Crowdfunding

คุยเรื่อง Crowdfunding ทุนทางเลือกของสตาร์ทอัพและ SME กับผู้ก่อตั้ง Dreamaker

“การทำ crowdfunding สำหรับคนไทยเราได้ยินกันมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีเคสจริงที่อยู่ในกระแสให้เห็นมากนัก”

คือความเห็นจาก เอกสิทธิ์ เดี่ยววณิชย์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Dreamaker แพลตฟอร์ม crowdfunding ที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ระหว่างพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการระดมทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ หลังมีผู้ใช้งานรายหนึ่ง โพสต์ประกาศขายเกาะส่วนตัว ในราคา 350 ล้านบาท ในกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน

ถึงแผนดังกล่าวจะไม่ได้ไปต่อ เพราะเจ้าของโพสต์อ้างว่าเกิดจากความเข้าใจผิด แต่ก็เป็นการจุดประเด็นที่ทำให้เรามองเห็นรูปแบบการลงทุนอื่น ๆ ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ที่อาจเป็นเรื่องปกติในต่างประเทศ แต่ยังถือว่าใหม่มากสำหรับคนไทย

Crowdfunding คืออะไร? มีกี่รูปแบบ

 

crowdfunding คือการระดมทุนจากคนทั่วไป มาเป็นเงินทุน เพื่อสนับสนุนโครงการหรือธุรกิจ การระดมทุนจะทำผ่านคนกลาง ซึ่งก็คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประเภทต่าง ๆ อย่าง Kickstarter, Crowdcube ฯลฯ

หลัก ๆ การทำ crowdfunding มี 4 แบบคือ

reward-based คือรูปแบบที่เห็นในการระดมทุนผลิตสินค้าผ่าน Kickstarter คือจะได้สินค้า หรือสิทธิต่าง ๆ เป็นการตอบแทน

donation-based เป็นการระดมทุนแบบบริจาค ที่มูลนิธิหรือองค์กรอยากจะผลักดันให้โครงการที่ตั้งขึ้นบรรลุเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด ตัวอย่างที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี ก็คือโครงการ “ก้าว” ของพี่ตูน

อีกสองแบบ จะอยู่ในรูปแบบการลงทุน

คือ debt-based เป็นการระดมทุนในลักษณะออกหุ้นกู้ ที่ผู้ลงทุนจะได้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นตอบแทน

ส่วน equity-based คือการที่ผู้ลงทุน จะมีสถานะเป็นเจ้าของกิจการในฐานะผู้ถือหุ้น ผลตอบแทนก็คือกำไรและปันผล ซึ่งขึ้นกับผลประกอบการของตัวบริษัท

และก็เป็นการระดมทุนแบบที่ Dreamaker ให้บริการ โดยที่เราเน้นไปที่กลุ่มสตาร์ทอัพและ SME

ในแง่การลงทุนในสตาร์ทอัพ equity-based ต่างกับ Venture Capital ยังไง?

VC คือการลงทุนในกองทุนที่มีผู้บริหารกองทุน (General Partner*) เป็นผู้บริหารจัดการเงินทุน ไปเลือกลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพเป้าหมาย

(*ในวงการ VC จะใช้คำว่า ‘General Partner’ แทนคำว่า ‘fund manager’)

แต่ equity crowdfunding คือการลงทุนโดยตรงในสตาร์ทอัพ หรือ SME นั้น ๆ เลย

อีกจุดที่ต่างกัน คือมันมีธุรกิจบางประเภทที่ VC ไม่อยากลงทุน เพราะ VC จะเน้นประเภทที่มีความเสี่ยงสูง แต่ให้ผลตอบแทนสูง (high risk high return)

บางที อาจจะมีธุรกิจที่มั่นคง ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้มีโอกาสโตสิบเท่าร้อยเท่าแบบสตาร์ทอัพ ทีนี้ถ้าเขาต้องการเงินทุนเพิ่ม เพื่อขยายกิจการ การระดมทุนผ่าน crowdfunding ก็เป็นอีกวิธีที่ทำได้

แคมเปญปัจจุบันบน Dreamaker

ที่ผ่านมา เราคุยกับหลาย ๆ รายไว้ แต่แคมเปญที่กำลังเปิดระดมทุนอยู่ตอนนี้ ก็คือ My Band

เขาเป็นแพลตฟอร์มจองคิวงานศิลปินไปเล่นในงานต่าง ๆ แบบถูกลิขสิทธิ์ โดยจะเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้ทุกเรื่อง ฝั่งนักแต่งเพลงกับทีมงานเบื้องหลังก็จะได้รับค่าลิขสิทธิ์เพลงอย่างถูกต้อง ซี่งตรงนี้มันช่วยแก้ pain point ให้กับหลาย ๆ คนในธุรกิจดนตรีได้มาก

ทีนี้ เขาอยากเพิ่มทุนอีก 7.5 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ โดยแลกกับหุ้นที่ออกใหม่  20% ของทั้งบริษัท ก็เลยมีโอกาสได้คุยและร่วมงานกัน

