• ในรอบปีที่ผ่านมา Ark Investment กองทุนด้านนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ได้เข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์จำนวน 3 ตัว ซึ่งแต่ละรายมีศักยภาพในการเติบโตเป็นหุ้นสิบเอ้ง (ten bagger stocks) ได้ในอนาคต
  • หุ้นทั้งสามตัวนี้ มีทั้งที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (เวชภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์) และเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตที่สุดในอุตสาหกรรมของตัวเอง (โมบายล์เกมมิ่ง ในอุตสาหกรรมเกม)
  • 2 ใน 3 ตัว ยังได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนระดับโลกอย่าง บิล เกตส์ และ ชามัท ปาลิฮาปิติยา

แคธี วู้ด (Cathie Wood) แห่ง Ark Invest คือหนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่ฮอตที่สุดในช่วงที่ผ่านมา พิสูจน์ผลงานด้วย 5 กองทุน ETF ภายใต้การดูแลของเธอ ที่มีอัตราเติบโตเกิน 100% ในปีที่ผ่านมา

นอกจากหุ้นระดับเรือธงที่เธอถืออยู่ อย่าง Tesla, Square, Teladoc, Roku ฯลฯ แล้ว ยังมีหุ้นเทคโนโลยีตัวอื่น ๆ ที่ วู้ด เข้าไปลงทุน และมีโอกาสเติบโตเป็นหุ้นระดับ 10 เด้งในอนาคตเช่นกัน

มาดูกันว่าบริษัทใหม่ ๆ ที่ Ark Invest เข้าไปลงทุน ทำธุรกิจอะไรบ้าง และเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีผลกับชีวิตเรายังไง?

Schrodinger (NASDAQ:SDGR)
ผู้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นสู่อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ อาจจะไม่คุ้นชื่อนี้นัก แต่นี่คือหนึ่งในหุ้นที่ บิล เกตส์ ให้ความสนใจเป็นพิเศษในรอบปีที่ผ่านมา

เพราะอะไร?

Schrodinger คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาตัวยา เพื่อให้บริษัทเวชภัณฑ์และนักวิจัย ค้นพบวิธีการรักษาโรคใหม่ ๆ ได้เร็วกว่าวิธีแบบดั้งเดิม

ความโดดเด่นของ Schrodinger คือแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีหลายประเภท ทั้ง ดาต้า อนาไลติกส์, พรีดิคทีฟ อนาไลติกส์, ปัญญาประดิษฐ์ ฯลฯ มาจำลองความเป็นไปได้ของปฏิกิริยาทางเคมี เพื่อช่วยร่นระยะเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาตัวยาใหม่ ๆ

ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญ สำหรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นสำหรับอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเทคโนโลยีของ Schrodinger เองก็เป็นที่ยอมรับจากบริษัทเวชภัณฑ์ระดับท็อป 20 ของโลกด้วย

เห็นได้จากรายชื่อกลุ่มลูกค้าหลักที่เปิดเผยในเอกสาร ก่อนทำ IPO ว่ามีชื่อของ Bayer และ Sanofi อยู่ด้วย

และถึงจะได้รับผลกระทบในช่วงที่ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตกลง เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แต่ในภาพรวม ราคาหุ้นของบริษัทฯ ก็ถือว่าโตขึ้นกว่า 200% ในช่วงเวลาหนึ่งปีเศษ นับแต่เข้าตลาดหุ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

ปัจจุบัน กองทุน ETF ในเครือ Ark Invest ที่ถือหุ้นของ Schrodinger อยู่ คือ ARK Genomic Revolution (NYSEMKT:ARKG) และนับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ระดับท็อป 20 ของบริษัทฯ ด้วย

Opendoor Technologies  (NASDAQ:OPEN)
แพลตฟอร์มปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์

Opendoor คือสตาร์ทอัพที่มาพร้อมแนวคิดเปลี่ยนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นเรื่องง่ายและเร็วที่สุด สำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย

ตั้งแต่รับซื้อบ้านเพื่อนำมารีโนเวท และขายออกไปเพื่อทำกำไร หรือช่วยหาผู้ซื้อให้ โดยมีค่าธรรมเนียมคงที่ 5% จากราคาประเมิน

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบบจะทำการประเมินราคาให้ผู้ขายภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนตรวจสอบและปิดดีล

ส่วนผู้ซื้อก็สามารถเลือกบ้านที่สนใจ และติดต่อเพื่อรับรหัสผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อเข้าไปตรวจสอบสภาพได้เอง โดยไม่ต้องรอนัดกับตัวแทน

ส่วนเรื่องเอกสารหรือการขอสินเชื่อ สามารถมอบให้ Opendoor เป็นคนดำเนินการให้ได้ทั้งหมด ถ้าต้องการ

