู้

ปี 2021 เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วจนหลายคนอาจตามไม่ทัน และมีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย

มาดูกันว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา มี เทรนด์เทคโนโลยีและธุรกิจ เรื่องไหนบ้างที่คุณควรต้องรู้

Clubhouse: โอกาสเลือกของคนเสพสื่อ

Clubhouse น่าจะเป็นโซเชียลมีเดียที่ฮอตที่สุด ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้แล้ว ด้วยการเติบโตแบบออร์แกนิค จนมียอดดาวน์โหลดกว่า 8 ล้านครั้งในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนหนึ่ง อาจเป็นผลจากกระแสที่มีคนดังเข้าไปใช้งานจำนวนมาก ทำให้หลายคนกลัวตกรถ (FOMO)

แต่ในอีกมุม สิ่งที่ Clubhouse กำลังทำ คือพาคนบนโลกออนไลน์ ย้อนกลับไปสู่ “ยุคท่องอินเทอร์เน็ต” เพื่อเลือกคอนเทนต์ที่เราจะเสพ แทนที่จะรอให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม อย่าง Google, Facebook, Spotify หรือ Netflix เสิร์ฟ “เรื่องที่น่าจะเหมาะกับเรา” อย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

Clubhouse ยังมาถูกที่ถูกเวลา ในช่วงที่งานคอนเฟอเรนซ์หรืออีเวนท์ต่าง ๆ ถูกระงับ เพราะโควิด-19

เพราะถึงจะย้ายมาอยู่บนโลกเวอร์ชวล แต่มีความสดที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งตารางเวลาที่ชัดเจน เราเป็นผู้เลือกว่าจะเข้าไปฟังห้องที่มีสปีกเกอร์ดัง ๆ พูด หรือไปถกประเด็นที่สนใจแบบเรียลไทม์ และเมื่อปิดห้องก็คือจบ เรียกไฟล์มาฟังย้อนหลังแบบพอดแคสต์ไม่ได้

อย่างมาก คือย้อนหลังไปอ่านสรุปจากที่มีคนจดไว้ แต่ก็อาจไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้อรรถรสเท่ากับการนั่งฟังจากสปีกเกอร์แบบสด ๆ อยู่ดี

แต่การพูดคุยที่ถูกลบทิ้ง เท่ากับเราจะไม่ทิ้ง digital footprint ใด ๆ ไว้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่คนบนโลกออนไลน์เริ่มมองหาก็ได้ ในยุคที่ข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของเราแทบจะถูกยึดไว้โดยยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้งหลาย

EV: เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ย้ายขั้วไปจีน

ถึงผู้ผลิตรายใหญ่บางรายจะยังสงวนท่าที ไม่เข้าร่วมเทรนด์ EV แบบเต็มตัว แต่การที่ปัจจุบัน Tesla คือผู้ผลิตที่มี market cap มากกว่าทั้ง Toyota, Volkswagen, Daimler และ Honda รวมกัน

ก็น่าจะบอกถึงแนวโน้มว่า อย่างน้อย EV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้ในอนาคตอันใกล้

เสริมด้วยการที่ Tesla ไม่ใช่ผู้ผลิต EV เพียงรายเดียวที่น่าจับตา เพราะปัจจุบัน BYD และ NIO จากจีน ก็มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 และ 5 ของโลก

ที่ผ่านมา จีนอาจยังไม่ใช่ผู้นำในด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม แต่หากมี know-how ในมือ การจะเติบโตเป็นผู้นำด้านการผลิตก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับแผ่นดินใหญ่

เห็นได้จากการใช้เวลาเพียง 168 วัน หรือห้าเดือนเศษในการสร้าง Gigafactory ที่เซี่ยงไฮ้ เทียบกับโรงงานที่เนวาดา ซึ่ง Tesla ใช้เวลาถึงสองปี

เท่ากับว่าจากนี้ Tesla จะสามารถผลิต Model 3  รถรุ่นยอดนิยม ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 คัน

ส่วนปัจจุบัน BYD (ที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถือหุ้นอยู่ด้วย) ก็เป็นโรงงานอันดับหนึ่งของโลก สำหรับการผลิตรถบัสพลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ละตินอเมริกา และยุโรป รวมถึงเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับสองของโลก เป็นรองเกาหลีเพียงชาติเดียวเท่านั้น

นั่นแปลว่าถ้า EV กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของยานยนต์จริง ความหวังของจีนที่จะขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ ก็มีโอกาสสูง เพราะมีความพร้อมกว่าคู่แข่งรายอื่นในทุก ๆ ด้าน

ท่าทีของรัฐบาลจีนต่อเนชั่นแนลแชมเปี้ยน

ช่วงที่ผ่านมา Alibaba, Tencent และ JD.com ต้องเจอแรงกดดันอย่างหนักจากหน่วยงานรัฐ ทั้ง ในข้อหาผูกขาดทางการค้า

โดยเฉพาะในรายของ Ant Group ฟินเทคสตาร์ทอัพเบอร์หนึ่ง ในเครือ Alibaba ที่ถูกสกัดแผนนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งที่อาจเป็นการทำ IPO ที่มีมูลค่ามหาศาลที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลัง แจ๊ค หม่า กล่าวพาดพิงถึงนโยบายของรัฐบาล

เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจีน ที่ปกติหนุนหลังเนชั่นแนลแชมเปี้ยนในกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้มาตลอด ถึงเปลี่ยนท่าที เมื่อเทียบกับ Huawei, Haier, Lenovo หรือ TikTok ที่ยังได้รับการสนับสนุนอยู่

เหตุผลหลักน่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เพราะปัจจุบัน รายได้หลักของทั้ง JD.com และ Alibaba ยังคงมาจากภายในประเทศ (คือ 100% และ 91% ตามลำดับ) ส่วนผู้ใช้งาน WeChat ในเครือ Tencent 92% ก็เป็นชาวจีน

เทียบกับ Huawei ที่ 59% Haier ที่ 53% ส่วน Lenovo ทำรายได้จากคนในประเทศเพียง 21%

การที่ JD.com, Tencent และ Alibaba เติบโตเฉพาะภายในประเทศนั้น ส่งผลต่อสถานะของหน่วยงานรัฐโดยตรง เหมือนที่การเติบโตของ Ant Group ถูกมองว่ากระทบต่อธนาคารกลางและสถาบันการเงินอื่น ๆ ในประเทศ

แรงกดดันที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นสัญญาณให้ผู้บริหารของเนชั่นแนลแชมเปี้ยนเหล่านี้ ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ และหาทางขยายตลาดออกไปนอกประเทศแทน ตามที่รัฐบาลจีนต้องการ

ยุคของอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม

การไลฟ์เพื่อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดีย และมาร์เก็ตเพลส อาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ในอนาคต นี่อาจเป็นเทรนด์ที่ถูกนำไปใช้ในในวงกว้างมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในสหรัฐฯ

หลายปีมานี้ ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกอย่าง Walmart พยายามปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์โดยตลอด ทั้งในแง่ของบริการใหม่ ๆ รวมถึงการลงทุนใน JD.com และ Dada-JD-Daojia แพลตฟอร์มบริการเดลิเวอรีสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือ JD

การลงทุนในอีคอมเมิร์ซจีนมากขึ้น ทำให้ Walmart ได้เห็นเทรนด์การไลฟ์เพื่อขายสินค้า ซึ่งเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงโควิด ด้วยยอดผู้ชมที่เพิ่มจาก 123 ล้านคนในเดือนมีนาคม เป็น 388 ล้านคนในเดือนธันวาคม หรือเกินกว่า 300%

และ 2 ใน 3 ตกลงซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งระหว่างรับชมด้วย

การได้เห็นพลังของไลฟ์สตรีมบนโซเชียลมีเดีย น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ Walmart ยังไม่ล้มความตั้งใจที่จะถือหุ้นของ TikTok ในสหรัฐฯ แม้ดีลร่วมกับ Oracle ที่เริ่มต้นในยุคอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่สำเร็จก็ตาม

เพราะนี่คืออีกช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในแง่การติดตามเทรนด์ ทำแบรนดิ้ง และสร้างคอนเทนต์ที่จะปิดการขาย โดยใช้ระบบโลจิสติกส์ของบริษัทฯ รองรับ

การปรับตัวของแพลตฟอร์มดั้งเดิมในยุคฟินเทค

หลายปีมานี้ การเงินการธนาคารคือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกท้าทายโดย disruptive technologies มากที่สุด

เพราะมีสตาร์ทอัพในสายฟินเทคเกิดขึ้นมากมาย พร้อมนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์มากกว่า บวกกับแรงเสริมจากโควิด-19 ที่ผลักให้ผู้บริโภคต้องปรับตัวตาม ในปีที่ผ่านมา

ทางออกของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชำระเงิน อย่าง Mastercard หรือ Visa เพื่อให้เท่าทันผู้เล่นใหม่ ๆ คือการจับมือกันในฐานะพันธมิตร

เช่น การเสนอให้ใช้โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้บริการของฟินเทคเหล่านั้นคล่องตัวขึ้น พร้อมการันตีความมั่นใจของผู้ใช้ ด้วยชื่อเสียงและมาตรฐานของบริษัทฯ

แนวทางนี้นอกจากจะช่วยให้แพลตฟอร์มดั้งเดิมเหล่านี้ไม่ถูก disrupt แล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยบริการรูปแบบใหม่ ๆ ด้วย

เช่น การจับมือกับผู้ให้บริการซื้อขายเงินดิจิทัล BlockFi เปิดตัวบัตรเครดิต ที่ผู้ใช้จะได้รับบิตคอยน์แทน cashback หรือคะแนนสะสม

เรียบเรียงจาก

Adapt to survive: here’s what you need to know

Walmart’s use of TikTok will likely continue, even if deal with Oracle falls apart

Live Streaming Drives $6 Billion USD In Sales During The 11.11 Global Shopping Festival

Tesla Q4 2020 Vehicle Production & Deliveries

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
Baksters

Baksters โซลูชั่นวิเคราะห์ผู้เข้าชม เพิ่มยอดขายด้วย AI

Next Article
True IDC

รู้จัก True IDC คลาวด์ระดับโลกของคนไทย พาร์ทเนอร์ที่ AWS ไว้วางใจ

Related Posts