ผลตอบรับที่ออกมาก็ดีมาก ส่วนหนึ่งเพราะช่วงต้นเดือนมีนาคม เราจัดเซสชั่นเรื่องการลงทุนในธุรกิจดนตรี ใน Clubhouse แล้วก็มีคนเข้ามาฟัง และเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ (ณ วันที่ 19 เมษายน ระดมทุนได้แล้ว 55% จากเป้าหมาย 7.5 ล้านบาท)

ถ้าระดมทุนได้ถึงเป้าในเวลาที่กำหนด ก็จะเข้าสู่กระบวนการต่อไป และก็จะเป็น case study ให้ธุรกิจอื่น ๆ ที่อยากขยายกิจการ มองว่าการระดมทุนแบบ crowd funding เป็นอีกทางเลือกในอนาคต

ใครที่สนใจจะลงทุนใน My Band ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ dreamaker.co.th (ต้องมีการลงทะเบียน และกรอกข้อมูลแสดงตน)

ถ้าสตาร์ทอัพหรือ SME รายไหน อยากระดมทุนผ่าน Dreammaker บ้าง?

ในช่วงแรก (raise creation) ก็ต้องเตรียมข้อมูลสำคัญ ๆ ที่จำเป็น ทั้งทีมงาน การเงิน เอกสารสำคัญต่าง ๆ

หน้าที่ของ Dreamaker ระหว่างนี้ ก็คือ due diligence เป็นการตรวจสอบในด้านต่าง ๆ เช่น

  • business ดูว่าธุรกิจนี้เป็นไปได้ไหม มีโอกาสเติบโตรึเปล่า ตัวโมเดลธุรกิจใหม่แค่ไหน ฯลฯ
  • financial ตรงนี้เราจะตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและประวัติรายรับรายจ่าย ถ้ามีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง คุณก็ต้องแก้ไขให้ตรง ไม่มีการปล่อยผ่าน
  • Legal เป็นการตรวจสอบสัญญาที่บริษัทไปทำกับที่อื่นไว้ เช่น มีสัญญากู้เงินใครมั๊ย มีสัญญากับ supplier ไว้ยังไงบ้าง

ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ ก็เป็นช่วง Raise Period คือการพิทช์ให้นักลงทุนรู้ว่าธุรกิจของคุณทำอะไร ลูกค้าเป็นใคร ฯลฯ

ตรงนี้คือต้องสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ซึ่งก็มีทั้งการให้ข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ หรืออาจจะเชิญนักลงทุนมาฟัง

ซึ่งถ้าทำสำเร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือการจดทะเบียน และจัดการเอกสารต่าง ๆ

คนไทยกับการทำ crowdfunding

คนไทยเหมือนจะพอใจกับการ donation-based มากกว่า คือถ้าให้แล้วรู้สึกสบายใจก็ถือประสบความสำเร็จ และถ้าทำผ่านเว็บ crowdfunding แล้วมีการติดตามการนำเงินบริจาคไปใช้ก็เป็นข้อดีที่เพิ่มขึ้นมา

ส่วนแบบ reward-based ส่วนหนึ่งที่คนไทยไม่นิยม เพราะมีเรื่องระดับความเสี่ยงอยู่ แล้วคนไทยพอเป็นเรื่องการลงทุน การทำธุรกิจ เราถูกปลูกฝังกันมาว่าพลาดไม่ได้

ขณะที่ต่างชาติ เขามีความเป็น risk taker มากกว่า ผิดพลาดแล้วเรียนรู้ ก็เอาประสบการณ์มาทำต่อ มันถึงทำแบบนี้ได้เป็นสิบ ๆ ครั้ง

ตัว debt-based ผมไม่ได้ทำด้านนี้โดยตรง เลยประเมินยาก

ส่วน equity-based ที่เรากำลังทำอยู่ อาจจะมีความท้าทายตรงเทรดยาก ถ้าคุณลงทุนไปแล้ว จะมาคิดเรื่องเก็งกำไรระยะสั้น รายวัน รายเดือน ไม่ได้ คนที่จะลงทุนต้องมีเงินเย็น รอได้ 3-5 ปี และรับความเสี่ยงได้ในระดับนึง

แต่ผมมองว่าด้วยบริบทแบบไทย ๆ มันจะมีอารมณ์แบบเดียวกับผู้ใหญ่ช่วยเด็ก เหมือนออกเงินให้ เพื่อให้ธุรกิจนั้น ๆ สามารถเติบโตต่อไปได้

เหมือนธุรกิจของ My Band ที่ผมมองว่าการเติบโตของมัน ไม่ได้แค่ส่งผลดีกับศิลปินหรือนักแต่งเพลง แต่ยังต่อยอดไปถึงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่คาบเกี่ยวกันได้ด้วย

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
4
Shares
Previous Article
การโน้มน้าวใจ

กฎ 10 นาทีในการโน้มน้าวใจ และ 3 เทคนิคเพื่อบรรลุเป้าหมาย

Next Article
Live Audio Rooms

Live Audio Rooms ห้องสนทนาบน Facebook ด้วยแรงบันดาลใจจาก Clubhouse

Related Posts