Opendoor เป็นอีกบริษัทที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีที่แล้ว ด้วยแรงสนับสนุนจาก Capital Hedosophia Holdings ของ ชามัท ปาลิฮาปิติยา อดีตผู้บริหาร Facebook และหนึ่งในนักลงทุนรุ่นใหม่ที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากโควิด จนกระทบต่อราคาของ Opendoor ไปด้วย

แต่ Ark Invest ก็ยังมั่นใจและซื้อหุ้น OPEN ผ่านกองทุน ARK Next Generation Internet (NYSEMKT:ARKW) และ ARK Fintech Innovation (NYSEMKT:ARKF) จำนวน 2.32% และ 2.83% ตามลำดับ เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในอสังหาริมทรัพย์ ยังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และการเลือก Opendoor ที่เป็น first mover ของวงการ ก็ถือเป็นการซื้ออนาคต ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงทั้งอุตสาหกรรมจะมาถึง

Skillz (NYSE:SKLZ)
เปลี่ยนทุกเกมบนสมาร์ทโฟนให้เป็นอีสปอร์ต

อีสปอร์ต คืออุตสาหกรรมที่โตแบบก้าวกระโดดในช่วงหลายปีมานี้ และยิ่งโตขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อกีฬาแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบจากโควิด

แต่จุดด้อยอย่างหนึ่งของอีสปอร์ต คือประเภทของเกมที่ใช้ในการแข่งขันมีจำกัด แถมในแต่ละประเภทก็มีให้เลือกเล่นไม่กี่เกม

แนวคิดของ Skillz คือสร้างแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนเกมประเภทอื่นบนสมาร์ทโฟน ให้กลายเป็นอีสปอร์ต

เพื่อให้คนทั่วไปที่ไม่ถนัดเล่นเกมแบบ ROV หรือ PUBG ก็สามารถมีส่วนร่วม และทำเงินจากการเล่นเกมได้

ปัจจุบัน Skillz มีค่าเฉลี่ยยูสเซอร์ต่อเดือนเพิ่มขึ้นที่ 121% รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 92% และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 91% แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มเป็น 408% เพราะอยู่ระหว่างการขยายฐานผู้ใช้งาน ซึ่งมีโอกาสที่มูลค่าที่บริษัทฯได้รับ จากผู้ใช้งาน จะแซงหน้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ด้วยผลจาก Network Effect

เพราะเมื่อแพลตฟอร์มมีผู้เล่นจำนวนมาก ก็จะสามารถถึงผู้พัฒนากลุ่มใหม่ ๆ เพื่อนำเกมมาลงบนแพลตฟอร์ม กลับกัน ก็จะมีผู้เล่นบางส่วนที่ตามมาเล่น เพราะต้องการสนับสนุนทีมพัฒนาหรือบริษัทที่ตัวเองชื่นชอบ

และคุณสมบัติอีกอย่างของแพลตฟอร์ม คือเมื่อผู้ใช้งานปักหลักได้ระยะหนึ่งแล้ว โอกาสที่จะย้ายไปใช้แพลตฟอร์มอื่นมีค่อนข้างน้อย (เห็นได้จาก Facebook, YouTube หรือ Line) ซึ่ง Skillz ก็ถือเป็น first mover ในตลาดนี้ด้วย

องค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนดึง Ark Invest ให้มาลงทุนใน Skillz ซึ่งเพิ่งเข้าตลาดผ่าน SPAC เมื่อปีก่อน คือเกมบนสมาร์ทโฟน เป็นเซกเมนต์ที่มีอัตราเติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรมเกม โดยมีมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 68,000 ล้านดอลลาร์ (2.1 ล้านล้านบาท) และมีโอกาสเติบโตไปถึง 150,000 ล้านดอลลาร์ (4.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025

ปัจจุบัน Ark ลงทุนใน Skillz ซึ่งมี market cap ปัจจุบันราว 7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) ผ่านกองทุน ARK Next Generation Internet ที่ 1.75%

ถ้ามองว่าอีก 4 ปีข้างหน้า มูลค่าอุตสาหกรรมเกมบนสมาร์ทโฟน จะโตขึ้นกว่า 100% ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ Skillz จะเป็นอีกหนึ่ง หุ้น 10 เด้ง ในมือ แคธี วู้ด

เรียบเรียงจาก

Cathie Wood Bought 3 High-Growth Tech Stocks That Could Be the Next 10-Baggers

Schrodinger raises $232M in IPO

Opendoor valuation soars to $18B ahead of IPO

Skillz CEO Andrew Paradise on the company’s plan to go public

อ่านเพิ่มเติม

เจาะความคิด แคธี วู้ด ผู้นำทางนักลงทุนนวัตกรรม

เจาะความคิด แคธี วู้ด ผู้นำทางนักลงทุนนวัตกรรมแห่ง ARK Invest

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า