ยานยนต์อัตโนมัติ

” Tesla ไม่ใช่ยานยนต์อัตโนมัติอย่างที่ มัสก์ บอก ” คำตอบโต้จากอัจฉริยะดาวรุ่ง

แม้ อีลอน มัสก์ จะเป็นอัจฉริยะที่ทุกคนยอมรับ และปัจจุบัน Tesla ก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มี market cap สูงที่สุดในโลก

แต่ในด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน ว่า มัสก์ ตัดสินใจถูกต้องรึเปล่า

ที่ปฏิเสธจะใช้เซนเซอร์แสงเลเซอร์ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง อย่างไลดาร์ (LiDaR) เหมือนผู้ผลิตรถขับเคลื่อนอัตโนมัติรายอื่น ๆ ถึงขนาดพูดว่าไม่มีวันที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับรถของบริษัทฯ แต่เลือกใช้กล้องวิดีโอแบบสองเลนส์ (stereo camera) ทำงานร่วมกับเรดาร์ (Radar) และเซนเซอร์อัลตราโซนิคแทน

ความเห็นของ มัสก์ นั้นเป็นประเด็นที่โต้เถียงกันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีคู่กรณีหลักคือ จอห์น คราฟชิค ซีอีโอของ Waymo บริษัทลูกของ Google ที่สปินออฟมาเพื่อพัฒนารถไร้คนขับโดยเฉพาะ

รวมถึงรายล่าสุด คือ ออสติน รัสเซลล์ อัจฉริยะดาวรุ่งผู้ก่อตั้ง Luminar สตาร์ทอัพผู้พัฒนาไลดาร์ ที่เพิ่งขึ้นชั้นเป็นบิลเลียนแนร์ หลังนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

รัสเซลล์ กล้าแสดงความเห็นท้าทาย มัสก์ ว่าระบบ Autopilot ที่อีกฝ่ายพยายามนำเสนอนั้น “ไม่ใช่” ยานยนต์อัตโนมัติที่แท้จริง

ออสติน รัสเซลล์ คือใคร?

เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้ ถึงกล้าแสดงความเห็นชนกับ มัสก์ แบบตรง ๆ มาลองดูกันว่า รัสเซลล์ มีดีขนาดไหน

รัสเซลล์ มีไอเดียที่จะพัฒนาระบบไลดาร์ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ขณะเรียนด้านฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ก่อนจะดร็อปเรียน เพื่อก่อตั้ง Luminar Technologies หลังได้รับทุนสนับสนุน 100,000 ดอลลาร์ จากโครงการ Thiel Fellowship ของ ปีเตอร์ ธีล ผู้ก่อตั้ง PayPal ร่วมกับ มัสก์ นั่นเอง

จนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัสเซลล์ ก็มีสถานะเป็นบิลเลียนแนร์อายุน้อยที่สุดในโลก ขณะอายุแค่ 25 ปี หลังนำ Luminar เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq สำเร็จ

ธุรกิจของ Luminar คือ?

Luminar Technologies คือผู้พัฒนาระบบไลดาร์ ซึ่งย่อมาจาก Light Detection and Range เป็นเทคโนโลยีสำรวจภูมิประเทศ โดยวัดระยะด้วยการคำนวณ เวลาเดินทางของเลเซอร์ที่ยิงไปยังวัตถุเป้าหมายและย้อนกลับมา เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลเป็นโครงสร้างภูมิประเทศในลักษณะ 3 มิติ ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ตา” ของยานยนต์อัตโนมัตินั่นเอง

(อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลดาร์ เพิ่มเติมได้ใน Waymo : รถยนต์ไร้คนขับ บนถนนสู่อนาคต )

ลูกค้าปัจจุบันของ Luminar มีกว่า 50 ราย ในจำนวนนี้ มีชื่อของผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของโลกอย่าง Volvo และ Daimler โดยคาดว่า Volvo ที่ติดตั้งไลดาร์ของบริษัทฯ จะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า

เมื่อถูกถามถึง Autopilot ของ Tesla ?

