Evergrande NEV

Evergrande NEV แบรนด์จีนที่ยังไม่ผลิตรถ แต่ใหญ่กว่า Ford และ GM

ในยุคนี้ คำกล่าวที่ว่า “โลกเปลี่ยน เมื่อจีนขยับ” คือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ไปแล้ว

ยิ่งเมื่อจีนเลือกเดินหน้าสู่การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว จนกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน ทั่วโลกก็คงไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก

(ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่าในปี 2020 EV แบบปลั๊กอินขายได้ถึง 1.2 ล้านคัน มากกว่าเยอรมนีในอันดับ 2 ถึง 3 เท่า)

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ของจีน แค่ 5% เท่านั้น แต่บริษัทวิจัย Canalys ประเมินว่าเฉพาะในปีนี้ ตัวเลขยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 50% หรือราว 6 แสนคัน

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าแม้แต่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ของจีน สวี่ เจียยิ่น (Xu Jiayin หรือ ฮุย คา ยัน Hui Ka Yan ในภาษากวางตุ้ง) ยังลงมาเล่นในเกมนี้ด้วย

ประธานเอเวอร์แกรนด์กรุป ก่อตั้ง Evergrande New Energy Vehicle หรือ NEV ขึ้นเมื่อปี 2019 พร้อมประกาศว่าจะแซงหน้า Tesla เป็นเบอร์หนึ่งด้าน EV ให้ได้ ภายใน 3-5 ปี

ความทะเยอทะยานของ สวี่ ในการดัน NEV ให้ไปถึงจุดนั้น มีทั้งมีการจ้าง แดเนียล เคอร์เชอร์ท (Daniel Kirchert) อดีตผู้บริหาร BMW และผู้ร่วมก่อตั้ง Byton Ltd. สตาร์ทอัพด้าน EV มาร่วมงาน

และใช้คอนเนคชั่นที่มี ระดมทุนจากกลุ่มเพื่อนมหาเศรษฐีชาวจีนมาร่วมลงขันด้วย จน market cap ของ NEV ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง นั้นดีดตัวเกินกว่า 1,000% ในรอบปีที่ผ่านมา ไปแตะหลัก 87,000 ล้านดอลลาร์ (2.7 ล้านล้านบาท) แซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Ford หรือ GM ไปแล้ว

ทั้งที่ยังไม่มีการผลิตรถป้อนสู่ตลาดแม้แต่คันเดียว!?!

เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก

บูธของ Evergrande NEV ในงาน Auto Show 2021 ที่เซี่ยงไฮ้ ปีนี้ นอกจากจะใหญ่ที่สุดในงานแล้ว ยังตั้งประจันหน้ากับแบรนด์ชั้นนำอย่าง BMW ด้วย

ภายในงาน จะมีรถมาเปิดตัว 9 รุ่นด้วยกัน ส่วนแผนการตลาด คือจะผลิตและวางจำหน่าย 4 รุ่น คือ Hengchi 1 ที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Tesla Model S, Hengchi 3, Hengchi 5 และ 6

ตามแผนเดิมที่ สวี่ ประกาศไว้คือสามารถเริ่มผลิตรถได้ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว

แต่ล่าสุด เปลี่ยนจะเริ่มทดลองผลิตได้ภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มส่งมอบรถได้ภายในปี 2022 โดยที่ยังระบุช่วงเวลาแน่นอนไม่ได้

แหล่งข่าวที่ปฏิเสธจะเปิดเผยชื่อ ยังกล่าวกับ Bloomberg ว่าจนถึงตอนนี้ ฐานการผลิตทั้ง 3 แห่งของ NEV ใน กวางโจว เทียนจิน และ เซี่ยงไฮ้ ยังอยู่ระหว่างการเตรียมเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ

ขณะที่ทางบริษัทฯ ชี้แจงว่ายังอยู่ในระหว่างกระบวนการเตรียมงาน ซึ่งเมื่อพร้อมทุกด้านแล้ว ในอนาคต จะจะสามารถผลิตรถหนึ่งคันได้ ภายในหนึ่งนาที (one car a minute) !?!

เล่นใหญ่ แต่ไม่มีเทคโนโลยีของตัวเอง

ท่าทีของ สวี่ ที่ดูจะทะเยอทะยานเพื่อการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งด้าน EV ดูน่าทึ่ง แต่จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ ก็ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มงงกับแนวทางของ Evergrande NEV ที่ต่างจากผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ มาก

บิล รุสโซ ซีอีโอของ Automobility บริษัทที่ปรึกษาในเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นว่า Evergrande อาจจะใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จริง แต่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรมรถยนต์จำกัดมาก และไม่น่าจะมีเทคโนโลยีเทียบเท่ากับสตาร์ทอัพด้านนี้โดยตรงอย่าง Nio หรือ Xpeng ด้วยซ้ำ

ความเห็นของ รุสโซ ตรงกับข้อมูลที่ว่า ดีไซน์ และ R&D ส่วนใหญ่ของ Evergrande NEV เป็นการเอาท์ซอร์ส จ้างบริษัทในต่างประเทศ เพื่อพัฒนารถในตระกูล Hengchi ทั้ง 14 รุ่นไปพร้อม ๆ กัน

