Teladoc

ความท้าทายที่ Teladoc เผชิญ อนาคตที่รออยู่ของผู้นำธุรกิจ เทเลเมดิซีน

หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จากผลกระทบของโควิด-19 ในรอบปีที่ผ่านมา นอกจาก อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แล้ว

คงต้องนับรวม เทเลเมดิซีน หรือบริการปรึกษาแพทย์ทางไกลไว้ด้วย และหนึ่งในบริษัทด้านนี้ที่ฮอตที่สุด ก็คือ Teladoc หนึ่งในหุ้นตัวท็อปที่กองทุน Ark Invest เลือกลงทุน

จุดเริ่มของเทเลเมดิซีน

จริง ๆ แล้ว การแพทย์ทางไกลไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 โดย “บิดาแห่งเทเลเมดิซีน” เจย์ แซนเดอร์ส

คุณหมอแซนเดอร์ส พัฒนาไอเดียขึ้นจากปัญหาที่เพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาล เจอปัญหารถติด จนเดินทางไปรับงานเสริมที่ศูนย์การแพทย์ของสนามบินโลแกนที่ตั้งห่างไปไม่ถึง 6 กม. ไม่ทันเวลา

แต่ในยุคแรก เทเลเมดิซีนยังเป็นแค่การโทรศัพท์ให้คำปรึกษาทั่วไป

จนเมื่อ ไมเคิล กอร์ทัน serial entrepreneur ชาวอเมริกัน ก็เห็นว่านี่คือช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วกว่าในการพบแพทย์สำหรับคนทั่วไป ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้เสริมให้กับแพทย์ จนเป็นที่มาของการก่อตั้ง Teladoc ร่วมกับ ไบรอน บรูคส์ ขึ้นในปี 2002

แต่ที่ผ่านมา การโทรปรึกษาเรื่องอาการป่วยนั้นมีลักษณะไม่เป็นทางการ เมื่อจะทำให้เป็นธุรกิจ กอร์ทัน จึงต้องพยายามชี้แจงต่อคณะกรรมการแพทย์ และหน่วยงานรัฐ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นในที่สุด

ผู้บุกเบิกธุรกิจแพทย์ทางไกล

กอร์ทัน อธิบายว่าธุรกิจของ Teladoc นั้นเป็นโซลูชั่นสำหรับสองปัญหาใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

หนึ่งคือการเข้าถึง โดยบริษัทสามารถจัดหาแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาได้ภายใน 12 นาที โดยคิดค่าบริการที่ถูกกว่าการไปพบแพทย์ตามปกติถึง 1 ใน 3

สองคือการร่นระยะเวลาทำงานของแพทย์ให้น้อยลง แต่สามารถดูแลคนไข้ได้มากขึ้น และมีรายได้มากขึ้นไปด้วย

กอร์ทัน สามารถสร้างฐานลูกค้าได้มากถึงสองล้านคนในเวลาเจ็ดปี ก่อนอำลาบริษัท โดยมี เจสัน กอร์วิช มารับหน้าที่ซีอีโอแทน เมื่อปี 2009 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

กอร์วิช เข้ามาสานต่องานของ กอร์ทัน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในระยะหลัง เช่น สมาร์ทโฟน แอปพลิเคชั่น และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มายกระดับการให้บริการ

รวมถึงโมเดลธุรกิจหลัก ในการหารายได้จากระบบสมาชิกสำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งมีถึง 40% ที่เป็นบริษัทในกลุ่ม Fortune 500

ยิ่งเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด จนปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับการประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าราว 27,720 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 865,000 ล้านบาท แม้จะยังไม่สามารถทำกำไรได้ก็ตาม

ความท้าทายที่รออยู่

แม้สถานการณ์โควิดทั่วโลกจะเริ่มคลี่คลาย ด้วยผลจากวัคซีน แต่ความสะดวกของเทเลเมดิซีน น่าจะยังเป็นเหตุผลให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตต่อไปได้อีก

ปัญหาของ Teladoc ในตอนนี้ คือถึงจะเป็นผู้นำ แต่ก็มีคู่แข่งหน้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

แต่ที่น่ากลัวที่สุดคงไม่พ้น Amazon ที่เพิ่งประกาศว่าเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ Amazon Care เพื่อชนกับผู้เล่นเก่า ๆ ในอุตสาหกรรมนี้โดยตรง จนส่งผลให้ราคาหุ้นของ Teladoc เมื่อช่วงกลางเดือนตกลงไปเกือบ 8%

เพราะที่ผ่านมา Amazon นั้นขึ้นชื่อในการชิงมาร์เก็ตแชร์จากผู้เล่นหน้าเก่าได้เสมอ ด้วยกลยุทธ์ การบริการ หรือแม้แต่ราคาที่ดีกว่า

นอกจากนี้ Amazon เองก็ปูทางในการเข้าสู่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทั้งการจัดตั้งศูนย์สุขภาพ ร่วมกับ Berkshire Hathaway และ JPMorgan Chase ไปจนถึงการเทกโอเวอร์ PillPack ร้านขายยาออนไลน์ เมื่อสามปีก่อน (อ่านเพิ่มเติม เรื่องการเทกโอเวอร์ PillPack ได้ ที่นี่  และการสร้างศูนย์สุขภาพของ 3 องค์กรชั้นนำ ที่นี่

ถ้าจะยังมีสัญญาณที่ดีอยู่บ้างสำหรับ Teladoc ก็คือการที่ Ark Invest ยังคงไว้วางใจบริษัทเช่นเดิม และทยอยซื้อหุ้นเพิ่มตอนราคาตก จนทำให้ปัจจุบันกองทุนของ เคธี วู้ด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ไปแล้ว

จากนี้ ก็คงขึ้นกับว่าเมื่อถึงเวลาที่ Amazon ลงสนามจริงในธุรกิจนี้ เจ้าของตำแหน่งคนเดิม จะพร้อมรับมือยักษ์ใหญ่ในคราบน้องใหม่ได้ดีแค่ไหน

เรียบเรียงจาก

Interview with Michael Gorton

Serial entrepreneur Michael Gorton let dreams of spaceflight rocket him to success

How ‘A Stupid Idea’ Gave Birth to Telemedicine

Current Valuation

‘Virtual Care Is the Great Equalizer in Healthcare’, Says Teladoc Health CEO

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
ดิจิทัลพาสปอร์ต

Excelsior Pass ดิจิทัลพาสปอร์ต สำหรับผู้ฉีดวัคซีน ปูทางกระตุ้นเศรษฐกิจ

Next Article
ยานยนต์อัตโนมัติ

" Tesla ไม่ใช่ยานยนต์อัตโนมัติอย่างที่ มัสก์ บอก " คำตอบโต้จากอัจฉริยะดาวรุ่ง

Related Posts