รัสเซลล์ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับ Marketwatch เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยหนึ่งในคำถามสำคัญคือประเด็นที่ มัสก์ มองว่าไลดาร์เป็นเทคโนโลยีราคาแพงที่ใช้งานไม่ได้จริง

คำตอบจากรัสเซลล์ คือผู้ผลิตยานยนต์ระดับท็อป อย่างน้อย 7 ใน 10 ราย และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับความคิดของ มัสก์

ประเด็นที่ รัสเซลล์ ชี้คือกล้องวิดีโอที่ใช้ใน Tesla ทำงานได้ดีจริง แต่การประมวลผลวัตถุเบื้องหน้า จะอยู่ในลักษณะ 2 มิติ ทำให้ขาดความแม่นยำในหลายสถานการณ์ (เช่น อาจแยกไม่ออกระหว่างคนจริง ๆ กับจ่าเฉย) ซึ่งจะเป็นปัญหาในระยะยาวสำหรับการพัฒนายานยนต์อัตโนมัติในอนาคต

“เทคโนโลยีที่ Tesla เรียกว่า Full Self-Driving ในตอนนี้ จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยซ้ำ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมคนในอุตสาหกรรมถึงวิจารณ์เขาหนัก ๆ ว่าพยายามสร้างแบรนด์ให้กับบริการที่ตัวเองกำลังนำเสนอ”

“ไลดาร์ ประมวลผลสิ่งที่อยู่ข้างในลักษณะ 3 มิติจริง ๆ ทำให้คุณสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัย ละสายตาจากถนน เพื่อไปใช้โทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือดูหนังได้ นั่นต่างหากคือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของแท้”

AV คืออนาคตที่แท้จริง

ในทรรศนะของ รัสเซลล์ ยานยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) คืออนาคตที่แท้จริงของอุตสาหกรรมนี้ แทนที่จะไปโฟกัสเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว

“ผมเห็นด้วยว่า EV จะเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์สันดาป แต่มันคงไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาสั้น ๆ แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา”

“สำหรับผมแล้ว AV ควรจะเป็นเทรนด์ที่ใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ในแง่ของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้งาน ผมก็เลยแปลกใจนิดหน่อยที่คนไปโฟกัสที่ EV ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับ AV”

AHEAD TAKEAWAY

กรณีการประมวลผล 3 มิติของไลดาร์ กับประมวลผล 2 มิติของ camera-based ที่ Tesla เลือกใช้ อาจนำไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (VHS กับ Beta หรือ ดีวีดี กับ เลเซอร์ดิสก์ ฯลฯ) ที่จบลงด้วยการมีผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียว

หรืออาจนำไปสู่การแบ่งขั้ว เหมือนกรณีของ iOS กับ แอนดรอยด์ บนสมาร์ทโฟนก็ได้

ขึ้นกับว่าสุดท้ายต่างฝ่ายจะพิสูจน์ให้ผู้ใช้งานเห็นและยอมรับให้เป็นมาตรฐานหลักของ ยานยนต์อัตโนมัติ ได้อย่างไร

แต่ ณ ปัจจุบัน ก็อาจเป็นไปตามรายงานของ Ark Invest ที่มองว่าการเลือกใช้ camera-based ของ Tesla รวมถึงสตาร์ทอัพอื่น ๆ อย่าง Eye Net, Forsight Automotive ฯลฯ ที่ซับซ้อนน้อยกว่า และถูกนำมาใช้งานจริงแล้ว ทำให้การผลักดันเทคโนโลยีนี้สู่วงกว้าง เพื่อรองรับบริการต่าง ๆ ได้ก่อน

(อ่านความเห็นของ แคธี วู้ด เรื่องการที่ผู้ผลิตอื่น ๆ ยังตามหลัง Tesla เรื่องเทคโนโลยีได้ที่นี่ https://wp.me/p8iuQz-4dz)

เมื่อเทียบกับไลดาร์ซึ่งยังถูกจำกัดการใช้งานในวงแคบ ๆ และยังไม่มีรถบนท้องตลาดรุ่นไหนมาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ ซึ่งอาจต้องรอจนกว่าจุดเปลี่ยนสำคัญจะมาถึง เมื่อ Apple Car วางตลาดก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม จากฮาร์ดแวร์สู่ซอฟต์แวร์ เส้นทางสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ของ Apple

เรียบเรียงจาก

Meet the 26-year-old billionaire who’s game to take on Elon Musk and Tesla

Austin Russell

Tesla’s Elon Musk Trashes Lidar For Self-Driving Cars, But Waymo Is Rolling Out A New One

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
30
Shares
Previous Article
Teladoc

ความท้าทายที่ Teladoc เผชิญ อนาคตที่รออยู่ของผู้นำธุรกิจ เทเลเมดิซีน

Next Article

Stock Pickers บาร์ที่เป็นมากกว่าแหล่งนัดดื่มของ นักลงทุนรายย่อย

Related Posts