เช่น Magna International ของแคนาดา ที่ได้รับการว่าจ้างให้พัฒนา Hengchi 1 และ 3 ขณะที่รถรุ่นอื่น ๆ อยู่ในความดูแลของ EDAG Engineering Group และ AVL List GmbH

Evergrande NEV ยังเผยว่ามีความร่วมมือกับ Tencent และ Baidu เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ สำหรับ Hengchi

เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานรถผ่านแอปพลิเคชั่น สำหรับฟีเจอร์อย่าง การจอดรถอัตโนมัติ หรือระบบ IoT สั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน ระหว่างที่ผู้ใช้อยู่บนรถ ฯลฯ

แต่เมื่อ Bloomberg ติดต่อไปที่บริษัทเหล่านี้เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ตอบคำถามใด ๆ

ขณะที่ Tencent ก็ชี้แจงว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าว เป็นการพัฒนาร่วมกับบริษัท Beijing Tinnove Technology เท่านั้น ส่วน Tinnove ก็ไม่ได้ตอบผู้สื่อข่าว Bloomberg ว่ามีความเชื่อมโยงกับ Evergrande NEV หรือไม่

การตลาดแหวกแนว

รายงานของ Bloomberg เผยว่า พนักงานของ NEV ที่เป็นบริษัทรถยนต์ ยังถูกขอร้องให้ช่วยสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นหัวใจหลักของ Evergrande ด้วย

ในการอบรมและสัมมนาของบริษัทฯ จะเน้นไปที่เรื่องการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรถยนต์เลย

พนักงานทุกคนยังต้องช่วยโปรโมทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือพาญาติและคนรู้จักไปที่สำนักงานขาย ซึ่ง KPI ตรงนี้ยังไปโยงกับ performance bonus ของพนักงานระดับผู้จัดการด้วย

ส่วนแผนธุรกิจที่จะเปิดตัว และผลิตรถยนต์ถึง 14 รุ่น เพื่อครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ซีดาน ถึง SUV และรถอเนกประสงค์ ในราคาตั้งแต่ 80,000 หยวน (380,000 บาท) ถึง 600,000 หยวน (2.87 ล้านบาท)

ก็ทำให้ จาง เสียง (Zhang Xiang) นักวิจัยอุตสาหกรรมรถยนต์ของมหาวิทยาลัย North China of Technology ตั้งข้อสังเกตว่า การวางตลาดในลักษณะหว่านแหแบบนี้ จะขัดกับหลักคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อื่น ๆ อย่าง Tesla หรือ Nio ที่เริ่มจากการโฟกัสทีละกลุ่มหรือไม่

เครื่องหมายคำถามตัวโต ๆ

โร้ดแมพของ Evergrande NEV ต่างจากบริษัท EV อื่น ๆ มาก คือการตั้งเป้า เพื่อเข้าสู่ตลาดแมสให้ได้ ในเวลาไม่ถึง 20 เดือน (อย่างที่บอกกับผู้สื่อข่าว Bloomberg ว่าเป็น sprint stage toward mass production)

ทำให้ จง ฉี นักวิเคราะห์อิสระในอุตสาหกรรมรถยนต์ มองว่าน่าเป็นห่วง

เพราะในการพัฒนารถยนต์ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน จะต้องมีกระบวนการด้านวิศวกรรมที่เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งในห้องแลบและการทดสอบบนถนน ซี่งเป็นเรื่องยากมากที่จะร่นระยะเวลาให้สั้นกว่าสามปี

แต่จนถึงตอนนี้ Evergrande NEV เพิ่งจะปล่อยคลิปทดสอบ Hengchi 5 ขณะวิ่งฝ่าหิมะใน เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ออกมาเพียงคลิปเดียวเท่านั้น

แม้แต่สำนักข่าวซินหัวของรัฐ ยังตั้งข้อสังเกตกับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม EV ในจีน ว่าสวนทางกับหลาย ๆ เรื่อง

ทั้งคุณภาพของตัวรถ หรือมูลค่าของหลายบริษัทที่เติบโตเกินจริง ทั้งที่ยังไม่ได้วางตลาดรถแม้แต่คันเดียว

เพราะแม้แต่ Tesla ที่อยู่ในวงการมานาน ยังตกเป็นข่าวว่ารถมีปัญหาอยู่เป็นระยะ

การเร่งโตจนผิดปกติของ Evergrande NEV จึงน่าจะยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโต ๆ สำหรับวงการรถยนต์ จนกว่าจะได้สัมผัสตัวรถจริง ๆ ว่าพร้อมที่จะชิงเบอร์หนึ่งด้าน EV อย่างที่ สวี่ ประกาศไว้รึเปล่า?

เรียบเรียงจาก

China’s $87 Billion Electric-Car Giant Hasn’t Sold a Vehicle Yet

Evergrande Taps New Tycoons for EV Unit Worth More Than Ford

Chart: Which countries have the largest electric car markets?

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Total
153
Shares
Previous Article
Twitter Spaces

Twitter_ทวิตเตอร์ชวนฉลองสงกรานต์สุดปังบน Twitter Spaces

Next Article
การโน้มน้าวใจ

กฎ 10 นาทีในการโน้มน้าวใจ และ 3 เทคนิคเพื่อบรรลุเป้าหมาย

Related Posts